18/07/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

อังกฤษเฉือนนอร์เวย์ 2-1 Bellingham เหมาสองประตูพาทีมเข้ารอบรองฯ ฟุตบอลโลก 2026

อังกฤษผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 หลังเฉือนนอร์เวย์ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ Jude Bellingham ยิงสองประตูเป็นตัวชี้ขาด ขณะที่เกมเต็มไปด้วยจังหวะ VAR และโอกาสสำคัญตลอด 120 นาที
อังกฤษเฉือนนอร์เวย์ 2-1 Bellingham เหมาสองประตูพาทีมเข้ารอบรองฯ ฟุตบอลโลก 2026

อังกฤษผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 หลังเอาชนะนอร์เวย์ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่เต็มไปด้วยจังหวะสำคัญและการตัดสินจาก VAR ตลอด 120 นาที ก่อน Jude Bellingham จะกลายเป็นผู้เล่นชี้ขาดด้วยการยิงคนเดียวสองประตู

นอร์เวย์เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนจาก Andreas Schjelderup ในครึ่งแรก แต่ Jude Bellingham ตีเสมอช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนที่ทั้งสองทีมจะเปิดเกมแลกกันอย่างเข้มข้นจนต้องตัดสินในช่วงต่อเวลาพิเศษ รูปเกมที่สูสีและการดวลกันในแดนกลางเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองมาตั้งแต่ช่วง วิเคราะห์ก่อนเกม นอร์เวย์ พบ อังกฤษ ก่อนที่ความเด็ดขาดในจังหวะสำคัญจะกลายเป็นตัวตัดสินผลการแข่งขัน

นอร์เวย์เริ่มเกมมั่นใจ อังกฤษครองบอลแต่ยังเจาะไม่เข้า

เกมเริ่มต้นด้วยนอร์เวย์เป็นฝ่ายเขี่ยบอล ก่อนที่อังกฤษจะพยายามคุมจังหวะด้วยการต่อบอลและใช้พื้นที่ด้านข้างสร้างเกมรุก Noni Madueke มีบทบาทในการขึ้นเกมฝั่งริมเส้น ขณะที่ Anthony Gordon และ Harry Kane พยายามหาพื้นที่ในเขตโทษ แต่แนวรับนอร์เวย์ยังรับมือได้ดี

อังกฤษมีโอกาสจากลูกตั้งเตะในนาที 29 เมื่อ Kane รับหน้าที่ยิงฟรีคิกระยะอันตราย แต่บอลข้ามคานออกไป ขณะที่นอร์เวย์เริ่มครองบอลและสร้างแรงกดดันได้มากขึ้นในช่วงหลังผ่านครึ่งชั่วโมงแรก โดยมี Martin Odegaard เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมเกม

Schjelderup ซัดสุดสวย นอร์เวย์ออกนำก่อน

นาที 35 นอร์เวย์เกือบได้ประตูเมื่อ Erling Haaland ขึ้นโหม่งจากระยะใกล้ แต่ Jordan Pickford ปฏิกิริยายอดเยี่ยม เซฟช่วยอังกฤษเอาไว้ได้

อย่างไรก็ตาม เพียงหนึ่งนาทีต่อมา นอร์เวย์ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ Odegaard จ่ายบอลให้ Andreas Schjelderup บริเวณนอกกรอบเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวซัดเต็มข้อส่งบอลพุ่งชนเสาเข้าไปอย่างเฉียบขาด ผู้ตัดสิน Clement Turpin เช็ก VAR เพื่อดูจังหวะก่อนเกิดประตู ก่อนยืนยันให้เป็นประตูของนอร์เวย์

หลังขึ้นนำ นอร์เวย์ยังสร้างโอกาสต่อเนื่อง Alexander Sorloth ยิงจากบริเวณหน้ากรอบเขตโทษข้ามคานเล็กน้อย ขณะที่ Odegaard มีโอกาสยิงเข้ามุม แต่ Pickford ยังเซฟเอาไว้ได้

Bellingham ตีเสมอช่วงทดเวลา อังกฤษกลับสู่เกม

อังกฤษเร่งเกมอย่างหนักในช่วงท้ายครึ่งแรก และมาได้ประตูตีเสมอในนาที 45+2 เมื่อ Anthony Gordon มองเห็นช่องในแนวรับนอร์เวย์ ก่อนจ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ Jude Bellingham ยิงจังหวะแรกส่งบอลเสียบมุมล่างอย่างแม่นยำ สกอร์กลับมาเสมอ 1-1

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ Kane มีโอกาสยิงไกลแต่ถูก Orjan Nyland เซฟ ก่อนที่กองหน้าอังกฤษจะส่งบอลเข้าสู่ประตูในนาที 45+4 ทว่าถูกจับล้ำหน้า ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1

นอร์เวย์เกือบขึ้นนำอีกครั้ง แต่ VAR ริบประตูคืน

Thomas Tuchel ปรับทีมทันทีหลังพักครึ่ง ส่ง Bukayo Saka และ Eberechi Eze ลงมาแทน Madueke กับ Declan Rice เพื่อเพิ่มความเร็วและความสร้างสรรค์ในเกมรุก

แต่นอร์เวย์กลับเป็นฝ่ายสร้างโอกาสอันตรายกว่า Haaland ได้โหม่งในนาที 53 แต่ Pickford ป้องกันไว้ได้ ก่อนนาที 55 Patrick Berg จะยิงจังหวะแรกติดเซฟ บอลกระดอนมาเข้าทาง Torbjorn Lysaker Heggem ซ้ำเข้าไปตุงตาข่าย

นักเตะนอร์เวย์เริ่มฉลองประตู แต่ VAR เข้ามาตรวจสอบจังหวะก่อนเกิดประตู และพบการทำฟาวล์ในช่วงขึ้นเกม ผู้ตัดสินจึงยกเลิกประตู สกอร์ยังคงอยู่ที่ 1-1

เกมเปิดแลก นอร์เวย์ชนคาน Haaland พลาดโอกาสทอง

นอร์เวย์ต้องเจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บต่อเนื่อง Julian Ryerson ถูกเปลี่ยนออกในนาที 60 ขณะที่ Alexander Sorloth เล่นต่อไม่ไหวและถูกแทนที่โดย Oscar Bobb ในนาที 68 พร้อมกับการส่ง Antonio Nusa ลงมาแทน Schjelderup

ช่วงกลางครึ่งหลังเกมเปิดแลกกันมากขึ้น นาที 76 Kristoffer Ajer ขึ้นโหม่งจากระยะใกล้ บอลพุ่งไปชนคานอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่ Haaland จะตามเล่นจังหวะต่อเนื่องและยิงหลุดเสาออกไปเพียงเล็กน้อย

นาที 85 Nusa ยิงจากนอกกรอบเขตโทษตรงกรอบ แต่ Pickford ยังปฏิกิริยาไวและป้องกันเอาไว้ อังกฤษพยายามตอบโต้ผ่าน Saka และ Eze แต่แนวรับนอร์เวย์ยังรักษาสถานการณ์ได้

ครบ 90 นาทีรวมช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องตัดสินผู้ชนะในช่วงต่อเวลาพิเศษ

Bellingham ซ้ำไม่เหลือ อังกฤษพลิกนำช่วงต่อเวลา

ช่วงต่อเวลาพิเศษเริ่มต้นด้วยอังกฤษเป็นฝ่ายกดดัน นาที 93 Kane ขึ้นโหม่งจากลูกเปิดด้านข้าง แต่ Nyland เซฟได้อย่างยอดเยี่ยม จากนั้น Morgan Rogers ยิงไกลจนผู้รักษาประตูนอร์เวย์ต้องปัดบอลออกมา

Bellingham อ่านจังหวะได้เร็วที่สุด ตามเข้าเก็บบอลกระดอนในเขตโทษ ก่อนยิงเต็มแรงส่งบอลเข้าสู่ประตู อังกฤษพลิกขึ้นนำ 2-1 และเป็นประตูที่สองของกองกลางรายนี้ในเกม

นอร์เวย์พยายามตอบโต้ด้วยการครองบอลและสร้างเกมจากแดนกลาง ขณะที่ Antonio Nusa มีโอกาสยิงจากนอกกรอบ แต่แนวรับอังกฤษยังช่วยกันสกัดเอาไว้ได้

อังกฤษได้จุดโทษก่อน VAR กลับคำตัดสิน

นาที 99 เกิดอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ Oscar Bobb เข้าปะทะคู่แข่งในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษแก่อังกฤษทันที

อย่างไรก็ตาม VAR เข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์ ก่อน Clement Turpin จะกลับคำตัดสินในนาที 102 และยกเลิกจุดโทษ ทำให้นอร์เวย์ยังมีโอกาสกลับเข้าสู่เกมด้วยสกอร์ตามหลังเพียงประตูเดียว

ช่วงท้ายครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษ Bellingham มีโอกาสยิงจากหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลข้ามคาน ก่อนจบ 105 นาทีด้วยอังกฤษนำ 2-1

อังกฤษรับแรงกดดันช่วงท้าย ก่อนปิดเกม 120 นาที

นอร์เวย์เปลี่ยน Jorgen Larsen ลงมาแทน Haaland ก่อนเริ่มครึ่งหลังของช่วงต่อเวลาพิเศษ ขณะที่อังกฤษพยายามใช้ความเร็วของ Saka เล่นงานพื้นที่ด้านหลังแนวรับ

Saka มีโอกาสยิงหลายครั้งในช่วงนาที 109-110 แต่ Nyland เซฟเอาไว้ได้ทั้งหมด รวมถึงจังหวะยิงของ Djed Spence ที่ถูกผู้รักษาประตูนอร์เวย์ป้องกัน อังกฤษจึงไม่สามารถยิงประตูที่สามเพื่อปิดเกมได้

นอร์เวย์เดินหน้ากดดันในช่วงท้าย Antonio Nusa ยิงติดบล็อก ก่อน Oscar Bobb จะได้ซ้ำจากบริเวณหน้ากรอบเขตโทษในนาที 114 แต่ยิงข้ามคานออกไป

นาที 117 Kristoffer Ajer ถูกใบเหลืองจากการโต้เถียงผู้ตัดสิน ก่อนที่นอร์เวย์จะพยายามใช้ลูกตั้งเตะสร้างโอกาสอีกครั้ง แต่ Pickford ออกมาตัดบอลได้สำเร็จ

เสียงนกหวีดดังขึ้นในนาที 120+3 ยืนยันชัยชนะของอังกฤษ 2-1 หลังผ่านเกมที่ต้องเล่นครบ 120 นาที

รายชื่อผู้ทำประตู

นอร์เวย์ 1-2 อังกฤษ

  • 1-0 Andreas Schjelderup นาที 36
  • 1-1 Jude Bellingham นาที 45+2
  • 1-2 Jude Bellingham นาที 93

ใบเหลือง

นอร์เวย์

  • Kristoffer Ajer นาที 117 – โต้เถียงคำตัดสินของผู้ตัดสิน

บทสรุป

อังกฤษต้องเจอกับหนึ่งในเกมที่หนักที่สุดของฟุตบอลโลก 2026 หลังถูกนอร์เวย์ขึ้นนำก่อนและเกือบเสียประตูเพิ่มหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะชนคานของ Ajer และโอกาสของ Haaland ขณะที่ Jordan Pickford มีบทบาทสำคัญจากการเซฟหลายจังหวะตลอดการแข่งขัน

จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ความเด็ดขาดของ Jude Bellingham ซึ่งยิงประตูตีเสมอช่วงท้ายครึ่งแรก ก่อนตามซ้ำประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ พาอังกฤษเอาชนะนอร์เวย์ 2-1 และผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 หลังเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ต้องต่อสู้กันจนถึงนาทีสุดท้าย