01/09/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

คริสตัล พาเลซ 1-4 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชอร์กี-ฮาลันด์คนละสอง เรือใบบุกคว้าชัยขาดลอย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกเก็บชัยเหนือ คริสตัล พาเลซ 4-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก 2026/27 รอบ 2 หลัง Erling Haaland และ Rayan Cherki ทำคนละสองประตู พร้อมสรุปผู้ทำประตู ใบเหลือง และเหตุการณ์สำคัญตลอดเกม
คริสตัล พาเลซ 1-4 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชอร์กี-ฮาลันด์คนละสอง เรือใบบุกคว้าชัยขาดลอย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 4-1 หลังเป็นฝ่ายขึ้นนำตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนเร่งเครื่องทำเพิ่มอีกสามประตูในช่วงครึ่งหลัง โดย Erling Haaland และ Rayan Cherki ทำคนละสองประตู ขณะที่ประตูเดียวของเจ้าบ้านเกิดจากการทำเข้าประตูตัวเองของ Gianluigi Donnarumma

ก่อนการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกมองว่ามีความได้เปรียบจากคุณภาพของขุมกำลังและความสามารถในพื้นที่สุดท้าย ขณะที่ คริสตัล พาเลซ ต้องอาศัยเกมริมเส้นและจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกเพื่อสร้างปัญหาให้ทีมเยือน ซึ่งประเด็นเหล่านี้ถูกวิเคราะห์ไว้ในบทความ วิเคราะห์ก่อนเกม คริสตัล พาเลซ พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเมื่อเกมเริ่มขึ้น ความแตกต่างก็สะท้อนออกมาค่อนข้างชัด โดยเฉพาะการครองบอล การสร้างโอกาส และความเฉียบคมในจังหวะจบสกอร์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใช้ความเฉียบคมสร้างความแตกต่าง

คริสตัล พาเลซ เริ่มต้นเกมได้ดี นาทีที่ 2 Eddie Nketiah หลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษ แต่ Gianluigi Donnarumma อ่านทางและเซฟเอาไว้ได้ ก่อนที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะตอบโต้ในนาทีที่ 7 เมื่อ Elliot Anderson ยิงจากระยะไกล แต่ Dean Henderson ยังป้องกันได้

หลังผ่านช่วงต้นเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มครองบอลและต่อเกมด้วยการจ่ายสั้นมากขึ้น กระทั่งนาทีที่ 17 ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เมื่อ Erling Haaland ขึ้นโหม่งจากลูกครอส ส่งบอลเสียบมุมบนชนิดที่ Henderson หมดโอกาสป้องกัน

เจ้าบ้านพยายามตอบโต้ โดยนาทีที่ 33 Jorgen Larsen ได้โหม่งจากลูกเปิดแต่บอลหลุดเสาออกไปหวุดหวิด ต่อด้วยนาทีที่ 35 Tyrick Mitchell ขึ้นโหม่งอีกครั้งแต่ยังไม่เข้ากรอบ

ก่อนหมดครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกือบหนีห่างในนาที 45+2 เมื่อ Rayan Cherki รับบอลทะลุแนวรับก่อนยิงไปที่มุมล่าง แต่ Henderson พุ่งเซฟเอาไว้ได้ ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-1

Rayan Cherki จุดประกายช่วงต้นครึ่งหลัง

ครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเดินหน้ากดดัน นาทีที่ 47 Antoine Semenyo ได้ยิงจากนอกกรอบแต่ถูกบล็อก ขณะที่ คริสตัล พาเลซ มีโอกาสสำคัญในนาทีที่ 50 เมื่อ Eddie Nketiah วอลเลย์จากบริเวณกรอบเขตโทษ บอลหลุดเสาขวาออกไปไม่มาก

เกมเปลี่ยนอย่างชัดเจนในนาทีที่ 54 เมื่อ Rayan Cherki พาบอลลุยเข้าเขตโทษก่อนยิงเสียบมุมล่างผ่าน Dean Henderson ให้ทีมเยือนนำ 2-0

เพียงสองนาทีต่อมา คริสตัล พาเลซ ได้ฟรีคิกและ Yeremy Pino ยิงไปชนคาน ก่อนในนาทีเดียวกัน Gianluigi Donnarumma ถูกบันทึกว่าทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้เจ้าบ้านไล่มาเป็น 1-2 และกลับเข้าสู่เกมอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ความหวังของ พาเลซ อยู่ได้ไม่นาน เพราะนาทีที่ 59 Cherki รับบอลก่อนยิงทันทีเสียบมุมซ้ายอย่างเด็ดขาด กลายเป็นประตูที่สองของตัวเองในเกมและช่วย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หนีเป็น 3-1

พาเลซปรับทัพ แต่ซิตี้ยังคุมสถานการณ์

คริสตัล พาเลซ เริ่มเปลี่ยนตัวเพื่อเพิ่มความสด โดยนาทีที่ 63 Evann Guessand ลงแทน Jorgen Larsen ก่อนนาทีที่ 68 จะเปลี่ยน Zavier Gozo ลงแทน Yeremy Pino

ในนาทีเดียวกัน Eddie Nketiah ไม่สามารถเล่นต่อได้หลังมีอาการบาดเจ็บ ทำให้ Dwight McNeil ถูกส่งลงสนามแทน ขณะที่ Anan Khalaili ได้รับใบเหลืองจากจังหวะเข้าปะทะคู่แข่ง

เจ้าบ้านเกือบลดช่องว่างอีกครั้งในนาทีที่ 72 เมื่อ Khalaili วิ่งเข้ารับลูกครอสก่อนยิงจากบริเวณนอกกรอบ แต่ผู้รักษาประตูของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เซฟเอาไว้ได้

จากนั้นทั้งสองทีมทยอยเปลี่ยนผู้เล่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่ง Mateo Kovacic ลงแทน Josko Gvardiol ในนาทีที่ 75 ก่อนเปลี่ยน Ryan McAidoo และ Ayyoub Bouaddi ลงสนามในนาทีที่ 82

Haaland ปิดเกมด้วยประตูที่สอง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังมีโอกาสลุ้นประตูเพิ่ม โดยนาทีที่ 83 Ryan McAidoo ได้ยิงจากบริเวณกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาซ้ายออกไปเล็กน้อย

หนึ่งนาทีต่อมา ทีมเยือนได้ประตูปิดเกม เมื่อ Erling Haaland รับบอลต่ำอย่างแม่นยำภายในเขตโทษ ก่อนซัดเข้าไปที่มุมบนซ้าย เป็นประตูที่สองของเขาในเกมและทำให้สกอร์ขยับเป็น 4-1

ช่วงท้าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่ง Vitor Reis และ Kaden Braithwaite ลงสนามในนาทีที่ 89 ก่อนผู้ตัดสิน Andy Madley เป่านกหวีดหมดเวลาในนาที 90+6 ยืนยันชัยชนะของทีมเยือนด้วยสกอร์ 4-1

สรุปผลการแข่งขัน

รายการแข่งขัน: พรีเมียร์ลีก 2026/27
รอบการแข่งขัน: รอบ 2

คริสตัล พาเลซ 1-4 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผู้ทำประตู

  • 17′ Erling Haaland (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) 0-1
  • 54′ Rayan Cherki (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) 0-2
  • 56′ Gianluigi Donnarumma (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ทำเข้าประตูตัวเอง) 1-2
  • 59′ Rayan Cherki (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) 1-3
  • 84′ Erling Haaland (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) 1-4

ใบเหลือง

  • 33′ Rayan Cherki (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
  • 55′ Elliot Anderson (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
  • 68′ Anan Khalaili (คริสตัล พาเลซ)

ใบแดง

ไม่มี

เหตุการณ์สำคัญ

  • 2′ Eddie Nketiah ยิงในกรอบ แต่ Gianluigi Donnarumma เซฟไว้ได้
  • 7′ Dean Henderson ป้องกันลูกยิงไกลของ Elliot Anderson
  • 17′ Erling Haaland โหม่งให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ
  • 33′ Jorgen Larsen โหม่งหลุดเสาอย่างหวุดหวิด
  • 35′ Tyrick Mitchell ได้โหม่งในเขตโทษแต่บอลออกข้าง
  • 45+2′ Dean Henderson เซฟลูกยิงของ Rayan Cherki ช่วยให้ พาเลซ ยังตามเพียงหนึ่งประตูในครึ่งแรก
  • 50′ Eddie Nketiah วอลเลย์หลุดเสา
  • 54′ Rayan Cherki ยิงให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หนีเป็น 2-0
  • 56′ Yeremy Pino ยิงฟรีคิกชนคาน ก่อนในนาทีเดียวกัน Gianluigi Donnarumma ถูกบันทึกทำเข้าประตูตัวเอง
  • 59′ Cherki ยิงประตูที่สองของตัวเอง ให้ทีมเยือนนำ 3-1
  • 68′ Eddie Nketiah ต้องออกจากสนามหลังมีอาการบาดเจ็บ
  • 72′ Anan Khalaili ได้โอกาสยิง แต่ถูกผู้รักษาประตูป้องกัน
  • 84′ Erling Haaland ยิงประตูที่สองของตัวเอง ปิดสกอร์ 4-1
  • 90+6′ ผู้ตัดสินเป่าจบการแข่งขัน

ข้อมูลการแข่งขัน

  • ผู้ตัดสิน: Andy Madley
  • สนามแข่งขัน: Selhurst Park
  • จำนวนผู้ชม: 25,486

สถิติสำคัญ

  • การครองบอล: คริสตัล พาเลซ 28% – 72% แมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • โอกาสยิง: คริสตัล พาเลซ 9 – 18 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • ยิงตรงกรอบ: คริสตัล พาเลซ 1 – 9 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • ใบเหลือง: คริสตัล พาเลซ 1 – 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • ใบแดง: คริสตัล พาเลซ 0 – 0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • เตะมุม: คริสตัล พาเลซ 2 – 6 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

บทสรุป

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าในจังหวะชี้ขาด แม้ คริสตัล พาเลซ จะสร้างโอกาสอันตรายได้หลายครั้งตั้งแต่ต้นเกม และเคยลดช่องว่างเหลือเพียง 1-2 ในช่วงต้นครึ่งหลัง แต่ทีมเยือนตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยประตูที่สองของ Rayan Cherki ก่อนที่ Erling Haaland จะปิดเกมในช่วงท้าย

Haaland และ Cherki กลายเป็นสองผู้เล่นสำคัญของเกมด้วยผลงานคนละสองประตู ขณะที่จังหวะฟรีคิกชนคานของ Yeremy Pino และการทำเข้าประตูตัวเองของ Donnarumma ทำให้ พาเลซ มีช่วงเวลาที่กลับมามีความหวัง แต่สุดท้ายไม่สามารถรักษาโมเมนตัมเอาไว้ได้ ก่อนจบการแข่งขันด้วยชัยชนะ 4-1 ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้