
ลิเวอร์พูลต้องออกแรงไล่ตามถึงสองครั้งก่อนเปิดบ้านเสมอ นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก 2026/27 นัดที่ 2 เกมนี้ทีมเยือนเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนจาก Dan Ndoye นาที 24 ก่อนที่ Alexander Isak จะยิงตีเสมอในครึ่งหลัง จากนั้น Morgan Gibbs-White สังหารจุดโทษพา ฟอเรสต์ ขึ้นนำอีกครั้ง แต่ Victor Munoz กลายเป็นคนสำคัญของเจ้าถิ่นด้วยประตูในนาที 82 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล รอดจากความพ่ายแพ้
ก่อนเกม ลิเวอร์พูล ถูกมองว่าได้เปรียบเล็กน้อยจากการกลับมาเล่นที่ Anfield และมีตัวเลือกในแนวรุกที่มากกว่า แต่จุดที่ยังถูกตั้งคำถามคือเกมรับและพื้นที่ด้านหลังแนวรับ ขณะที่ ฟอเรสต์ แม้มีปัญหาเรื่องการสร้างโอกาสจากสองเกมทางการก่อนหน้านี้ แต่รูปแบบการตั้งรับลึกและสวนกลับยังเป็นสิ่งที่สามารถสร้างปัญหาให้เจ้าถิ่นได้ ซึ่งมุมมองใน วิเคราะห์ก่อนเกม ลิเวอร์พูล พบ นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามพอสมควร เพราะ ฟอเรสต์ ใช้จังหวะเปลี่ยนเกมและการโจมตีพื้นที่ของ ลิเวอร์พูล สร้างโอกาสสำคัญได้หลายครั้ง ก่อนที่เจ้าถิ่นต้องไล่ตามตีเสมอถึงสองครั้งจึงจบเกมด้วยสกอร์ 2-2
ฟอเรสต์สร้างปัญหาก่อน ลิเวอร์พูลครองบอลแต่ต้องเป็นฝ่ายไล่ตาม
ลิเวอร์พูลเริ่มเกมด้วยการพยายามเปิดพื้นที่ทางริมเส้น นาที 3 Jeremie Frimpong มีโอกาสขึ้นเกมและเปิดบอลเข้าเขตโทษ แต่บอลไม่ถึงเพื่อนร่วมทีม หลังจากนั้นกลับเป็น นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ ที่เริ่มสร้างโอกาสอันตรายได้ชัดกว่า นาที 11 Igor Jesus ยิงไปทางซ้ายของประตูแต่ถูกบล็อกจนได้เตะมุม และอีกห้านาทีต่อมาเจ้าตัวเกือบได้ประตูอีกครั้งจากการยิงในกรอบที่ถูกผู้เล่น ลิเวอร์พูล สกัดออกจากเส้น
ทีมเยือนยังสร้างแรงกดดันต่อเนื่อง นาที 17 Xaver Schlager เก็บบอลจากจังหวะเตะมุมก่อนยิงจากหน้าเขตโทษแต่ติดแนวรับ ตามด้วยนาที 19 Dan Ndoye โหม่งระยะใกล้หลุดเสาซ้ายออกไปเล็กน้อย จนกระทั่งนาที 24 ความพยายามของ ฟอเรสต์ ได้ผล Morgan Gibbs-White ส่งบอลเข้าเขตโทษให้ Ndoye จับบอลก่อนตัดเข้าในและยิงเสียบมุมขวาล่างอย่างเด็ดขาด พาทีมเยือนนำ 1-0
หลังเสียประตู ลิเวอร์พูล เริ่มเร่งเกมมากขึ้น Dominik Szoboszlai มีทั้งจังหวะฟรีคิกและโอกาสยิงจากพื้นที่อันตราย ก่อนที่นาที 32 Jeremie Frimpong จะจ่ายทะลุให้ Florian Wirtz หลุดเข้าเขตโทษและยิงผ่าน Matz Sels เข้ามุมล่าง ลิเวอร์พูล ฉลองประตูตีเสมอได้เพียงไม่นาน เพราะ VAR เข้ามาตรวจสอบจังหวะดังกล่าวและพบว่ามีการล้ำหน้า ทำให้ประตูถูกยกเลิกในนาที 35
ลิเวอร์พูลยังไม่หยุดบุก นาที 36 Wirtz ได้โหม่งจากลูกเปิดเข้าเขตโทษ แต่ Sels แสดงปฏิกิริยาเซฟเอาไว้ได้ ช่วงท้ายครึ่งแรกเจ้าถิ่นยังมีโอกาสสำคัญอีกครั้งเมื่อ Alexander Isak จ่ายย้อนให้ Victor Munoz ยิงจากในกรอบนาที 45 แต่บอลหลุดเสาขวาออกไป
ช่วงทดเวลาของครึ่งแรกกลับเป็น ฟอเรสต์ ที่เกือบหนีห่าง Igor Jesus รับบอลในเขตโทษแล้วซัดตรงกลางประตู แต่ Alisson เซฟด้วยปฏิกิริยารวดเร็ว บอลพุ่งไปชนเสาก่อนออกหลัง จบครึ่งแรก นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ จึงยังนำ ลิเวอร์พูล 1-0
Alexander Isak ปลดล็อก ก่อนจุดโทษทำให้เกมเปลี่ยนอีกครั้ง
ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล เริ่มต้นด้วยแรงกดดันทันที นาที 47 Virgil van Dijk ขึ้นโหม่งจากลูกเตะมุมแต่บอลตรงตัวผู้รักษาประตู ขณะที่ ฟอเรสต์ ก็ยังหาโอกาสตอบโต้ได้ นาที 48 Dan Ndoye เก็บบอลที่หลุดมาในเขตโทษก่อนยิงเฉียดเสาขวา
เกมเริ่มหนักขึ้นและมีใบเหลืองเกิดขึ้นหลายครั้ง Ola Aina ถูกเตือนนาที 50 ตามด้วย Victor Munoz นาที 54 และ Florian Wirtz นาที 58 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะได้ประตูที่ต้องการในนาที 60 Cody Gakpo จ่ายบอลเข้าเท้า Alexander Isak ภายในเขตโทษ ก่อนกองหน้าชาวสวีเดนจะยิงเรียดผ่านผู้รักษาประตูเข้าตาข่าย พาเจ้าถิ่นกลับมาเสมอ 1-1
หลังตีเสมอ ลิเวอร์พูล พยายามเดินหน้าต่อ แต่เกมกลับพลิกในนาที 68 เมื่อ Alisson ไปทำฟาวล์ผู้เล่น ฟอเรสต์ จนผู้ตัดสิน Samuel Barrott ชี้เป็นจุดโทษ พร้อมแจกใบเหลืองให้ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น Morgan Gibbs-White รับหน้าที่สังหารในนาที 70 และยิงเข้าไปทางเสาซ้าย ส่งทีมเยือนกลับมานำอีกครั้ง 2-1
การเปลี่ยนตัวของลิเวอร์พูลช่วยเพิ่มแรงกดดันช่วงท้ายเกม
หลังตกเป็นฝ่ายตามอีกครั้ง ลิเวอร์พูล เริ่มขยับเปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่ง นาที 71 Konstantinos Tsimikas ลงแทน Milos Kerkez, Ryan Gravenberch แทน Jeremie Frimpong และ Rio Ngumoha ลงมาแทน Cody Gakpo ที่เล่นต่อไม่ไหวจากอาการบาดเจ็บ
การปรับทีมทำให้เจ้าถิ่นเดินเกมรุกหนักขึ้น นาที 74 Tsimikas เก็บบอลกระดอนบริเวณหน้าเขตโทษก่อนยิงไปทางซ้าย แต่ Matz Sels ยังพุ่งปัดไว้ได้ จากนั้นนาที 77 ลิเวอร์พูล เปลี่ยน Trey Nyoni แทน Alexis Mac Allister และ Ronald Araujo ลงแทน Jeremy Jacquet
นาที 78 ลิเวอร์พูลเกือบตีเสมออีกครั้ง Szoboszlai เปิดบอลยาวเข้าเขตโทษให้ Alexander Isak พยายามยิงจังหวะแรก แต่บอลเฉียดเสาซ้ายออกไป หลังจากนั้นเพียงหนึ่งนาที Araujo ถูกใบเหลืองจากผู้ตัดสิน
Victor Munoz ซัดนาที 82 ช่วยลิเวอร์พูลรอดพ้นความพ่ายแพ้
ช่วงเวลาสำคัญเกิดขึ้นในนาที 82 เมื่อ Florian Wirtz จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ Victor Munoz รับบอลก่อนยิงเต็มแรง บอลพุ่งชนใต้คานและเข้าประตูไปแบบที่ Matz Sels หมดสิทธิ์ป้องกัน ลิเวอร์พูล กลับมาตีเสมอ 2-2 และทำให้ช่วงท้ายการแข่งขันเปิดกว้างอีกครั้ง
ฟอเรสต์ พยายามตอบโต้ นาที 83 Neco Williams เปิดจากลูกเตะมุม แต่ Alisson ออกมาจัดการไว้ได้ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิกระยะกลางในนาที 85 หลัง Nikola Milenkovic ทำฟาวล์ Szoboszlai รับหน้าที่ปั่นบอลแต่หลุดเสาขวาออกไปเล็กน้อย
หลังจากนั้นทีมเยือนทยอยเปลี่ยนตัวเพื่อรักษาสถานการณ์ โดย Luca Netz ลงแทน Ola Aina นาที 86 และช่วงทดเวลา Callum Hudson-Odoi กับ Nicolas Dominguez ถูกส่งลงสนาม ลิเวอร์พูลยังพยายามเดินหน้าหาประตูชัย แต่ไม่สามารถสร้างจังหวะเด็ดขาดเพิ่มได้ ก่อน Samuel Barrott เป่าจบการแข่งขันในนาที 90+6 ด้วยผลเสมอ 2-2
สรุปผลการแข่งขัน
พรีเมียร์ลีก 2026/27 นัดที่ 2
ลิเวอร์พูล 2-2 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
ผู้ทำประตู
- 24′ Dan Ndoye (นอตทิงแฮม ฟอเรสต์)
- 60′ Alexander Isak (ลิเวอร์พูล)
- 70′ Morgan Gibbs-White (นอตทิงแฮม ฟอเรสต์, จุดโทษ)
- 82′ Victor Munoz (ลิเวอร์พูล)
ประตูที่ถูกยกเลิก
- 32′ Florian Wirtz (ลิเวอร์พูล) – VAR ยกเลิกจากการล้ำหน้าในนาที 35
ใบเหลือง
- 44′ Igor Jesus (นอตทิงแฮม ฟอเรสต์)
- 50′ Ola Aina (นอตทิงแฮม ฟอเรสต์)
- 54′ Victor Munoz (ลิเวอร์พูล)
- 58′ Florian Wirtz (ลิเวอร์พูล)
- 69′ Alisson (ลิเวอร์พูล)
- 79′ Ronald Araujo (ลิเวอร์พูล)
ใบแดง
- (ไม่มีใบแดง)
ข้อมูลการแข่งขัน
- ผู้ตัดสิน: Samuel Barrott
- จำนวนผู้ชม: 61,276
- สนามแข่งขัน: Anfield
สถิติสำคัญ
- การครองบอล: ลิเวอร์พูล 69% – 31% นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
- โอกาสยิง: ลิเวอร์พูล 13 – 12 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
- ยิงตรงกรอบ: ลิเวอร์พูล 4 – 3 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
- ใบเหลือง: ลิเวอร์พูล 4 – 2 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
- ใบแดง: ลิเวอร์พูล 0 – 0 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
- เตะมุม: ลิเวอร์พูล 3 – 5 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
บทสรุป
ลิเวอร์พูลจบเกมด้วยผลเสมอ 2-2 ในวันที่ครองบอลมากกว่าอย่างชัดเจน แต่ไม่สามารถควบคุมความอันตรายของ นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ ได้ตลอดทั้งเกม ตัวเลขหลังจบการแข่งขันสะท้อนจุดนี้ได้ดี เพราะแม้เจ้าถิ่นจะครองบอล 69% และมีโอกาสยิง 13 ครั้ง แต่ ฟอเรสต์ กลับมีค่า xG สูงกว่า 2.30 ต่อ 1.75 และสร้างโอกาสสำคัญได้ถึง 5 ครั้ง เทียบกับ 1 ครั้งของ ลิเวอร์พูล จึงเป็นเกมที่เจ้าบ้านมีบอลมากกว่า แต่ทีมเยือนสร้างจังหวะที่มีคุณภาพได้อันตรายกว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นยังสอดคล้องกับประเด็นก่อนเกมเรื่องพื้นที่หลังแนวรับและการรับมือจังหวะสวนกลับของ ลิเวอร์พูล เพราะ ฟอเรสต์ สามารถใช้พื้นที่เหล่านั้นสร้างแรงกดดันได้หลายครั้งและขึ้นนำถึงสองหน ขณะที่คุณภาพในแนวรุกของเจ้าถิ่นยังช่วยให้ทีมกลับมาได้จากประตูของ Alexander Isak และ Victor Munoz สุดท้ายหนึ่งแต้มจึงเป็นผลลัพธ์ที่สะท้อนทั้งข้อได้เปรียบด้านการครองเกมของ ลิเวอร์พูล และประสิทธิภาพในการสร้างโอกาสของ ฟอเรสต์ ได้ค่อนข้างชัดเจน
More Stories
เชลซีเฉือนไบรท์ตัน 4-3 พาลเมอร์ซัดสุดสวย ก่อนเจ้าถิ่นลุ้นระทึกถึงนาทีสุดท้าย
วิเคราะห์ก่อนเกม : เชลซี พบ ไบรท์ตัน พรีเมียร์ลีก 2026/27
บอร์นมัธ พบ เอฟเวอร์ตัน ทาร์คอฟสกีซัดทดเจ็บ พาทีมเยือนไล่เจ๊า 1-1