
โมร็อกโกทำผลงานได้อย่างเฉียบขาดในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังเอาชนะแคนาดา 3-0 จากฟอร์มครึ่งหลังที่เล่นได้คมกว่าและลงโทษความผิดพลาดของคู่แข่งได้อย่างชัดเจน โดยเกมนี้ Azzedine Ounahi เป็นตัวแปรสำคัญจากการยิง 2 ประตู ก่อนที่ Soufiane Rahimi จะปิดท้ายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
แคนาดาเริ่มเกมด้วยความตั้งใจสูงและมีช่วงที่สร้างแรงกดดันจากลูกตั้งเตะกับการขึ้นเกมริมเส้น แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบพอ ขณะที่โมร็อกโกแม้ครึ่งแรกต้องเจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บและเกมค่อนข้างหนัก แต่เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลังพวกเขาเปลี่ยนโอกาสสำคัญให้เป็นประตูได้ดีกว่า จนกลายเป็นชัยชนะที่ชัดเจนทั้งสกอร์และโมเมนตัมของเกม
ครึ่งแรก แคนาดาบุกก่อน แต่โมร็อกโกยังเอาอยู่
เกมเริ่มต้นด้วยแคนาดาเป็นฝ่ายเขี่ยบอลและพยายามเปิดเกมรุกเร็วทางริมเส้น ตั้งแต่นาทีที่ 5 Richie Laryea ได้จังหวะส่งบอลเข้าเขตโทษจนทีมได้ลูกเตะมุม ก่อนที่นาทีที่ 6 Jonathan David จะมีโอกาสยิงแบบจังหวะแรก แต่ Bono ยังโชว์เซฟสำคัญช่วยโมร็อกโกไม่ให้เสียประตูเร็ว
หลังจากนั้นแคนาดายังพยายามกดดันต่อเนื่องจากลูกเตะมุมของ Stephen Eustaquio และการเคลื่อนที่ของ Tajon Buchanan แต่แนวรับโมร็อกโกยังอ่านจังหวะได้ดี นาทีที่ 10 Tanitoluwa Oluwaseyi ได้บอลลึกในเขตโทษแล้วซัดตรงกรอบ ทว่าบอลยังเบาและเข้ามือ Bono ทำให้แคนาดาพลาดโอกาสขึ้นนำในช่วงต้นเกม
โมร็อกโกเจอปัญหาเร็วในนาทีที่ 22 เมื่อ Ismael Saibari มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ Mohamed Ouahbi ต้องส่ง Soufiane Rahimi ลงสนามแทนแบบไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนตัวครั้งนี้กลายเป็นจุดสำคัญของเกม เพราะ Rahimi มีบทบาทต่อเกมรุกมากขึ้นเรื่อย ๆ และเกือบทำประตูได้ในนาทีที่ 29 จากจังหวะยิงที่บังคับให้ผู้รักษาประตูแคนาดาต้องเซฟ
ช่วงท้ายครึ่งแรกเกมเริ่มหนักขึ้นและมีใบเหลืองออกต่อเนื่อง นาทีที่ 20 Redouane Halhal โดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าสกัดหนัก ก่อนที่ Achraf Hakimi, Richie Laryea, Jonathan David, Azzedine Ounahi และ Bilal El Khannouss จะถูกจดชื่อเพิ่มในช่วงนาที 40 ถึง 45+6 ทำให้ครึ่งแรกจบลงแบบไม่มีประตู แต่มีแรงปะทะสูงและความตึงเครียดสะสมเต็มสนาม
ครึ่งหลัง โมร็อกโกปลดล็อกเร็วจาก Ounahi
เริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่นาน แคนาดายังพยายามเปิดเกมบุกและได้ลูกเตะมุมตั้งแต่นาทีที่ 48 แต่กลับเป็นโมร็อกโกที่ใช้โอกาสได้เด็ดขาดกว่า นาทีที่ 49 Luc De Fougerolles เข้าบอลหนักจนโดนใบเหลือง และจากจังหวะฟรีคิกต่อเนื่อง Achraf Hakimi มีส่วนสำคัญในการสร้างเกม ก่อนจ่ายให้ Azzedine Ounahi ยิงจากหน้าเขตโทษเสียบมุมขวาล่างในนาทีที่ 50 ส่งให้โมร็อกโกขึ้นนำ 1-0
ประตูนี้เปลี่ยนภาพรวมของเกมทันที แคนาดาต้องขยับขึ้นสูงมากขึ้น ขณะที่โมร็อกโกเริ่มเล่นด้วยความมั่นใจและเลือกจังหวะสวนกลับได้ดี นาทีที่ 55 Soufiane Rahimi พยายามเปิดบอลเข้าเขตโทษจนแนวรับแคนาดาต้องสกัดออกหลัง และโมร็อกโกได้ลูกเตะมุม แม้ยังไม่เปลี่ยนเป็นประตู แต่ทำให้แคนาดาต้องระวังเกมเปลี่ยนจังหวะมากขึ้น
ฝั่งแคนาดาพยายามแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวในนาทีที่ 63 ส่ง Cyle Larin ลงมาแทน Tanitoluwa Oluwaseyi เพื่อเพิ่มตัวจบสกอร์ในแดนหน้า ส่วนโมร็อกโกก็ขยับเปลี่ยน Chemsdine Talbi และ Sofyan Amrabat ลงมาแทน Bilal El Khannouss กับ Ayyoub Bouaddi เพื่อเติมความสดและคุมจังหวะแดนกลาง หลังจากนั้นเกมมีช่วงพักดื่มน้ำในนาทีที่ 68 ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนและจำนวนผู้ชมในสนาม 68,777 คน
แคนาดาพยายามเร่ง แต่โดนโมร็อกโกลงโทษท้ายเกม
หลังเสียประตู แคนาดายังมีความพยายามกลับเข้าสู่เกม นาทีที่ 76 พวกเขาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษจากจังหวะที่ Sofyan Amrabat ดึงคู่แข่ง แต่ Jonathan David ยิงข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย จากนั้นนาทีที่ 79 Tajon Buchanan ได้โอกาสยิงไกลเข้ากรอบ บอลพุ่งไปทางเสาซ้าย แต่ Bono ยังเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
Jesse Marsch เดินเกมเปลี่ยนตัวต่อในนาทีที่ 78 โดยส่ง Promise David และ Jacob Shaffelburg ลงสนาม เพื่อเพิ่มความเร็วและแรงกดดันทางริมเส้น แคนาดาเริ่มมีจังหวะครอสและลูกเตะมุมมากขึ้น แต่จังหวะสุดท้ายยังถูกแนวรับโมร็อกโกบล็อกหรือเคลียร์ได้ตลอด โดยเฉพาะจังหวะของ Stephen Eustaquio, Ali Ahmed และ Jacob Shaffelburg ที่พยายามเปิดบอลเข้าไปในพื้นที่อันตราย
นาทีที่ 82 โมร็อกโกได้ประตูสำคัญจากจังหวะที่ Brahim Diaz จ่ายบอลเรียบง่ายเข้าเท้า Azzedine Ounahi ในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ Ounahi จะตั้งหลักแล้วซัดอย่างเด็ดขาดเสียบมุมขวาบน ส่งให้โมร็อกโกนำห่าง 2-0 ประตูนี้แทบปิดประตูการคัมแบ็กของแคนาดา เพราะทั้งเวลาและโมเมนตัมเริ่มเอียงไปทางโมร็อกโกชัดเจน
นาทีที่ 85 โมร็อกโกเกือบได้ประตูที่สามจากลูกโหม่งของ Soufiane Rahimi ที่พุ่งไปชนคานอย่างจัง ก่อนที่ทั้งสองทีมจะเปลี่ยนตัวเพิ่มเติมในนาทีที่ 87 แคนาดาส่ง Jonathan Osorio และ Jayden Nelson ลงมา ส่วนโมร็อกโกส่ง Samir El Mourabet กับ Marwane Saadane ลงสนามเพื่อรักษาความสดและจัดระเบียบเกมช่วงท้าย
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แคนาดาพยายามบุกต่อและมีจังหวะยิงของ Jonathan Osorio, Jayden Nelson และ Alistair Johnston แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ สุดท้ายในนาทีที่ 90+8 โมร็อกโกปิดเกมอย่างเด็ดขาดจากจังหวะที่ Brahim Diaz จ่ายบอลให้ Soufiane Rahimi ในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ Rahimi จะยิงเรียดเสียบมุมขวาล่างเป็นประตู 3-0 และผู้ตัดสิน Michael Oliver เป่านกหวีดจบเกมในนาทีที่ 90+10
สรุปผลการแข่งขัน
แคนาดา 0-3 โมร็อกโก
ผู้ทำประตู
โมร็อกโก: Azzedine Ounahi 50′, 82′, Soufiane Rahimi 90+8′
แอสซิสต์
โมร็อกโก: Achraf Hakimi 50′, Brahim Diaz 82′, 90+8′
ใบเหลือง
แคนาดา: Richie Laryea 40′, Jonathan David 43′, Luc De Fougerolles 49′, Cyle Larin 67′
โมร็อกโก: Redouane Halhal 20′, Achraf Hakimi 40′, Azzedine Ounahi 45′, Bilal El Khannouss 45+6′
บทสรุป
เกมนี้แคนาดาไม่ได้เริ่มต้นแย่ พวกเขามีโอกาสจาก Jonathan David ตั้งแต่นาทีที่ 6 และพยายามใช้ลูกครอสกับลูกตั้งเตะกดดันโมร็อกโกอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาสำคัญคือความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายยังไม่พอ เมื่อเจอกับทีมที่มีวินัยเกมรับและผู้รักษาประตูอย่าง Bono ที่เซฟจังหวะสำคัญได้หลายครั้ง โอกาสที่แคนาดาสร้างขึ้นจึงไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้
รูปเกมที่ออกมาใกล้เคียงกับหลายประเด็นใน วิเคราะห์ก่อนเกม แคนาดา พบ โมร็อกโก โดยเฉพาะการดวลกันริมเส้น ความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้าย และบทบาทของผู้เล่นตัวรุกที่สามารถเปลี่ยนโมเมนตัมของเกมได้ ซึ่งสุดท้ายเป็นโมร็อกโกที่จัดการรายละเอียดเหล่านี้ได้ดีกว่าในครึ่งหลัง
โมร็อกโกแสดงให้เห็นความนิ่งของทีมในรอบน็อกเอาต์ แม้ครึ่งแรกต้องเสีย Ismael Saibari จากอาการบาดเจ็บ แต่ Soufiane Rahimi ที่ลงมาแทนกลับมีบทบาทสูง ขณะที่ Azzedine Ounahi เป็นผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างชัดเจนจากการยิง 2 ประตู ส่วน Brahim Diaz มีอิทธิพลสูงในช่วงท้ายเกมด้วย 2 แอสซิสต์ ชัยชนะ 3-0 ทำให้โมร็อกโกผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายอย่างแข็งแกร่ง และยืนยันว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในทีมที่อันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ ในฟุตบอลโลก 2026
More Stories
อาร์เจนตินาแซงอังกฤษ 2-1 ท้ายเกม ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026
สเปนดับฝรั่งเศส 2-0 ทะลุชิง ฟุตบอลโลก 2026 หลังเกมรุกเฉียบขาดและแนวรับไร้รอยรั่ว
วิเคราะห์ก่อนเกม : อังกฤษ พบ อาร์เจนตินา ฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ