
อาร์เจนตินาผ่านเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบต้องออกแรงหนักกว่าที่คาด หลังถูกอียิปต์นำก่อนถึงสองประตู แต่ยังอาศัยคุณภาพเกมรุกและความเด็ดขาดช่วงท้ายเกม พลิกกลับมาชนะ 3-2 ในเกมที่เต็มไปด้วยจังหวะสำคัญตั้งแต่ครึ่งแรกจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
อียิปต์เริ่มเกมด้วยแผนที่ชัดเจน เน้นตั้งรับเป็นระบบแล้วรอจังหวะสวนกลับ ขณะที่อาร์เจนตินาครองบอลมากกว่าและสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง แต่ปัญหาสำคัญในช่วงแรกคือจังหวะจบสกอร์ที่ยังไม่เฉียบขาดพอ ทำให้เกมนี้กลายเป็นบททดสอบใหญ่ของทีมแชมป์โลกในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์กดดัน
อียิปต์ขึ้นนำเร็วจากลูกโหม่งของ Yasser Ibrahim
เกมเริ่มมาเพียง 15 นาที อียิปต์เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนจากจังหวะที่ Marwan Attia เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ Yasser Ibrahim โหม่งระยะใกล้ส่งบอลเสียบมุมขวาล่าง กลายเป็นประตู 0-1 และทำให้รูปเกมเปลี่ยนทันที อาร์เจนตินาต้องเร่งสปีดเกมรุกมากขึ้น ขณะที่อียิปต์ยิ่งมั่นใจในการยืนรับต่ำและรอจังหวะโต้กลับ
หลังเสียประตู อาร์เจนตินามีโอกาสทองในนาทีที่ 19 เมื่อ Haissem Hassan ทำฟาวล์ในเขตโทษ ผู้ตัดสิน Francois Letexier เป่าให้เป็นจุดโทษทันที Lionel Messi รับหน้าที่ยิงในนาทีที่ 21 แต่ Mostafa Shobeir อ่านทางถูก พุ่งเซฟลูกยิงไปทางมุมขวาล่างได้อย่างยอดเยี่ยม จังหวะนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของครึ่งแรก เพราะอาร์เจนตินาพลาดโอกาสตีเสมอเร็ว และทำให้อียิปต์ยังรักษาความได้เปรียบไว้ได้
Messi ชนเสา Shobeir เซฟต่อเนื่อง ก่อนอียิปต์จบครึ่งแรกนำ 1-0
อาร์เจนตินายังเดินหน้ากดดันต่อเนื่อง นาทีที่ 28 Alexis Mac Allister ได้โหม่งกลางประตู แต่ Shobeir ยังโชว์ปฏิกิริยาไวปัดออกไปได้ จากนั้นนาทีที่ 31 Messi ได้โอกาสยิงไกลเต็มข้อ บอลพุ่งแรงไปชนเสาซ้ายอย่างน่าเสียดาย เป็นอีกครั้งที่อาร์เจนตินาเข้าใกล้ประตูตีเสมอ แต่ยังไม่มีความเฉียบคมพอในจังหวะสุดท้าย
ช่วงท้ายครึ่งแรก Julian Alvarez มีโอกาสสำคัญในนาทีที่ 39 หลังหลุดเข้าไปยิงต่ำกลางประตู แต่ Shobeir ยังเซฟได้อีกครั้ง อียิปต์เจอแรงกดดันหนักตลอดช่วงท้าย แต่ยังช่วยกันป้องกันได้ดี ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นำ 1-0 ภาพรวม 45 นาทีแรก อาร์เจนตินาสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ความผิดพลาดในพื้นที่สุดท้ายและฟอร์มของ Shobeir ทำให้พวกเขายังตามหลัง ซึ่งเป็นภาพที่สอดคล้องกับประเด็นใน วิเคราะห์ก่อนเกม อาร์เจนตินา พบ อียิปต์ โดยเฉพาะเรื่องความสำคัญของจังหวะจบสกอร์ และการรับมือเกมรับที่มีวินัยของอียิปต์
ครึ่งหลังอียิปต์เกือบหนี 2-0 ก่อน VAR ริบประตู
เริ่มครึ่งหลัง อียิปต์เปลี่ยน Emam Ashour ออกแล้วส่ง Hamdi Fathy ลงสนามเพื่อเพิ่มความแน่นในแดนกลาง ส่วนอาร์เจนตินายังพยายามต่อบอลสั้นเพื่อหาช่องเจาะเกมรับ นาทีที่ 47 Rodrigo de Paul ได้ยิงจากหน้าเขตโทษ แต่บอลเบาและตรงตัว Shobeir
นาทีที่ 58 อียิปต์เกือบหนีเป็น 2-0 จากจังหวะสวนกลับเร็ว Mohamed Salah จ่ายให้ Mostafa Ziko ยิงเข้าไป แต่ผู้ตัดสินเช็ก VAR ก่อนตัดสินใจริบประตูคืน เนื่องจากมีจังหวะฟาวล์ในช่วงสร้างเกม ทำให้อาร์เจนตินายังรอดจากการตามหลังสองประตูในจังหวะนั้น อย่างไรก็ตาม สัญญาณอันตรายเริ่มชัดเจนว่าแนวรับอาร์เจนตินามีปัญหาเมื่อต้องรับมือจังหวะสวนกลับเร็วของอียิปต์
Mostafa Ziko ซัดให้อียิปต์นำ 2-0 ก่อนอาร์เจนตินาเริ่มคัมแบ็ก
แม้จะโดนริบประตูก่อนหน้านั้น แต่อียิปต์ยังไม่เสียสมาธิ นาทีที่ 67 Haissem Hassan จ่ายบอลให้ Mostafa Ziko วิ่งเข้ายิงจังหวะแรกจากระยะใกล้เข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด ส่งให้อียิปต์นำ 2-0 คราวนี้ไม่มี VAR ช่วยอาร์เจนตินา และสถานการณ์ของทีมแชมป์โลกเริ่มกดดันหนักขึ้น
Lionel Scaloni ต้องขยับแก้เกมทันที ส่ง Lautaro Martinez ลงมาแทน Rodrigo de Paul และส่ง Nicolas Gonzalez แทน Nicolas Tagliafico เพื่อเพิ่มมิติในเกมรุก การเปลี่ยนตัวเริ่มเห็นผลเมื่ออาร์เจนตินากดดันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนนาทีที่ 79 Messi เปิดบอลยกเข้าเขตโทษให้ Cristian Romero ขึ้นโหม่งชนะกองหลัง ส่งบอลเข้ามุมขวาไล่มาเป็น 1-2 และทำให้อาร์เจนตินากลับเข้าสู่เกมเต็มตัว
Messi วอลเลย์ตีเสมอ ก่อน Enzo Fernandez ยิงประตูชัยทดเจ็บ
หลังได้ประตูตีไข่แตก โมเมนตัมของเกมไหลไปทางอาร์เจนตินาชัดเจน นาทีที่ 83 Gonzalo Montiel เปิดบอลให้ Lionel Messi วอลเลย์ในเขตโทษ บอลพุ่งชนใต้คานก่อนเด้งเข้าประตูอย่างสวยงาม กลายเป็นประตูตีเสมอ 2-2 และเป็นจังหวะที่เปลี่ยนอารมณ์ของเกมทั้งหมด อียิปต์จากที่เคยคุมสถานการณ์ได้ กลับต้องถอยลงไปตั้งรับลึกเพื่อประคองเกม
เข้าสู่ช่วงท้าย อาร์เจนตินายังเดินหน้ากดดันต่อ นาทีที่ 87 สถิติโอกาสยิงรวมอยู่ที่ 19 ต่อ 4 แสดงให้เห็นความแตกต่างของปริมาณเกมรุกอย่างชัดเจน ก่อนนาทีที่ 90+2 Lautaro Martinez เปิดบอลจากริมเส้นให้ Enzo Fernandez สอดเข้าเขตโทษและยิงระยะใกล้เสียบมุมขวาล่าง ส่งให้อาร์เจนตินาแซงนำ 3-2 อย่างเหลือเชื่อ
ท้ายเกมเดือด อียิปต์โดนใบเหลืองต่อเนื่อง
หลังเสียประตูที่สาม อียิปต์เริ่มเสียสมาธิและมีจังหวะปะทะกับผู้ตัดสินมากขึ้น นาทีที่ 90+3 Mostafa Shobeir โดนใบเหลืองจากการใช้คำพูดไม่เหมาะสม ตามด้วย Hamdi Fathy ในนาที 90+4 จากการโต้แย้งผู้ตัดสิน และ Marwan Attia ในนาที 90+8 จากจังหวะทำฟาวล์
นาทีที่ 90+9 Hossam Hassan โดนใบเหลืองอีกหนึ่งราย ก่อนหลังจบเกม Haissem Hassan ยังถูกจดชื่อจากพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลังเสียงนกหวีดหมดเวลา ภาพท้ายเกมสะท้อนความผิดหวังของอียิปต์อย่างชัดเจน เพราะพวกเขาเคยนำ 2-0 และอยู่ห่างจากการสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ไม่ไกล แต่ไม่สามารถรับมือกับแรงกดดันช่วงท้ายของอาร์เจนตินาได้
สรุปผลการแข่งขัน
อาร์เจนตินา 3-2 อียิปต์
ผู้ทำประตู
15’ Yasser Ibrahim 0-1
67’ Mostafa Ziko 0-2
79’ Cristian Romero 1-2
83’ Lionel Messi 2-2
90+2’ Enzo Fernandez 3-2
ใบเหลือง / ใบแดง
เกมนี้ไม่มีผู้เล่นโดนใบแดง แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บมีใบเหลืองเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะฝั่งอียิปต์ที่เริ่มเสียสมาธิหลังถูกอาร์เจนตินาแซงนำ 3-2 ในนาที 90+2
รายการใบเหลือง
90+3’ Mostafa Shobeir (Egypt) — ใช้คำพูดไม่เหมาะสม
90+4’ Hamdi Fathy (Egypt) — โต้แย้งผู้ตัดสิน
90+8’ Marwan Attia (Egypt) — ทำฟาวล์ตัดเกม
90+9’ Hossam Hassan (Egypt) — ถูกจดชื่อจากการประท้วง/พฤติกรรมข้างสนาม
90+12’ Haissem Hassan (Egypt) — พฤติกรรมไม่เหมาะสมหลังจบเกม
ใบแดง
ไม่มีใบแดงในเกมนี้
บทสรุป
เกมนี้เป็นหนึ่งในแมตช์ที่สะท้อนคุณภาพและสภาพจิตใจของอาร์เจนตินาได้ชัดเจนที่สุด พวกเขาเริ่มต้นไม่ดี พลาดจุดโทษ ถูกนำสองประตู และเจอผู้รักษาประตูฝั่งตรงข้ามเล่นได้อย่างโดดเด่น แต่ยังไม่หลุดจากแผนของตัวเอง ก่อนค่อย ๆ เพิ่มแรงกดดันจนพลิกสถานการณ์ได้ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย
สำหรับอียิปต์ นี่คือเกมที่น่าเสียดายอย่างมาก เพราะพวกเขาวางแผนมาดี ใช้โอกาสได้เฉียบคม และมีช่วงเวลาที่เข้าใกล้การเขี่ยอาร์เจนตินาตกรอบ แต่ความลึกของขุมกำลังและคุณภาพจังหวะสุดท้ายของอาร์เจนตินากลายเป็นตัวแปรสำคัญ สุดท้ายอาร์เจนตินาชนะ 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จแบบเต็มไปด้วยดราม่า
More Stories
อาร์เจนตินาแซงอังกฤษ 2-1 ท้ายเกม ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026
สเปนดับฝรั่งเศส 2-0 ทะลุชิง ฟุตบอลโลก 2026 หลังเกมรุกเฉียบขาดและแนวรับไร้รอยรั่ว
วิเคราะห์ก่อนเกม : อังกฤษ พบ อาร์เจนตินา ฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ