
เบื้องหลังลีกเอิง โรงงานปั้นแข้งที่เปลี่ยนฟุตบอลยุโรป
ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา หากลองไล่รายชื่อซูเปอร์สตาร์ที่สร้างอิทธิพลต่อวงการฟุตบอลโลก จะพบว่ามีนักเตะจำนวนมหาศาลที่เติบโตมาจากระบบฟุตบอลฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็น ซีเนดีน ซีดาน, เธียร์รี อองรี, ปาทริค วิเอร่า, คาริม เบนเซม่า, เอ็นโกโล ก็องเต้, อองตวน กรีซมันน์, คีลิยัน เอ็มบัปเป้, เอดูอาร์โด กามาวินก้า, วิลเลียม ซาลิบา, เลนี โยโร หรือ โอเรเลียง ชูอาเมนี ชื่อเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงนักเตะชื่อดังของยุค แต่หลายคนกลายเป็นกำลังหลักของสโมสรระดับโลกอย่าง เรอัล มาดริด, อาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล, บาเยิร์น มิวนิค, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง จนทำให้เกิดคำถามสำคัญในวงการฟุตบอลยุโรปว่า เหตุใดประเทศฝรั่งเศสจึงสามารถผลิตนักเตะคุณภาพระดับโลกได้ต่อเนื่องมากกว่าหลายชาติที่มีลีกใหญ่กว่า มีรายได้มากกว่า และมีชื่อเสียงมากกว่า
คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่พรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่ซ่อนอยู่ในระบบฟุตบอลที่ถูกออกแบบอย่างเป็นขั้นตอนตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงฟุตบอลอาชีพ ฝรั่งเศสไม่ได้สร้างนักเตะด้วยโชคหรือกระแส แต่สร้างผ่านโครงสร้างที่พัฒนามายาวนานหลายสิบปี และนี่คือเหตุผลที่แฟนบอลจำนวนมากเริ่มกลับไปศึกษารากฐานของ ประวัติศาสตร์ฟุตบอลฝรั่งเศส จากจุดเริ่มต้นสู่มหาอำนาจลูกหนังโลก ลีกที่สร้างทั้งแชมป์และดาวรุ่งระดับตำนาน เพราะเมื่อมองลึกลงไปจะพบว่าเบื้องหลังความสำเร็จของทีมชาติฝรั่งเศส แชมป์โลก 2 สมัย และเหล่านักเตะค่าตัวมหาศาลในตลาดยุโรป ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากลีกเอิงและระบบพัฒนาผู้เล่นที่ได้รับการยอมรับว่าแข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในยุคปัจจุบัน
ลีกเอิงไม่ได้ขายแค่ฟุตบอล แต่ขายอนาคต
แม้ลีกเอิงจะไม่ใช่ลีกที่มีมูลค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดสูงที่สุดในยุโรป และไม่ได้เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ทุกทีมเหมือนพรีเมียร์ลีก แต่สิ่งที่ทำให้ฟุตบอลฝรั่งเศสแตกต่างคือแนวคิดในการพัฒนาผู้เล่น
หลายสโมสรในฝรั่งเศสไม่ได้สร้างทีมเพื่อซื้อนักเตะดังเข้ามาแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่เลือกลงทุนในระบบเยาวชนและการพัฒนาผู้เล่นระยะยาวแทนด้วยเหตุนี้ ลีกเอิงจึงได้รับฉายาว่า La Ligue des Talents หรือ ลีกแห่งพรสวรรค์ เพราะเป็นหนึ่งในลีกที่ให้โอกาสนักเตะอายุน้อยลงสนามมากที่สุดในยุโรปในขณะที่หลายลีกเลือกใช้นักเตะประสบการณ์สูงเพื่อความสำเร็จระยะสั้น สโมสรฝรั่งเศสกลับเปิดพื้นที่ให้นักเตะอายุ 17-20 ปีได้สัมผัสฟุตบอลอาชีพอย่างต่อเนื่อง
Clairefontaine จุดกำเนิดโรงงานผลิตแข้งระดับโลก
หากพูดถึงระบบฟุตบอลฝรั่งเศส ชื่อที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ INF Clairefontaine ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปฏิรูปวงการลูกหนังฝรั่งเศสโดยตรงหลังจากทีมชาติฝรั่งเศสล้มเหลวในหลายทัวร์นาเมนต์ช่วงทศวรรษ 1980 สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสจึงตัดสินใจสร้างศูนย์พัฒนานักเตะระดับประเทศขึ้นมา โดยเน้นการคัดเลือกเยาวชนที่มีศักยภาพสูงจากทั่วประเทศเข้าสู่ระบบฝึกฝนระยะยาวClairefontaine ไม่ได้สอนแค่เรื่องฟุตบอล แต่รวมถึงการศึกษา การพัฒนาสภาพจิตใจ การวิเคราะห์แท็คติก และการพัฒนาทักษะส่วนบุคคลอย่างละเอียดผลลัพธ์คือการแจ้งเกิดของนักเตะระดับตำนานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Thierry Henry, Nicolas Anelka, Blaise Matuidi และ Kylian Mbappéหลายฝ่ายมองว่า Clairefontaine คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฟุตบอลฝรั่งเศสกลายเป็นมหาอำนาจด้านการพัฒนานักเตะของโลกฟุตบอลยุคใหม่
ความแข็งแกร่งของระบบแมวมองฝรั่งเศส
อีกหนึ่งเหตุผลที่ฝรั่งเศสผลิตนักเตะเก่งได้อย่างต่อเนื่อง คือระบบแมวมองที่ครอบคลุมทั่วประเทศสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสมีเครือข่ายผู้สังเกตการณ์และผู้ประเมินนักเตะกระจายอยู่ในหลายภูมิภาค เพื่อค้นหาเยาวชนที่มีศักยภาพตั้งแต่อายุยังน้อยในแต่ละปีมีเยาวชนจำนวนหลายร้อยคนเข้าสู่ระบบพัฒนาอย่างเป็นทางการ ก่อนคัดกรองเข้าสู่อะคาเดมีระดับสูงของประเทศแนวทางนี้ทำให้ฝรั่งเศสไม่พลาดการค้นพบพรสวรรค์ใหม่ และสามารถสร้างสายพานนักเตะได้อย่างต่อเนื่องทุกยุคทุกสมัย
ลีกเอิงคือเวทีที่เด็กมีโอกาสจริง
หนึ่งในความแตกต่างสำคัญระหว่างลีกเอิงกับหลายลีกใหญ่ คือโอกาสในการลงเล่นสโมสรฝรั่งเศสกล้าส่งนักเตะอายุน้อยลงสนามมากกว่าหลายประเทศในยุโรป เพราะรูปแบบธุรกิจของหลายทีมพึ่งพาการพัฒนาผู้เล่นและขายต่อในอนาคตนั่นคือเหตุผลที่แฟนบอลได้เห็นนักเตะอายุเพียง 17 หรือ 18 ปี ลงเล่นตัวจริงในลีกสูงสุดเป็นเรื่องปกติ
ตัวอย่างชัดเจนคือ Eduardo Camavinga ที่แจ้งเกิดกับ Stade Rennais FC ตั้งแต่อายุยังน้อย หรือ Leny Yoro ที่กลายเป็นหนึ่งในกองหลังดาวรุ่งที่ถูกจับตามองที่สุดในยุโรปก่อนย้ายสู่ Manchester United
สโมสรฝรั่งเศสกลายเป็นโรงงานผลิตนักเตะยุโรป
ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายสโมสรในลีกเอิงถูกยกให้เป็นหนึ่งในอะคาเดมีที่ดีที่สุดของยุโรปไม่ว่าจะเป็น Olympique Lyonnais, AS Monaco FC, Stade Rennais FC, LOSC Lille หรือ Paris Saint-Germain ต่างมีชื่อเสียงด้านการพัฒนาดาวรุ่งอย่างต่อเนื่องสโมสรเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงทีมแข่งขันในลีก แต่ทำหน้าที่คล้ายสถาบันพัฒนานักเตะที่ส่งต่อผู้เล่นเข้าสู่เวทีระดับโลกทุกปี
ทำไมพรีเมียร์ลีกถึงชอบซื้อนักเตะจากฝรั่งเศส
เมื่อพูดถึงตลาดซื้อขายนักเตะ หนึ่งในประเทศที่สโมสรพรีเมียร์ลีกจับตามองมากที่สุดคือฝรั่งเศสเหตุผลสำคัญคือผู้เล่นที่ผ่านระบบลีกเอิงมักมีประสบการณ์ฟุตบอลอาชีพตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้พร้อมใช้งานทันทีเมื่อย้ายไปลีกที่ใหญ่กว่าแตกต่างจากดาวรุ่งหลายประเทศที่ยังต้องใช้เวลาปรับตัว นักเตะฝรั่งเศสจำนวนมากเคยผ่านเกมระดับสูงมาแล้วหลายฤดูกาลสิ่งนี้ทำให้ตลาดนักเตะฝรั่งเศสกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีมูลค่าสูงที่สุดของยุโรป
จากเอ็มบัปเป้ถึงดูเอ้ วงจรแห่งการพัฒนาไม่เคยหยุด
สิ่งที่น่าสนใจคือแม้จะสูญเสียนักเตะเก่งออกไปทุกปี แต่ฝรั่งเศสกลับสร้างคนใหม่ขึ้นมาแทนได้เสมอหลังยุคของ ซีดาน และ อองรี ก็มี เบนเซม่า และ ก็องเต้หลังยุคของ เบนเซม่า ก็มี เอ็มบัปเป้, กามาวินก้า, ซาลิบา, ชูอาเมนี และล่าสุดอย่าง Désiré Doué ที่กำลังถูกยกให้เป็นอนาคตของวงการลูกหนังฝรั่งเศสวงจรนี้สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จของฟุตบอลฝรั่งเศสไม่ได้ขึ้นอยู่กับนักเตะคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากโครงสร้างที่สร้างผู้เล่นคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง
ลีกฝรั่งเศสอาจไม่ได้รวยที่สุด แต่สร้างนักเตะเก่งที่สุด
แม้หลายคนยังมองว่าลีกเอิงเป็นเพียงลีกทางผ่านก่อนย้ายสู่พรีเมียร์ลีกหรือลาลีกา แต่ในมุมของฟุตบอลสมัยใหม่ บทบาทของฝรั่งเศสกลับสำคัญกว่านั้นมากวันนี้สโมสรชั้นนำทั่วโลกต่างพึ่งพานักเตะที่เติบโตจากระบบฝรั่งเศสตั้งแต่แชมป์โลก แชมป์ยูโร แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ไปจนถึงผู้เล่นค่าตัวมหาศาลในตลาดนักเตะ ล้วนมีรากฐานจากลีกเอิงและระบบพัฒนาเยาวชนของประเทศนี้แทบทั้งสิ้น
นี่คือเหตุผลที่ฟุตบอลฝรั่งเศสไม่ได้เป็นเพียงลีกแข่งขันภายในประเทศ แต่กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมฟุตบอลโลกและหากมองจากจำนวนดาวรุ่งที่กำลังแจ้งเกิดในปัจจุบัน ดูเหมือนว่าสถานะ “โรงงานผลิตนักเตะระดับโลก” ของฝรั่งเศสจะยังคงแข็งแกร่งต่อไปอีกหลายสิบปีข้างหน้า เพราะในโลกฟุตบอลยุคใหม่ อาจไม่มีประเทศใดสร้างนักเตะคุณภาพได้ต่อเนื่องและเป็นระบบเท่ากับฝรั่งเศสอีกแล้ว
More Stories
วันแข่งไทยลีก เงินสะพัดทั้งเมือง ร้านอาหาร-โรงแรมโตตามกระแสฟุตบอล
เอล กลาซิโก้ เมืองไทย เคยทำไทยลีกลุกเป็นไฟ เมืองทอง พบ บุรีรัมย์ เกมที่เปลี่ยนฟุตบอลไทย
เมืองทอง ยูไนเต็ด จากทีมสร้างกระแส สู่วันที่ต้องกู้ศรัทธา แฟนบอลไทยยังเชื่อในกิเลนผยอง