18/07/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

วิเคราะห์ก่อนเกม : สเปน พบ ออสเตรีย ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีม

สเปน พบ ออสเตรีย ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย เป็นเกมน็อกเอาต์ที่มีเดิมพันสูง สเปนเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม H พร้อมสถิติยังไม่เสียประตู ขณะที่ออสเตรียมีเกมรุกที่ทำประตูได้ต่อเนื่อง แต่เกมรับยังเป็นจุดที่ต้องระวัง บทวิเคราะห์นี้รวบรวมฟอร์ม 5 นัดหลังสุด สถิติ H2H ข่าวทีม คาดการณ์ 11 ตัวจริง จุดชี้ขาดของเกม และแนวโน้มผลการแข่งขัน
วิเคราะห์ก่อนเกม : สเปน พบ ออสเตรีย ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีม

ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเกมน็อกเอาต์แบบแพ้ตกรอบทันที คู่ระหว่าง ทีมชาติสเปน พบ ทีมชาติออสเตรีย จึงมีน้ำหนักมากกว่าการวัดฟอร์มทั่วไป เพราะผลการแข่งขันนัดเดียวจะเป็นตัวกำหนดว่าใครได้ไปต่อในเส้นทางรอบลึกของทัวร์นาเมนต์ เกมนี้จะแข่งขันวันที่ 3 กรกฎาคม 2026 เวลา 02.00 น. ตามเวลาไทย ที่ SoFi Stadium สหรัฐอเมริกา โดยสเปนเข้าสู่รอบนี้ในฐานะแชมป์กลุ่ม H ส่วนออสเตรียผ่านเข้ามาในฐานะรองแชมป์กลุ่ม J

ภาพรวมก่อนเกมทำให้สเปนถูกจับตามองมากกว่า จากผลงานรอบแบ่งกลุ่มที่ยังไม่เสียประตู และฟอร์ม 5 นัดหลังสุดที่ไม่แพ้ใคร แต่เกมนี้ไม่ได้ง่ายจนควรมองข้ามออสเตรีย เพราะทีมของ Ralf Rangnick มีรูปแบบการเล่นที่ใช้พลังงานสูง กล้าเพรส กล้าโจมตีเร็ว และมีผู้เล่นประสบการณ์สูงหลายราย จุดสำคัญของเกมจึงอยู่ที่ว่าสเปนจะเปลี่ยนการครองบอลเป็นโอกาสคุณภาพได้มากแค่ไหน ขณะที่ออสเตรียจะรับมือแรงกดดันจากแดนกลางและริมเส้นของสเปนได้ดีเพียงใด

ข้อมูลการแข่งขัน

  • รายการ : ฟุตบอลโลก 2026
  • รอบการแข่งขัน : รอบ 32 ทีมสุดท้าย
  • คู่แข่งขัน : สเปน พบ ออสเตรีย
  • วันแข่งขัน : 3 กรกฎาคม 2026
  • เวลาแข่งขัน : 02.00 น. ตามเวลาไทย
  • สนามแข่งขัน : SoFi Stadium
  • ถ่ายทอดสด : MONOMAX, MONOMAX SPORTS

สถานการณ์ก่อนเกม

สเปนผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม H ด้วยผลงาน 3 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 มี 7 คะแนน ยิงได้ 5 ประตู และยังไม่เสียประตูเลยตลอดรอบแบ่งกลุ่ม เส้นทางของพวกเขาเริ่มจากการเสมอเคปเวิร์ด 0-0 ก่อนถล่มซาอุดีอาระเบีย 4-0 และปิดท้ายด้วยชัยชนะเหนืออุรุกวัย 1-0 ภาพรวมเหล่านี้ทำให้สเปนดูมีความมั่นคงสูง โดยเฉพาะเกมรับและการควบคุมจังหวะผ่านแดนกลาง แต่โจทย์ที่ยังต้องแก้คือการเจาะทีมที่ตั้งรับลึก เพราะบางเกมสเปนครองบอลได้มากแต่ยังเปลี่ยนเป็นประตูได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ออสเตรียจบอันดับ 2 ของกลุ่ม J ด้วยผลงาน 3 นัด ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 4 คะแนน ยิงได้ 6 ประตู และเสีย 6 ประตู พวกเขาเริ่มทัวร์นาเมนต์ด้วยการชนะจอร์แดน 3-1 ก่อนแพ้อาร์เจนตินา 0-2 และเสมอแอลจีเรีย 3-3 ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม จุดเด่นของออสเตรียคือการมีเกมรุกที่ทำประตูได้หลายรูปแบบ ทั้งจากการเข้าทำเร็ว การเติมของกองกลาง และการใช้ผู้เล่นประสบการณ์สูงในพื้นที่สุดท้าย แต่ปัญหาใหญ่คือเกมรับที่เสียประตูค่อนข้างง่ายเมื่อเจอคู่แข่งที่มีความเร็วและคุณภาพในการเข้าทำสูง

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด

สเปน

  • ชนะ : 3
  • เสมอ : 2
  • แพ้ : 0
  • ยิงได้ : 9
  • เสีย : 2

ผลงานล่าสุด 5 นัด

  • 27/06/2026 อุรุกวัย 0-1 สเปน ฟุตบอลโลก
  • 21/06/2026 สเปน 4-0 ซาอุดีอาระเบีย ฟุตบอลโลก
  • 15/06/2026 สเปน 0-0 เคปเวิร์ด ฟุตบอลโลก
  • 09/06/2026 เปรู 1-3 สเปน กระชับมิตร
  • 05/06/2026 สเปน 1-1 อิรัก กระชับมิตร

ฟอร์มล่าสุดของสเปนมีความชัดเจนในด้านความแน่นอน พวกเขาไม่แพ้ใครใน 5 นัดหลังสุด และเก็บคลีนชีตได้ถึง 3 นัด โดยเฉพาะในฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่มที่ยังไม่เสียประตูเลย จุดนี้ทำให้สเปนมีฐานเกมที่มั่นคงก่อนเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ อย่างไรก็ตาม เกมเสมอเคปเวิร์ด 0-0 และอิรัก 1-1 เป็นสัญญาณว่าหากคู่แข่งปิดพื้นที่หน้าเขตโทษได้ดี สเปนอาจต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะหาจังหวะจบที่ชัดเจนได้

ออสเตรีย

  • ชนะ : 3
  • เสมอ : 1
  • แพ้ : 1
  • ยิงได้ : 8
  • เสีย : 6

ผลงานล่าสุด 5 นัด

  • 28/06/2026 แอลจีเรีย 3-3 ออสเตรีย ฟุตบอลโลก
  • 23/06/2026 อาร์เจนตินา 2-0 ออสเตรีย ฟุตบอลโลก
  • 17/06/2026 ออสเตรีย 3-1 จอร์แดน ฟุตบอลโลก
  • 02/06/2026 ออสเตรีย 1-0 ตูนิเซีย กระชับมิตร
  • 01/04/2026 ออสเตรีย 1-0 เกาหลีใต้ กระชับมิตร

ออสเตรียมีตัวเลขเกมรุกที่น่าสนใจ ยิงได้ 8 ประตูจาก 5 นัดหลังสุด และทำได้ถึง 3 ประตูในเกมกับจอร์แดนและแอลจีเรีย แต่สิ่งที่สวนทางกันคือจำนวนประตูที่เสีย โดยเฉพาะในฟุตบอลโลก 3 นัดล่าสุดที่เสียรวม 6 ประตู รูปแบบนี้ทำให้ออสเตรียเป็นทีมที่มีอันตรายเมื่อได้เล่นเกมรุก แต่ก็มีช่องให้คู่แข่งโจมตีได้ไม่น้อย หากต้องเจอกับทีมที่หมุนบอลเร็วและมีคุณภาพการเคลื่อนที่อย่างสเปน เกมรับของออสเตรียจะถูกทดสอบหนักกว่าหลายเกมที่ผ่านมา

สถิติการพบกัน H2H

ผลการพบกันล่าสุด 5 นัด

  • 19/11/2009 ออสเตรีย 1-5 สเปน กระชับมิตร
  • 02/09/2001 สเปน 4-0 ออสเตรีย ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
  • 12/10/2000 ออสเตรีย 1-1 สเปน ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
  • 04/09/1999 ออสเตรีย 1-3 สเปน ยูโรรอบคัดเลือก
  • 27/03/1999 สเปน 9-0 ออสเตรีย ยูโรรอบคัดเลือก

สถิติการพบกัน 5 นัดล่าสุดเป็นสเปนที่เหนือกว่าชัดเจน ชนะ 4 เสมอ 1 และไม่แพ้ออสเตรียเลย โดยยิงรวมได้ถึง 22 ประตู ขณะที่ออสเตรียยิงได้เพียง 3 ประตู อย่างไรก็ตาม น้ำหนักของข้อมูล H2H อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง เพราะเกมส่วนใหญ่เกิดขึ้นนานมาก และไม่สะท้อนโครงสร้างทีมชุดปัจจุบันโดยตรง สิ่งที่ใช้ได้มากที่สุดจากสถิตินี้คือภาพรวมทางประวัติศาสตร์ที่สเปนมักรับมือออสเตรียได้ดี แต่ไม่ควรใช้เป็นตัวชี้ขาดเกมนี้ทั้งหมด

ความพร้อม สเปน

ข่าวทีม

  • ตัวเจ็บ : Nico Williams เจ็บโคนขาหนีบ
  • ตัวแบน : ไม่มีข้อมูล
  • ผู้เล่นเช็กฟิต : ไม่มีข้อมูล
  • ข่าวสำคัญ : สเปนคาดว่าจะไม่มี Nico Williams ทำให้พื้นที่เกมรุกฝั่งซ้ายต้องปรับบทบาท โดยคาดว่า Alex Baena และ Dani Olmo จะมีน้ำหนักมากขึ้นในการเชื่อมเกมและสร้างจังหวะเข้าทำ

การขาด Nico Williams ทำให้สเปนอาจเสียความเร็วและความสามารถในการดวลริมเส้นฝั่งซ้ายไปบางส่วน แต่ขุมกำลังของทีมยังมีความยืดหยุ่นสูง โดยเฉพาะการใช้ Dani Olmo เป็นตัวเชื่อมระหว่างแดนกลางกับแนวรุก และ Alex Baena เป็นตัวโจมตีพื้นที่ครึ่งซ้าย จุดนี้อาจทำให้สเปนเปลี่ยนรูปแบบจากการพึ่งเกมริมเส้นสองฝั่งเท่า ๆ กัน ไปสู่การขึ้นเกมฝั่งขวาผ่าน Lamine Yamal มากขึ้น พร้อมใช้ Pedri และ Rodri คุมจังหวะเพื่อดึงแนวรับออสเตรียให้เสียตำแหน่ง

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

GK : 23 Unai Simon

DEF :

  • 5 Marcos Llorente
  • 22 Pau Cubarsi
  • 14 Aymeric Laporte
  • 24 Marc Cucurella

MID :

  • 20 Pedri
  • 16 Rodri
  • 10 Dani Olmo

ATT :

  • 19 Lamine Yamal
  • 15 Alex Baena
  • 21 Mikel Oyarzabal

นักเตะที่น่าจับตา

  • Lamine Yamal
  • Rodri
  • Dani Olmo

จุดแข็ง

  • เกมรับยังไม่เสียประตูในฟุตบอลโลก 2026
  • แดนกลางคุมจังหวะได้ดีจาก Rodri และ Pedri
  • มี Lamine Yamal เป็นตัวสร้างความแตกต่างริมเส้น
  • แนวรุกมีความยืดหยุ่น เล่นสลับตำแหน่งได้หลายรูปแบบ
  • มีประสบการณ์และคุณภาพทีมโดยรวมสูงกว่าในหลายตำแหน่ง

จุดอ่อน

  • การเจาะทีมที่ตั้งรับลึกยังเป็นโจทย์สำคัญ
  • การขาด Nico Williams ลดความเร็วทางฝั่งซ้าย
  • หากครองบอลมากแต่จบไม่ได้ อาจเปิดช่องให้ออสเตรียสวนกลับ
  • แบ็กที่เติมสูงอาจทิ้งพื้นที่ด้านหลัง
  • ความกดดันจากสถานะทีมเต็งอาจทำให้เกมแรกของรอบน็อกเอาต์เล่นยากขึ้น

ความพร้อม ออสเตรีย

ข่าวทีม

  • ตัวเจ็บ : Christoph Baumgartner เจ็บต้นขา
  • ตัวแบน : ไม่มีข้อมูล
  • ผู้เล่นเช็กฟิต : ไม่มีข้อมูล
  • ข่าวสำคัญ : ออสเตรียคาดว่าจะไม่มี Christoph Baumgartner ซึ่งเป็นผู้เล่นที่ช่วยเชื่อมเกมรุกและเติมเข้าเขตโทษจากแถวสอง ขณะที่ David Alaba มีชื่อใน 11 ตัวจริงคาดการณ์

การไม่มี Christoph Baumgartner ทำให้ออสเตรียเสียตัวรุกที่เคลื่อนที่ดีระหว่างไลน์กองกลางกับแนวรับคู่แข่ง ส่งผลให้บทบาทสร้างสรรค์เกมต้องตกไปอยู่กับ Marcel Sabitzer มากขึ้น ขณะเดียวกันการมี David Alaba ในแนวรับช่วยเพิ่มคุณภาพการออกบอลจากแดนหลังและประสบการณ์ในการจัดระเบียบเกมรับ แต่เมื่อคู่แข่งคือสเปนที่มีการหมุนตำแหน่งและครองบอลต่อเนื่อง ออสเตรียต้องรักษาระยะระหว่างไลน์ให้แน่นมากกว่าปกติ โดยเฉพาะพื้นที่หน้าเขตโทษที่ Dani Olmo และ Pedri สามารถใช้สร้างจังหวะสุดท้ายได้

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

GK : 1 Alexander Schlager

DEF :

  • 5 Stefan Posch
  • 15 Philipp Lienhart
  • 8 David Alaba
  • 16 Phillipp Mwene

MID :

  • 6 Nicolas Seiwald
  • 4 Xaver Schlager
  • 20 Konrad Laimer
  • 18 Romano Schmid
  • 9 Marcel Sabitzer

ATT :

  • 7 Marko Arnautovic

นักเตะที่น่าจับตา

  • Marcel Sabitzer
  • David Alaba
  • Marko Arnautovic

จุดแข็ง

  • เกมรุกมีประตูจากหลายแหล่ง
  • มีผู้เล่นประสบการณ์สูงอย่าง David Alaba, Marcel Sabitzer และ Marko Arnautovic
  • ระบบของทีมมีพลังงานสูงและเพรสซิ่งได้ดี
  • มีความอันตรายจากลูกกลางอากาศและจังหวะครอส
  • แดนกลางมีผู้เล่นที่วิ่งกดดันและปะทะได้ต่อเนื่อง

จุดอ่อน

  • เสียถึง 6 ประตูในรอบแบ่งกลุ่ม
  • แนวรับมีปัญหาเมื่อเจอคู่แข่งที่เคลื่อนที่เร็วในพื้นที่สุดท้าย
  • การขาด Christoph Baumgartner ลดตัวเลือกเกมรุกระหว่างไลน์
  • หากเพรสไม่พร้อมกัน อาจถูกสเปนแกะบอลผ่านแดนกลาง
  • ถ้าถูกกดให้อยู่ในบล็อกต่ำเป็นเวลานาน อาจเสียพื้นที่หน้าเขตโทษ

จุดชี้ขาดของเกม

  1. ประสิทธิภาพเกมรุกของสเปนเมื่อเจอบล็อกแน่น
    สเปนมีจุดแข็งเรื่องการครองบอลและคุมพื้นที่ แต่เกมนี้พวกเขาต้องเปลี่ยนการครองบอลให้เป็นโอกาสที่มีคุณภาพมากพอ หากออสเตรียตั้งรับต่ำและปิดช่องระหว่างเซ็นเตอร์แบ็กกับกองกลางได้ดี สเปนอาจต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวของ Lamine Yamal หรือการสอดขึ้นมาของ Dani Olmo เพื่อปลดล็อกเกม
  2. พื้นที่ริมเส้นขวาของสเปน
    เมื่อ Nico Williams ไม่พร้อมลงสนาม เกมรุกฝั่งขวาผ่าน Lamine Yamal จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น หากสเปนดึงผู้เล่นออสเตรียให้ไหลมาปิดฝั่งนี้ได้มากพอ พื้นที่ฝั่งตรงข้ามหรือบริเวณหน้าเขตโทษอาจเปิดให้ Pedri, Dani Olmo หรือ Alex Baena ใช้จังหวะสองสร้างโอกาสต่อเนื่อง
  3. การสวนกลับและลูกกลางอากาศของออสเตรีย
    ออสเตรียอาจไม่ได้ครองบอลมากเท่าสเปน แต่พวกเขามีผู้เล่นที่โจมตีเร็วและเล่นลูกครอสได้ดี Marko Arnautovic เป็นเป้าหมายสำคัญในการพักบอลและโจมตีเขตโทษ หากสเปนดันไลน์สูงเกินไปหรือเสียบอลในพื้นที่กลางสนาม ออสเตรียมีโอกาสเปลี่ยนจังหวะเป็นสถานการณ์อันตรายได้
  4. การควบคุมแดนกลางระหว่าง Rodri กับกลุ่มมิดฟิลด์ออสเตรีย
    Rodri จะเป็นผู้เล่นสำคัญในการกำหนดจังหวะของสเปน ขณะที่ Nicolas Seiwald, Xaver Schlager และ Konrad Laimer ต้องช่วยกันกดดันไม่ให้สเปนตั้งเกมง่ายเกินไป หากออสเตรียปิด Rodri ได้ดี เกมของสเปนอาจช้าลง แต่หากทำไม่ได้ สเปนจะมีโอกาสคุมเกมและบีบให้ออสเตรียถอยลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ

วิเคราะห์รูปเกม

สเปนมีแนวโน้มใช้ระบบ 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 ที่ปรับรูปทรงได้ตามจังหวะเกม โดยมี Rodri เป็นแกนคุมแดนกลาง, Pedri ช่วยกำหนดจังหวะการผ่านบอล และ Dani Olmo ขยับหาพื้นที่ระหว่างไลน์เพื่อเชื่อมกับ Mikel Oyarzabal แนวทางหลักของสเปนน่าจะเป็นการครองบอลสูง ค่อย ๆ บีบพื้นที่ออสเตรียให้ถอยลงไปในแดนตัวเอง แล้วใช้ Lamine Yamal ดวลริมเส้นเพื่อสร้างความแตกต่าง ขณะที่ Marc Cucurella และ Marcos Llorente จะมีบทบาทเติมเกมกว้าง แต่ต้องระวังพื้นที่ด้านหลังเมื่อออสเตรียสวนกลับ

ออสเตรียคาดว่าจะมาในระบบ 4-2-3-1 โดยมี Alexander Schlager เฝ้าเสา แนวรับใช้ Stefan Posch, Philipp Lienhart, David Alaba และ Phillipp Mwene ส่วนแดนกลางมี Nicolas Seiwald กับ Xaver Schlager เป็นตัวรักษาสมดุล ขณะที่ Konrad Laimer, Romano Schmid และ Marcel Sabitzer สนับสนุน Marko Arnautovic ในแดนหน้า รูปเกมของออสเตรียน่าจะเน้นการปิดพื้นที่ตรงกลางเป็นหลัก แล้วเลือกเพรสเป็นช่วงมากกว่าจะไล่สูงตลอดเวลา เพราะหากเพรสพลาด สเปนมีคุณภาพมากพอที่จะเล่นผ่านไลน์แรกและเข้าถึงพื้นที่สุดท้ายได้เร็ว

พื้นที่ตัดสินเกมน่าจะอยู่บริเวณหน้าเขตโทษของออสเตรียและริมเส้นขวาของสเปน หากออสเตรียปิดช่องให้ Dani Olmo รับบอลระหว่างไลน์ไม่ได้ เกมรับจะเจองานหนักต่อเนื่อง ส่วนการดวลระหว่าง Lamine Yamal กับแนวรับฝั่งซ้ายของออสเตรียจะเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ที่สเปนมีศักยภาพสร้างโอกาสมากที่สุด ขณะเดียวกัน สเปนต้องระวังจังหวะที่ Marko Arnautovic พักบอลให้ Sabitzer หรือ Laimer เติมขึ้นมายิงจากแถวสอง เพราะนี่อาจเป็นช่องทางที่ออสเตรียใช้ลดความแตกต่างของการครองบอลได้

คาดการณ์ผลการแข่งขัน

ความน่าจะเป็น

  • สเปน ชนะ : 49.72%
  • เสมอ : 26.20%
  • ออสเตรีย ชนะ : 24.08%

สกอร์ที่คาด

  • สเปน 1-0 ออสเตรีย
  • สเปน 2-0 ออสเตรีย
  • สเปน 2-1 ออสเตรีย

จากภาพรวมทั้งหมด สเปนยังดูเหนือกว่าในด้านโครงสร้างทีม เกมรับ และคุณภาพการคุมจังหวะแดนกลาง การไม่เสียประตูเลยในรอบแบ่งกลุ่มช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทีมก่อนเข้าสู่เกมน็อกเอาต์ แต่การไม่มี Nico Williams อาจทำให้เกมรุกฝั่งซ้ายลดความหลากหลายลงเล็กน้อย ทำให้ภาระในการสร้างความแตกต่างตกไปอยู่กับ Lamine Yamal และ Dani Olmo มากขึ้น

ออสเตรียมีโอกาสสร้างปัญหาให้สเปนได้จากการเพรสซิ่งเป็นช่วงและจังหวะสวนกลับ โดยเฉพาะหาก Marko Arnautovic เก็บบอลแรกได้ดีหรือ Sabitzer ได้พื้นที่เล่นหน้าเขตโทษ แต่ด้วยปัญหาเกมรับที่เสียประตูต่อเนื่องในรอบแบ่งกลุ่ม การต้องรับมือกับการหมุนบอลของสเปนตลอด 90 นาทีเป็นงานที่หนักมาก เกมนี้จึงมีแนวโน้มที่สเปนจะครองบอลมากกว่าและค่อย ๆ สร้างแรงกดดันจนหาจังหวะตัดสินเกมได้

บทสรุป

สเปนเข้าสู่เกมนี้ด้วยภาพรวมที่แข็งแรงกว่า ทั้งตำแหน่งแชมป์กลุ่ม H ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดที่ไม่แพ้ใคร และสถิติเกมรับในฟุตบอลโลก 2026 ที่ยังไม่เสียประตู จุดแข็งสำคัญอยู่ที่แดนกลางซึ่งมี Rodri และ Pedri เป็นแกนหลัก รวมถึงแนวรุกที่ยังมี Lamine Yamal, Dani Olmo, Alex Baena และ Mikel Oyarzabal แม้จะไม่มี Nico Williams แต่ขุมกำลังโดยรวมยังมีทางเลือกมากพอในการปรับรูปแบบเกม

ออสเตรียไม่ได้อยู่ในสถานะที่ควรถูกมองข้าม เพราะพวกเขามีเกมรุกที่ยิงได้ 6 ประตูในรอบแบ่งกลุ่ม และมีผู้เล่นมากประสบการณ์หลายราย แต่เกมรับที่เสีย 6 ประตูจาก 3 นัดเป็นจุดที่น่ากังวลก่อนเจอสเปน หากออสเตรียตั้งรับได้เป็นระเบียบและใช้จังหวะสวนกลับได้เฉียบคม เกมอาจยืดเยื้อกว่าที่คาด แต่ถ้าสเปนคุมแดนกลางได้ตั้งแต่ต้นและเจาะพื้นที่ริมเส้นได้ต่อเนื่อง โอกาสผ่านเข้าสู่รอบต่อไปยังเอียงไปทางทีมของ Luis de la Fuente มากกว่า