18/07/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

วิเคราะห์ก่อนเกม : โปรตุเกส พบ โครเอเชีย ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีม

โปรตุเกส พบ โครเอเชีย ในฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย เป็นเกมน็อกเอาต์ที่มีน้ำหนักสูง โปรตุเกสยังไม่แพ้ใน 5 นัดล่าสุดและเสียประตูน้อย ขณะที่โครเอเชียชนะ 2 นัดติดในรอบแบ่งกลุ่มก่อนเข้ารอบ จุดตัดสินเกมอยู่ที่แดนกลาง ความเร็วริมเส้นของโปรตุเกส และประสบการณ์ของโครเอเชียในเกมทัวร์นาเมนต์
วิเคราะห์ก่อนเกม : โปรตุเกส พบ โครเอเชีย ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีม

ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่าง โปรตุเกส พบ โครเอเชีย เป็นหนึ่งในเกมน็อกเอาต์ที่มีน้ำหนักสูง เพราะเป็นรอบที่ไม่มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดอีกต่อไป ผู้ชนะจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนผู้แพ้ต้องยุติเส้นทางในทัวร์นาเมนต์ทันที เกมนี้จึงไม่ใช่แค่การวัดคุณภาพทีม แต่เป็นบททดสอบเรื่องประสบการณ์ การควบคุมอารมณ์ และการบริหารจังหวะเกมตลอด 90 นาที หรืออาจยืดเยื้อไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ

โปรตุเกสเข้าสู่เกมนี้ด้วยภาพรวมที่ยังไม่แพ้ใน 5 นัดล่าสุด แต่ผลงานในรอบแบ่งกลุ่มมีทั้งเกมที่เกมรุกไหลลื่นและเกมที่เจาะคู่แข่งไม่ขาด ขณะที่โครเอเชียผ่านเข้ารอบด้วยชัยชนะ 2 นัดติด หลังเริ่มทัวร์นาเมนต์ด้วยความพ่ายแพ้ต่ออังกฤษ จุดน่าสนใจของเกมนี้อยู่ที่การปะทะกันในแดนกลาง โปรตุเกสมีคุณภาพของ Vitinha, João Neves และ Bruno Fernandes ส่วนโครเอเชียยังยึดประสบการณ์ของ Luka Modrić และ Mateo Kovačić เป็นแกนหลักในการคุมจังหวะเกม

ข้อมูลการแข่งขัน

  • รายการ : ฟุตบอลโลก 2026
  • รอบการแข่งขัน : รอบ 32 ทีมสุดท้าย
  • คู่แข่งขัน : โปรตุเกส พบ โครเอเชีย
  • วันแข่งขัน : 3 กรกฎาคม 2026
  • เวลาแข่งขัน : 06:00 น. ตามเวลาไทย
  • สนามแข่งขัน : BMO Field
  • ถ่ายทอดสด : MONOMAX, MONOMAX SPORTS

สถานการณ์ก่อนเกม

โปรตุเกสผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม K ด้วยผลงาน 3 นัด ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 0 ยิงได้ 6 ประตู เสียเพียง 1 ประตู เส้นทางในรอบแบ่งกลุ่มเริ่มจากการเสมอ ดีอาร์ คองโก 1-1 ต่อด้วยการถล่ม อุซเบกิสถาน 5-0 และปิดท้ายด้วยการเสมอ โคลอมเบีย 0-0 ภาพรวมของทีมยังแข็งแรงในเกมรับ แต่คำถามสำคัญอยู่ที่ความสม่ำเสมอของเกมรุก โดยเฉพาะเมื่อเจอคู่แข่งที่จัดระเบียบเกมรับได้ดีและไม่เปิดพื้นที่ให้เล่นง่าย

โครเอเชียจบรอบแบ่งกลุ่มในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม L ด้วยผลงาน 3 นัด ชนะ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 5 ประตู เสีย 5 ประตู พวกเขาออกสตาร์ตด้วยการแพ้อังกฤษ 2-4 แต่กลับมาเก็บชัยชนะเหนือปานามา 1-0 และชนะกานา 2-1 ในเกมสุดท้าย จุดเด่นของโครเอเชียยังอยู่ที่ประสบการณ์และความนิ่งในเกมสำคัญ แต่จำนวนประตูเสียในรอบแรกทำให้เกมรับเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อต้องเจอกับแนวรุกที่มีทั้ง Cristiano Ronaldo, Rafael Leão, Pedro Neto และ Bruno Fernandes

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด

โปรตุเกส

  • ชนะ : 3
  • เสมอ : 2
  • แพ้ : 0
  • ยิงได้ : 10
  • เสีย : 3

ผลงานล่าสุด 5 นัด

  • 28/06/2026 โคลอมเบีย 0-0 โปรตุเกส ฟุตบอลโลก 2026
  • 24/06/2026 โปรตุเกส 5-0 อุซเบกิสถาน ฟุตบอลโลก 2026
  • 18/06/2026 โปรตุเกส 1-1 ดีอาร์ คองโก ฟุตบอลโลก 2026
  • 11/06/2026 โปรตุเกส 2-1 ไนจีเรีย กระชับมิตร
  • 07/06/2026 โปรตุเกส 2-1 ชิลี กระชับมิตร

ฟอร์มล่าสุดของโปรตุเกสให้ภาพที่ค่อนข้างชัดในสองมุม ด้านหนึ่งคือทีมยังไม่แพ้ใครและเสียประตูน้อยมาก โดยเฉพาะในฟุตบอลโลก 2026 ที่เสียเพียงประตูเดียวจาก 3 นัด แต่อีกด้านหนึ่ง เกมรุกยังมีความผันผวนพอสมควร จากเกมชนะอุซเบกิสถาน 5-0 ไปจนถึงเกมเสมอโคลอมเบีย 0-0 ทำให้การเจอโครเอเชียในรอบน็อกเอาต์เป็นเกมที่ต้องใช้ความละเอียดในพื้นที่สุดท้ายมากขึ้น

โครเอเชีย

  • ชนะ : 3
  • เสมอ : 0
  • แพ้ : 2
  • ยิงได้ : 7
  • เสีย : 8

ผลงานล่าสุด 5 นัด

  • 28/06/2026 โครเอเชีย 2-1 กานา ฟุตบอลโลก 2026
  • 24/06/2026 ปานามา 0-1 โครเอเชีย ฟุตบอลโลก 2026
  • 18/06/2026 อังกฤษ 4-2 โครเอเชีย ฟุตบอลโลก 2026
  • 08/06/2026 โครเอเชีย 2-1 สโลวีเนีย กระชับมิตร
  • 02/06/2026 โครเอเชีย 0-2 เบลเยียม กระชับมิตร

โครเอเชียชนะ 3 จาก 5 นัดล่าสุด และจุดสำคัญคือการชนะ 2 นัดติดในฟุตบอลโลก 2026 หลังแพ้อังกฤษในเกมแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ภาพรวมจึงสะท้อนความเป็นทีมทัวร์นาเมนต์ที่ยังกลับมาอยู่ในเส้นทางได้ แม้เริ่มต้นไม่ดี อย่างไรก็ตาม เกมรับยังเป็นจุดที่น่ากังวล เพราะเสียไป 8 ประตูจาก 5 นัดล่าสุด และเคยเสียถึง 4 ประตูในเกมกับอังกฤษ นั่นทำให้การรับมือความเร็วและการเคลื่อนที่ของแนวรุกโปรตุเกสเป็นโจทย์ใหญ่ของเกมนี้

สถิติการพบกัน H2H

ผลการพบกันล่าสุด 5 นัด

  • 19/11/2024 โครเอเชีย 1-1 โปรตุเกส ยูฟ่า เนชันส์ ลีก
  • 06/09/2024 โปรตุเกส 2-1 โครเอเชีย ยูฟ่า เนชันส์ ลีก
  • 08/06/2024 โปรตุเกส 1-2 โครเอเชีย กระชับมิตร
  • 18/11/2020 โครเอเชีย 2-3 โปรตุเกส ยูฟ่า เนชันส์ ลีก
  • 06/09/2020 โปรตุเกส 4-1 โครเอเชีย ยูฟ่า เนชันส์ ลีก

จากการพบกัน 5 นัดล่าสุด โปรตุเกสทำได้ดีกว่าเล็กน้อยด้วยผลงานชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 ยิงรวม 11 ประตู ส่วนโครเอเชียยิงได้ 7 ประตู จุดที่น่าสังเกตคือทั้ง 5 นัดต่างมีประตูของทั้งสองทีม และ 4 จาก 5 นัดมีสกอร์รวมตั้งแต่ 3 ประตูขึ้นไป อย่างไรก็ตาม H2H ยังมีน้ำหนักเพียงระดับปานกลาง เพราะบริบทของเกมน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกแตกต่างจากเกมเนชันส์ ลีกและเกมกระชับมิตรอย่างชัดเจน

ความพร้อม โปรตุเกส

ข่าวทีม

  • ตัวเจ็บ : ไม่มีข้อมูล
  • ตัวแบน : ไม่มีข้อมูล
  • ผู้เล่นเช็กฟิต : ไม่มีข้อมูล
  • ข่าวสำคัญ : โปรตุเกสยังต้องจัดสมดุลระหว่างการใช้ประสบการณ์ของ Cristiano Ronaldo กับความสดของตัวรุกชุดอื่น โดยเฉพาะ Gonçalo Ramos, João Félix, Bernardo Silva และ Francisco Conceição ที่อาจถูกใช้เป็นตัวเปลี่ยนเกม

ในภาพรวม โปรตุเกสไม่มีข้อมูลยืนยันเรื่องตัวเจ็บหรือตัวแบนก่อนเกมนี้ ทำให้ Roberto Martínez มีทางเลือกในการจัดทีมค่อนข้างหลากหลาย จุดสำคัญอยู่ที่การวางบทบาทของ Cristiano Ronaldo ว่าจะยืนเป็นหน้าเป้าตั้งแต่ต้นเกมหรือไม่ และจะให้ Rafael Leão กับ Pedro Neto ใช้ความเร็วโจมตีริมเส้นมากแค่ไหน เพราะโครเอเชียเป็นทีมที่มีประสบการณ์สูง หากโปรตุเกสขึ้นเกมช้าเกินไป อาจถูกดึงเข้าสู่จังหวะที่คู่แข่งถนัด

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

GK : 1 Diogo Costa

DEF :

  • 20 João Cancelo
  • 3 Rúben Dias
  • 13 Renato Veiga
  • 25 Nuno Mendes

MID :

  • 15 João Neves
  • 23 Vitinha
  • 18 Pedro Neto
  • 8 Bruno Fernandes
  • 11 Rafael Leão

ATT :

  • 7 Cristiano Ronaldo

นักเตะที่น่าจับตา

  • Cristiano Ronaldo
  • Bruno Fernandes
  • Vitinha

จุดแข็ง

  • เกมรับเสียประตูน้อยในรอบแบ่งกลุ่ม
  • แดนกลางมีเทคนิคและการคุมจังหวะสูง
  • มีตัวรุกความเร็วจัดริมเส้นทั้ง Pedro Neto และ Rafael Leão
  • Bruno Fernandes สามารถสร้างโอกาสจากจังหวะเปิดบอลและลูกตั้งเตะ
  • มีประสบการณ์ของ Cristiano Ronaldo ในเกมน็อกเอาต์

จุดอ่อน

  • เกมรุกยังไม่สม่ำเสมอในรอบแบ่งกลุ่ม
  • หากฟูลแบ็กดันสูง อาจเปิดพื้นที่หลังแนวรับ
  • การพึ่งพาจังหวะสุดท้ายของผู้เล่นตัวหลักยังสูง
  • หากโดนบีบแดนกลาง อาจเสียจังหวะการขึ้นเกม
  • บทบาทหน้าเป้าระหว่าง Ronaldo กับตัวเลือกอื่นยังเป็นประเด็นให้จับตา

ความพร้อม โครเอเชีย

ข่าวทีม

  • ตัวเจ็บ : ไม่มีข้อมูล
  • ตัวแบน : ไม่มีข้อมูล
  • ผู้เล่นเช็กฟิต : ไม่มีข้อมูล
  • ข่าวสำคัญ : โครเอเชียน่าจะยึดแกนกลางประสบการณ์สูงอย่าง Luka Modrić และ Mateo Kovačić โดยมี Petar Sučić, Nikola Vlašić และ Ivan Perišić ช่วยเชื่อมเกมรุก

โครเอเชียไม่มีข้อมูลยืนยันเรื่องตัวเจ็บหรือตัวแบนก่อนเกมนี้เช่นกัน ทำให้ Zlatko Dalić สามารถเลือกโครงสร้างทีมที่เน้นความแน่นอนในแดนกลางได้เต็มที่ จุดสำคัญคือการใช้ Modrić กับ Kovačić เพื่อคุมจังหวะและลดความเร็วของเกม หากโครเอเชียสามารถทำให้เกมอยู่ใน tempo ที่ตัวเองต้องการได้ โปรตุเกสอาจเจองานยากในการหาพื้นที่ระหว่างไลน์ แต่ถ้าเสียบอลกลางสนามบ่อย แนวรับของโครเอเชียจะถูกทดสอบอย่างหนักจากความเร็วของ Leão และ Neto

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

GK : 1 Dominik Livaković

DEF :

  • 2 Josip Stanišić
  • 6 Josip Šutalo
  • 3 Marin Pongračić
  • 4 Joško Gvardiol

MID :

  • 10 Luka Modrić
  • 8 Mateo Kovačić
  • 13 Nikola Vlašić
  • 17 Petar Sučić
  • 14 Ivan Perišić

ATT :

  • 11 Ante Budimir

นักเตะที่น่าจับตา

  • Luka Modrić
  • Mateo Kovačić
  • Joško Gvardiol

จุดแข็ง

  • ประสบการณ์สูงในเกมทัวร์นาเมนต์
  • แดนกลางคุมจังหวะได้ดีจาก Modrić และ Kovačić
  • ฟื้นตัวได้ดีหลังแพ้อังกฤษในเกมแรก
  • มีแนวรับคุณภาพอย่าง Gvardiol และ Stanišić
  • Perišić ยังเป็นอาวุธสำคัญในเกมริมเส้นและลูกเปิด

จุดอ่อน

  • เสียประตูค่อนข้างมากใน 5 นัดล่าสุด
  • เกมรับเคยเปิดพื้นที่มากในเกมแพ้อังกฤษ 2-4
  • แกนหลักหลายคนต้องบริหารพลังงานในเกมเข้มข้นสูง
  • หากโดนเพรสเร็ว อาจเสียบอลในพื้นที่อันตราย
  • ความเร็วด้านข้างของโปรตุเกสอาจสร้างปัญหาให้แนวรับ

จุดชี้ขาดของเกม

  1. แดนกลางของโปรตุเกสจะรับมือ Modrić และ Kovačić ได้ดีแค่ไหน
  2. ความเร็วของ Rafael Leão และ Pedro Neto จะโจมตีพื้นที่หลังฟูลแบ็กโครเอเชียได้หรือไม่
  3. โครเอเชียจะลดความผิดพลาดในเกมรับหลังเสีย 8 ประตูจาก 5 นัดล่าสุดได้มากแค่ไหน
  4. ประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้ายของโปรตุเกส โดยเฉพาะจังหวะของ Ronaldo และ Bruno Fernandes

วิเคราะห์รูปเกม

โปรตุเกสมีแนวโน้มใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยให้ João Neves กับ Vitinha คุมจังหวะหน้าแนวรับ ส่วน Bruno Fernandes รับบทตัวสร้างสรรค์เกมด้านหลัง Cristiano Ronaldo การขึ้นเกมน่าจะเริ่มจากการต่อบอลภาคพื้น ผ่านแดนกลาง แล้วถ่ายออกด้านข้างให้ João Cancelo, Nuno Mendes, Pedro Neto และ Rafael Leão ใช้ความเร็วหรือการดวลหนึ่งต่อหนึ่ง จุดที่โปรตุเกสต้องการโจมตีคือพื้นที่ริมเส้นและ half-space โดยเฉพาะด้านที่สามารถดึงแนวรับโครเอเชียให้แคบ ก่อนเปิดพื้นที่ให้ตัวริมเส้นเข้าโจมตี

โครเอเชียน่าจะวางเกมแบบระมัดระวังมากกว่า โดยใช้ Luka Modrić และ Mateo Kovačić เป็นแกนในการพักบอลและเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุก ระบบอาจออกมาในลักษณะ 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 ตามสถานการณ์ของเกม เมื่อไม่มีบอล โครเอเชียมีแนวโน้มถอยเป็นบล็อกกลางเพื่อปิดพื้นที่ของ Bruno Fernandes และลดช่องจ่ายบอลเข้า Ronaldo ส่วนเกมรุกอาจเน้นการเปลี่ยนแกนไปทาง Ivan Perišić หรือใช้ Ante Budimir เป็นจุดพักบอลในแดนหน้า

พื้นที่ตัดสินเกมอยู่ที่แดนกลางและพื้นที่ด้านข้างของโครเอเชีย หากโปรตุเกสขึ้นเกมผ่านเพรสซิ่งแรกของโครเอเชียได้ พวกเขาจะมีโอกาสโจมตีพื้นที่หลังแนวรับมากขึ้น แต่หาก Modrić กับ Kovačić คุมจังหวะได้ เกมอาจถูกลดความเร็วลงและเข้าสู่รูปแบบที่โครเอเชียถนัด คู่ดวลที่น่าจับตาคือ Vitinha กับ Modrić ในการควบคุม tempo, Bruno Fernandes กับ Kovačić ในพื้นที่ระหว่างไลน์ และ Cristiano Ronaldo กับ Joško Gvardiol ในจังหวะเข้าทำหน้าประตู

คาดการณ์ผลการแข่งขัน

ความน่าจะเป็น

  • โปรตุเกส ชนะ : 48%
  • เสมอ : 25%
  • โครเอเชีย ชนะ : 26%

สกอร์ที่คาด

  • โปรตุเกส 1-0 โครเอเชีย
  • โปรตุเกส 1-1 โครเอเชีย
  • โปรตุเกส 2-1 โครเอเชีย

เกมนี้มีแนวโน้มออกมาสูสีมากกว่าความต่างของชื่อชั้นในบางตำแหน่ง โปรตุเกสมีคุณภาพเกมรุกและเกมรับที่เสียประตูน้อยกว่าในรอบแบ่งกลุ่ม แต่โครเอเชียมีประสบการณ์สูงและรู้วิธีอยู่ในเกมน็อกเอาต์ หากโปรตุเกสเร่งจังหวะได้ตั้งแต่ต้นและใช้ความเร็วริมเส้นโจมตีได้ต่อเนื่อง พวกเขาจะได้เปรียบมากขึ้น แต่หากโครเอเชียดึงเกมให้ช้าและคุมแดนกลางได้ เกมอาจยืดเยื้อและเปิดโอกาสให้รายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ลูกตั้งเตะหรือความผิดพลาดเฉพาะจังหวะเป็นตัวตัดสิน

บทสรุป

โปรตุเกสเข้าสู่เกมนี้ด้วยภาพรวมที่แข็งแรงกว่าในเรื่องเกมรับและคุณภาพตัวรุก แต่ยังมีคำถามเรื่องความสม่ำเสมอของเกมรุกเมื่อต้องเจอคู่แข่งที่เล่นเป็นระบบ ส่วนโครเอเชียมีประสบการณ์และแดนกลางที่ไว้ใจได้ แต่จำนวนประตูเสียในช่วงหลังทำให้พวกเขาต้องเล่นอย่างรัดกุมมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือความเร็วของ Leão, Neto และการสร้างโอกาสของ Bruno Fernandes

จุดตัดสินเกมน่าจะอยู่ที่แดนกลางและพื้นที่ริมเส้น หากโปรตุเกสคุมจังหวะผ่าน Vitinha และ João Neves ได้ พร้อมกับสร้างสถานการณ์ดวลตัวต่อตัวให้ตัวรุกริมเส้น พวกเขามีโอกาสเข้าใกล้ชัยชนะมากกว่า แต่หากโครเอเชียทำให้เกมช้าลงและใช้ประสบการณ์ของ Modrić กับ Kovačić คุมจังหวะได้ เกมนี้อาจยืดเยื้อและตัดสินกันด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ในช่วงท้าย