17/05/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

แชมเปี้ยนชิพ 4 ทีมลุ้นตั๋วพรีเมียร์ลีกใบสุดท้าย ศึกเพลย์ออฟมูลค่าหลายพันล้านเริ่มระเบิดแล้ว

เวมบลีย์รออยู่ปลายทาง มิลล์วอลล์, ฮัลล์, เซาแธมป์ตัน และ มิดเดิลสโบรห์ เหลืออีกไม่กี่ก้าวสู่พรีเมียร์ลีก

เวมบลีย์รออยู่ปลายทาง มิลล์วอลล์, ฮัลล์, เซาแธมป์ตัน และ มิดเดิลสโบรห์ เหลืออีกไม่กี่ก้าวสู่พรีเมียร์ลีก

ศึกฟุตบอล EFL Championship อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 เดินทางมาถึงช่วงเวลาที่แฟนบอลทั่วอังกฤษเรียกว่า ช่วงที่กดดันที่สุดของฤดูกาล หลังการแข่งขันรอบลีก 46 นัดปิดฉากลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยสองสโมสรที่คว้าตั๋วเลื่อนชั้นอัตโนมัติสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จคือ โคเวนทรี ซิตี้ ในฐานะแชมป์ลีก และ อิปสวิช ทาวน์ รองแชมป์ ขณะที่อีกหนึ่งตั๋วสุดท้ายกำลังจะถูกตัดสินผ่านระบบเพลย์ออฟ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเกมที่มีมูลค่าสูงที่สุดในวงการฟุตบอลโลก เพราะทีมผู้ชนะจะได้รับรายได้มหาศาลจากพรีเมียร์ลีก ทั้งค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ และโอกาสทางธุรกิจที่เปลี่ยนอนาคตของสโมสรได้ทันที โดยเวลานี้เหลือ 4 ทีมสุดท้ายที่ยังอยู่บนเส้นทางความฝัน ได้แก่ มิลล์วอลล์, ฮัลล์ ซิตี้, เซาแธมป์ตัน และ มิดเดิลสโบรห์ ซึ่งทั้งสองคู่ในรอบรองชนะเลิศ นัดแรก จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ทั้งหมด ทำให้ทุกอย่างยังเปิดกว้างก่อนเกมตัดสินในสัปดาห์นี้

สิ่งที่ทำให้แชมเปี้ยนชิพยังถูกยกให้เป็น ลีกที่โหดที่สุดในโลก ไม่ใช่แค่จำนวนเกม 46 นัด หรือความเข้มข้นของการแข่งขัน แต่คือความกดดันมหาศาลในทุกอันดับของตาราง เพราะแต่ละคะแนนสามารถเปลี่ยนอนาคตของทั้งสโมสรได้ทันที ฤดูกาลนี้ก็เช่นกัน โคเวนทรี ซิตี้ กลับมาสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ขณะที่ อิปสวิช ทาวน์ สานต่อโมเมนตัมจากการกลับสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ ส่วนโซนตกชั้นเต็มไปด้วยดราม่า เมื่อ อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด และ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ต้องหล่นสู่ลีกวันอย่างเจ็บปวด ขณะที่โซนเพลย์ออฟกำลังเข้าสู่ช่วงที่ทุกเกมมีค่าเท่ากับชีวิตทั้งฤดูกาล และยังเชื่อมโยงกับประเด็นที่แฟนบอลจำนวนมากสนใจอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ ระบบการแข่งขันในลีกอังกฤษ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องโครงสร้างเลื่อนชั้น-ตกชั้นที่เข้มข้นและสร้างแรงกดดันสูงที่สุดระบบหนึ่งของโลกฟุตบอล เพราะในอังกฤษ ไม่ใช่แค่ทีมแชมป์ที่มีเรื่องให้ลุ้น แต่ทุกอันดับของตารางสามารถเปลี่ยนชะตาสโมสรได้จนถึงวินาทีสุดท้ายของซีซั่น

โคเวนทรี ซิตี้ กับฤดูกาลแห่งการกลับมาทวงพรีเมียร์ลีก

หากพูดถึงทีมที่ดีที่สุดของแชมเปี้ยนชิพฤดูกาลนี้ ชื่อของ โคเวนทรี ซิตี้ ต้องถูกพูดถึงเป็นอันดับแรกอย่างไม่มีข้อสงสัย หลังพวกเขาคว้าแชมป์ลีกด้วยผลงานที่สม่ำเสมอที่สุดตลอดทั้งฤดูกาล เก็บได้ 95 คะแนน พร้อมพาสโมสรกลับสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดของโคเวนทรี คือการสร้างทีมที่มีสมดุลทั้งเกมรุกและเกมรับ พวกเขาไม่ได้เป็นทีมที่มีงบประมาณมหาศาลแบบทีมตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก แต่กลับเล่นฟุตบอลด้วยระบบที่ชัดเจน มีวินัย และเต็มไปด้วยพลังงานหลายเกมในฤดูกาลนี้ โคเวนทรีแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจ โดยเฉพาะเวลาต้องเล่นเกมใหญ่หรือเกมกดดัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของทีมที่พร้อมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกอย่างแท้จริง

แฟนบอลจำนวนมากในอังกฤษยังยกให้การกลับมาของโคเวนทรี เป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ดีที่สุดของฤดูกาล เพราะนี่คือสโมสรที่เคยผ่านช่วงเวลายากลำบากทั้งเรื่องสนามแข่งขัน ปัญหาการเงิน และความไม่แน่นอนของอนาคตสโมสร แต่สุดท้ายพวกเขากลับมายืนในจุดที่ควรอยู่ได้อีกครั้ง

อิปสวิช ทาวน์ กลับสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

อีกหนึ่งทีมที่สร้างความประทับใจอย่างมากคือ อิปสวิช ทาวน์ ที่คว้ารองแชมป์และเลื่อนชั้นอัตโนมัติได้สำเร็จหลังจากตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายมองว่าอิปสวิชอาจต้องใช้เวลาหลายปีในการกลับขึ้นมาใหม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือพวกเขาสร้างทีมได้อย่างแข็งแกร่งและกลับมาสู่ลีกสูงสุดได้เร็วกว่าที่หลายคนคิดจุดเด่นสำคัญของอิปสวิชคือเกมรุกที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเล่นในบ้านที่กลายเป็นจุดแข็งสำคัญตลอดฤดูกาล และในช่วงท้ายซีซั่น พวกเขาแทบไม่พลาดเกมสำคัญเลยแม้แต่นัดเดียวสำหรับแฟนบอลอิปสวิช นี่ไม่ใช่แค่การเลื่อนชั้นธรรมดา แต่มันคือการพิสูจน์ว่าสโมสรยังมีศักยภาพมากพอจะกลับมาสู้ในพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง

เพลย์ออฟแชมเปี้ยนชิพ เกมที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก

แม้โคเวนทรีและอิปสวิชจะเลื่อนชั้นไปแล้ว แต่ไฮไลต์สำคัญที่สุดของแชมเปี้ยนชิพในเวลานี้กลับอยู่ที่ เพลย์ออฟเหตุผลเพราะผู้ชนะในรอบเพลย์ออฟ จะได้เลื่อนชั้นเป็นทีมที่ 3 สู่พรีเมียร์ลีก ซึ่งมาพร้อมรายได้มหาศาลจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด โบนัสจากพรีเมียร์ลีก และรายได้เชิงพาณิชย์ต่าง ๆ จนหลายสำนักประเมินว่า มูลค่าของการเลื่อนชั้นหนึ่งครั้งอาจสูงเกิน 150 ล้านปอนด์นั่นจึงทำให้เกมเพลย์ออฟถูกเรียกว่า The Richest Game in Football หรือเกมฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกฤดูกาลนี้ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก จบลงแบบไม่มีใครได้เปรียบ เพราะทั้งสองคู่เสมอ 0-0 ทำให้ทุกอย่างต้องไปตัดสินกันในเกมนัดที่สองทั้งหมด

มิลล์วอลล์ พบ ฮัลล์ ซิตี้ เกมแห่งแรงปะทะและความกดดัน

คู่แรกของรอบรองชนะเลิศ คือการพบกันระหว่าง มิลล์วอลล์ ทีมอันดับ 3 กับ ฮัลล์ ซิตี้ อันดับ 6เกมแรกที่สนามของฮัลล์จบลงแบบไร้สกอร์ แต่รูปเกมเต็มไปด้วยความดุดันและจังหวะเข้าปะทะหนักตามสไตล์ฟุตบอลแชมเปี้ยนชิพมิลล์วอลล์ฤดูกาลนี้ถือว่าเล่นได้แข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะเกมในบ้านที่แฟนบอลสร้างบรรยากาศกดดันคู่แข่งได้อย่างหนัก ขณะที่ฮัลล์เองก็เป็นทีมที่เล่นเกมสวนกลับได้อันตรายและมีวินัยเกมรับสูงจุดสำคัญของเกมนัดสองจึงอยู่ที่ใครจะทนแรงกดดันได้ดีกว่าเพราะเมื่อสกอร์ยัง 0-0 ทุกความผิดพลาดสามารถเปลี่ยนฤดูกาลทั้งปีได้ทันที

เซาแธมป์ตัน กับความกดดันของทีมที่ต้องกลับพรีเมียร์ลีกให้ได้

อีกคู่ที่แฟนบอลจับตาคือ เซาแธมป์ตัน พบ มิดเดิลสโบรห์ เซาแธมป์ตันถือเป็นทีมที่ถูกคาดหวังสูงที่สุดในเพลย์ออฟปีนี้ เพราะพวกเขาเพิ่งตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก และยังคงมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งระดับลีกสูงสุดอย่างไรก็ตาม ความกดดันก็สูงตามไปด้วย เพราะหากพลาดเลื่อนชั้น สโมสรอาจต้องเสียผู้เล่นตัวหลักจำนวนมาก และต้องปรับโครงสร้างทีมใหม่อีกครั้งก่อนเกมนัดสอง ยังมีประเด็นดราม่าเพิ่มเติม หลังเซาแธมป์ตันถูก EFL ตั้งข้อกล่าวหาเรื่องการแอบถ่ายการซ้อมของมิดเดิลสโบรห์ก่อนเกมเพลย์ออฟ ซึ่งสร้างกระแสวิจารณ์อย่างหนักในอังกฤษแม้สโมสรจะยืนยันให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่เรื่องดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ทีมก่อนเกมสำคัญทันที

มิดเดิลสโบรห์ กับภารกิจกลับสู่พรีเมียร์ลีกหลังห่างหายหลายปี

ฝั่ง มิดเดิลสโบรห์ เองก็ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่แฟนบอลกลางอังกฤษอยากเห็นกลับสู่พรีเมียร์ลีกพวกเขาเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลดุดัน เกมรุกหลากหลาย และมีความสมดุลมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล จนสามารถจบ Top 5 ได้สำเร็จหลายฝ่ายมองว่าโบโร่คือทีมที่เล่นแบบไม่มีอะไรจะเสียที่สุดในรอบเพลย์ออฟ และนั่นอาจทำให้พวกเขาอันตรายกว่าที่หลายคนคิด

เวมบลีย์ ปลายทางของทุกความฝัน

หลังจบรอบรองชนะเลิศ จะเหลือเพียง 2 ทีมสุดท้ายที่ได้เข้าไปเล่นรอบชิงชนะเลิศเพลย์ออฟที่สนาม เวมบลีย์ ในวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2026เวมบลีย์ไม่ใช่แค่สนามฟุตบอลธรรมดา แต่มันคือเวทีแห่งประวัติศาสตร์ และสำหรับหลายสโมสร เกมเพลย์ออฟนัดชิงคือแมตช์ที่สำคัญที่สุดในรอบหลายสิบปีหนึ่งเกมอาจเปลี่ยนอนาคตสโมสรทั้งหมด จากทีมระดับแชมเปี้ยนชิพ กลายเป็นสโมสรพรีเมียร์ลีกที่มีรายได้มหาศาลทันที

แชมเปี้ยนชิพ ลีกที่โหดที่สุดในยุโรป?

หลายคนอาจมองว่าลีกระดับสองไม่น่าจะเข้มข้นเท่าพรีเมียร์ลีก แต่ความจริงแล้ว แชมเปี้ยนชิพถูกยกให้เป็นหนึ่งในลีกที่เล่นยากที่สุดของยุโรป46 นัดต่อฤดูกาล โปรแกรมเตะถี่ การเดินทางหนัก และการแข่งขันที่สูสี ทำให้ทุกทีมต้องใช้ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจอย่างมหาศาลนั่นคือเหตุผลที่หลายทีมจากพรีเมียร์ลีก เมื่อตกชั้นลงมาแล้ว กลับไม่สามารถเลื่อนชั้นกลับขึ้นไปได้ง่าย ๆ

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบเพลย์ออฟ

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงมากในอังกฤษคือ การที่ EFL เตรียมขยายระบบเพลย์ออฟจาก 4 ทีม เป็น 6 ทีม เริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2026/27 เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟระบบใหม่นี้จะทำให้ทีมอันดับ 3-8 มีสิทธิ์ลุ้นเลื่อนชั้น ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าจะยิ่งเพิ่มความดุเดือดให้แชมเปี้ยนชิพมากขึ้นกว่าเดิม

บทสรุป

แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2025/26 กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสุดท้ายที่ทุกอย่างถูกตัดสินในไม่กี่เกมโคเวนทรี ซิตี้ และ อิปสวิช ทาวน์ คว้าตั๋วพรีเมียร์ลีกไปแล้ว แต่เส้นทางของอีก 4 ทีมยังเต็มไปด้วยแรงกดดัน ความหวัง และความเสี่ยงมหาศาลมิลล์วอลล์, ฮัลล์ ซิตี้, เซาแธมป์ตัน และ มิดเดิลสโบรห์ ต่างเหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าวจากพรีเมียร์ลีก แต่ในขณะเดียวกัน ก็อยู่ห่างจากความผิดหวังเพียง 90 นาทีเช่นกันและนั่นคือเสน่ห์ของแชมเปี้ยนชิพ ลีกที่ทุกเกมมีความหมาย ทุกคะแนนมีราคา และทุกวินาทีสามารถเปลี่ยนอนาคตของทั้งสโมสรได้ตลอดเวลา