18/07/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

อาร์เจนตินา เฉือน กาบูเวร์ดี 3-2 หลังต่อเวลาพิเศษ เกมดราม่ารอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026

สรุปผลการแข่งขัน อาร์เจนตินา พบ กาบูเวร์ดี ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย อาร์เจนตินา ขึ้นนำก่อนจาก Lionel Messi แต่ กาบูเวร์ดี ไล่ตีเสมอได้ถึงสองครั้ง ก่อนที่ Own Goal ของ Diney Borges ในนาที 111 จะกลายเป็นประตูชัย ส่ง อาร์เจนตินา ผ่านเข้ารอบต่อไปหลังเกมยืดเยื้อถึง 120 นาที
อาร์เจนตินา เฉือน กาบูเวร์ดี 3-2 หลังต่อเวลาพิเศษ เกมดราม่ารอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026

อาร์เจนตินา ต้องออกแรงถึง 120 นาที ก่อนเฉือนชนะ กาบูเวร์ดี 3-2 ในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย เกมนี้เริ่มต้นด้วยภาพของ อาร์เจนตินา ที่ครองบอลเหนือกว่าและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ กาบูเวร์ดี แสดงให้เห็นถึงวินัยเกมรับ ความอดทน และจังหวะตอบโต้ที่สร้างปัญหาให้ทีมเต็งได้ตลอดทั้งเกม

Lionel Messi ยิงให้ อาร์เจนตินา ขึ้นนำในครึ่งแรก ก่อนที่ กาบูเวร์ดี จะกลับมาตีเสมอจาก Deroy Duarte ในครึ่งหลัง ทำให้เกมต้องยืดเยื้อถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งยังเต็มไปด้วยดราม่า เมื่อ Lisandro Martinez ยิงให้ อาร์เจนตินา นำอีกครั้ง แต่ Sidny Lopes Cabral ก็มายิงตีเสมอ 2-2 ก่อนที่จังหวะ Own Goal ของ Diney Borges ในนาที 111 จะกลายเป็นประตูชัยส่ง อาร์เจนตินา ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

ครึ่งแรก อาร์เจนตินา ครองเกมและได้ประตูจาก Messi

เกมเริ่มต้นด้วย อาร์เจนตินา ที่พยายามคุมจังหวะผ่านการต่อบอลสั้นตั้งแต่นาทีแรก ขณะที่ กาบูเวร์ดี เลือกยืนรับอย่างมีระเบียบและรอโอกาสสวนกลับ นาทีที่ 7 กาบูเวร์ดี ได้ลุ้นก่อนจาก Ryan Mendes ที่พาบอลขึ้นมายิงจากหน้าเขตโทษ แต่แนวรับ อาร์เจนตินา ยังบล็อกเอาไว้ได้

หลังจากนั้น อาร์เจนตินา เริ่มกดดันต่อเนื่อง นาที 14 Lionel Messi มีโอกาสชัดเจนจากจังหวะพลิกตัวยิงในกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย ต่อมานาที 18 Messi ได้ยิงฟรีคิกระยะอันตราย บอลพุ่งเข้ากรอบ แต่ Vozinha ยังเซฟช่วย กาบูเวร์ดี ไว้ได้

นาที 29 อาร์เจนตินา มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ Lisandro Martinez วางบอลยาวเข้าเขตโทษให้ Lionel Messi หลุดเข้าไปยิงอย่างเฉียบขาด บอลพุ่งเสียบเพดานตาข่าย ทำให้ อาร์เจนตินา ปลดล็อกเกมได้สำเร็จ

ช่วงท้ายครึ่งแรก อาร์เจนตินา ยังมีโอกาสบวกเพิ่มในนาที 45 เมื่อ Enzo Fernandez ได้ยิงจากหน้าเขตโทษ แต่ Vozinha ยังโชว์เซฟสำคัญ ทำให้จบครึ่งแรก อาร์เจนตินา นำ กาบูเวร์ดี 1-0 โดยมีตัวเลขการครองบอลเหนือกว่า 66% ต่อ 34%

ครึ่งหลัง กาบูเวร์ดี กลับมาเล่นมั่นใจและตีเสมอได้สำเร็จ

เริ่มครึ่งหลัง กาบูเวร์ดี เปิดเกมได้ดีขึ้นและเริ่มมีจังหวะกดดันจากลูกครอสกับลูกเตะมุม นาที 48-49 พวกเขาได้โอกาสต่อเนื่องจากจังหวะขึ้นเกมทางริมเส้น แม้ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ แต่ทำให้แนวรับ อาร์เจนตินา ต้องทำงานหนักขึ้น

นาที 54 กาบูเวร์ดี มีโอกาสสำคัญจาก Deroy Duarte ที่เก็บบอลได้หน้าเขตโทษก่อนยิงเข้ากรอบ แต่ Emiliano Martinez ยังพุ่งเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม กาบูเวร์ดี ไม่หยุดกดดัน และมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในนาที 59 จากจังหวะที่ Ryan Mendes จ่ายบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ Deroy Duarte ยิงเสียบมุมซ้ายล่างอย่างเด็ดขาด

หลังถูกตีเสมอ อาร์เจนตินา ต้องเร่งเกมอีกครั้ง Lionel Scaloni ปรับเกมด้วยการส่ง Julian Alvarez และ Nicolas Gonzalez ลงสนาม นาที 63 Messi ได้โอกาสยิงในเขตโทษ แต่ Vozinha ยังเซฟไว้ได้ ต่อมานาที 67 Enzo Fernandez ได้ยิงวอลเลย์จังหวะแรก แต่บอลหลุดกรอบออกไป

Vozinha เซฟต่อเนื่อง พา กาบูเวร์ดี ยื้อถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ

ช่วงกลางถึงท้ายครึ่งหลัง อาร์เจนตินา พยายามสร้างโอกาสจากลูกตั้งเตะและการเข้าทำของ Messi หลายครั้ง นาที 72 Messi ยิงฟรีคิกไปทางมุมขวาบน แต่ Vozinha ยังปัดออกได้อย่างยอดเยี่ยม จากนั้น อาร์เจนตินา ยังได้ลุ้นจากลูกเตะมุมหลายครั้ง แต่แนวรับ กาบูเวร์ดี ยังช่วยกันเคลียร์ได้ดี

นาที 84 Nicolas Gonzalez มีโอกาสทองจากจังหวะต่อเนื่องลูกเตะมุมของ Messi แต่เจ้าตัวโหม่งหลุดกรอบจากระยะใกล้ ทำให้ อาร์เจนตินา พลาดโอกาสขึ้นนำอีกครั้ง ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อาร์เจนตินา ได้ฟรีคิกอันตรายในนาที 90+5 และเป็น Messi ที่รับหน้าที่ยิง แต่ Vozinha ยังยืนตำแหน่งดีและเซฟไว้ได้

ครบ 90 นาที ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ทำให้เกมต้องเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ โดยภาพรวมของเกมในเวลาปกติ อาร์เจนตินา มีโอกาสมากกว่า แต่ กาบูเวร์ดี ใช้ความเหนียวแน่นและฟอร์มของ Vozinha ยื้อเกมไว้ได้สำเร็จ

ต่อเวลาพิเศษ อาร์เจนตินา นำอีกครั้ง แต่ กาบูเวร์ดี ไม่ยอมแพ้

ช่วงต่อเวลาพิเศษเริ่มได้ไม่นาน อาร์เจนตินา ขึ้นนำ 2-1 ในนาที 92 จากลูกเตะมุมของ Lionel Messi บอลถูกเปิดเข้าเขตโทษและ Alexis Mac Allister โหม่งตั้งให้ Lisandro Martinez ยิงเข้าประตูไป ทำให้ อาร์เจนตินา กลับมาอยู่ในสถานการณ์ได้เปรียบอีกครั้ง

แม้เสียประตูเร็วในช่วงต่อเวลา แต่ กาบูเวร์ดี ยังไม่ถอดใจ พวกเขาพยายามดันเกมขึ้นมาและใช้ลูกตั้งเตะเป็นอาวุธสำคัญ นาที 103 Sidny Lopes Cabral สร้างโมเมนต์สำคัญของเกมด้วยการยิงจากระยะกลาง บอลพุ่งเสียบมุมขวาบนอย่างเฉียบขาด ช่วยให้ กาบูเวร์ดี ตีเสมอ 2-2 และทำให้เกมกลับมาเปิดอีกครั้ง

ท้ายครึ่งแรกของช่วงต่อเวลา Messi ยังมีโอกาสหลุดไปยิงตัวต่อตัวในนาที 105+1 แต่ Vozinha ยังเซฟไว้ได้อีกครั้ง ทำให้จบช่วงต่อเวลาครึ่งแรก สกอร์ยังเสมอกัน 2-2 และเกมยังเต็มไปด้วยความกดดันทั้งสองฝั่ง

Own Goal นาที 111 ตัดสินเกม ก่อน Emiliano Martinez เซฟสำคัญท้ายเกม

เข้าสู่ช่วงต่อเวลาครึ่งหลัง อาร์เจนตินา กลับมากดดันอีกครั้ง นาที 110 Nicolas Gonzalez พาบอลลุยเข้าไปจนทีมได้ลูกเตะมุม และจากจังหวะต่อเนื่องในนาที 111 อาร์เจนตินา ได้ประตูนำ 3-2 เมื่อ Diney Borges พยายามโหม่งสกัดบอลในกรอบหกหลา แต่บอลเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง กลายเป็นประตูสำคัญของเกม

กาบูเวร์ดี ยังไม่ยอมแพ้และมีโอกาสลุ้นตีเสมออีกครั้ง นาที 116 Sidny Lopes Cabral ยิงฟรีคิกจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งไปทางมุมขวาบน แต่ Emiliano Martinez ยังพุ่งเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม จากนั้นนาที 119 Steven Moreira ได้โหม่งระยะใกล้ บอลกำลังจะพุ่งเข้าประตู แต่ Emiliano Martinez ยังเซฟสำคัญอีกครั้ง ช่วยให้ อาร์เจนตินา รักษาสกอร์นำไว้ได้

สุดท้ายผู้ตัดสิน Drew Fischer เป่าจบเกมในนาที 120+4 อาร์เจนตินา ชนะ กาบูเวร์ดี 3-2 หลังต่อเวลาพิเศษ ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ ส่วน กาบูเวร์ดี จบเส้นทางในฟุตบอลโลก 2026 ด้วยผลงานที่น่าจดจำ หลังสู้กับทีมใหญ่อย่าง อาร์เจนตินา ได้จนถึงช่วงท้ายของเกม

สรุปผลการแข่งขัน

อาร์เจนตินา 3-2 กาบูเวร์ดี
หลังต่อเวลาพิเศษ

ผู้ทำประตู

อาร์เจนตินา

  • Lionel Messi 29′
  • Lisandro Martinez 92′

กาบูเวร์ดี

  • Deroy Duarte 59′
  • Sidny Lopes Cabral 103′

Own Goal

  • Diney Borges 111′

ใบเหลือง

อาร์เจนตินา

  • Gonzalo Montiel 115′

กาบูเวร์ดี

  • Kevin Lenini 68′

เหตุการณ์สำคัญของเกม

  • นาที 7 Ryan Mendes ได้ยิงจากหน้าเขตโทษ แต่แนวรับ อาร์เจนตินา บล็อกไว้ได้
  • นาที 14 Lionel Messi พลิกยิงในกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาออกไป
  • นาที 18 Messi ยิงฟรีคิกติดเซฟ Vozinha
  • นาที 29 Messi ยิงให้ อาร์เจนตินา นำ 1-0 จากจังหวะแอสซิสต์ของ Lisandro Martinez
  • นาที 45 Enzo Fernandez ได้ยิงจากหน้าเขตโทษ แต่ Vozinha เซฟไว้ได้
  • นาที 54 Deroy Duarte ยิงติดเซฟ Emiliano Martinez
  • นาที 59 Deroy Duarte ยิงตีเสมอให้ กาบูเวร์ดี เป็น 1-1
  • นาที 63 Messi ได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่ Vozinha เซฟอีกครั้ง
  • นาที 72 Messi ยิงฟรีคิกเกือบเสียบมุม แต่ Vozinha ปัดออกได้
  • นาที 90+5 Messi ยิงฟรีคิกช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ยังไม่ผ่าน Vozinha
  • นาที 92 Lisandro Martinez ยิงให้ อาร์เจนตินา นำ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ
  • นาที 103 Sidny Lopes Cabral ยิงไกลสุดสวยให้ กาบูเวร์ดี ตีเสมอ 2-2
  • นาที 111 Diney Borges ทำเข้าประตูตัวเอง ส่งให้ อาร์เจนตินา นำ 3-2
  • นาที 116 Sidny Lopes Cabral ยิงฟรีคิกอันตราย แต่ Emiliano Martinez เซฟไว้ได้
  • นาที 119 Steven Moreira ได้โหม่งระยะใกล้ แต่ Emiliano Martinez เซฟสำคัญ
  • นาที 120+4 จบเกม อาร์เจนตินา ชนะ กาบูเวร์ดี 3-2

บทสรุป

อาร์เจนตินา ผ่านเกมนี้ไปได้แบบหืดจับ แม้จะเป็นฝ่ายครองบอลและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ กาบูเวร์ดี ทำให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้มาเล่นแบบรอแพ้ การตีเสมอได้ถึงสองครั้งทั้งในเวลาปกติและช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้เกมนี้กลายเป็นหนึ่งในแมตช์ที่ตึงเครียดที่สุดของรอบ 32 ทีมสุดท้าย และยิ่งทำให้ประเด็นใน วิเคราะห์ก่อนเกม : อาร์เจนตินา พบ กาบูเวร์ดี ชัดขึ้นว่าเกมนี้ไม่ได้ตัดสินกันแค่ชื่อชั้นของทีม แต่ขึ้นอยู่กับการปิดพื้นที่ การรับมือกับ Messi และความเฉียบคมในจังหวะสำคัญด้วย

จุดเปลี่ยนของเกมอยู่ที่คุณภาพเฉพาะตัวของ Lionel Messi, การมีส่วนร่วมของ Lisandro Martinez ในทั้งเกมรับและเกมรุก รวมถึงเซฟสำคัญของ Emiliano Martinez ในช่วงท้ายต่อเวลา ส่วน กาบูเวร์ดี แม้ต้องตกรอบ แต่ฟอร์มการเล่นในเกมนี้ทำให้พวกเขาออกจากทัวร์นาเมนต์ด้วยภาพจำที่แข็งแกร่ง และแสดงให้เห็นว่าระบบฟุตบอลโลก 2026 ที่เปิดพื้นที่ให้ทีมมากขึ้น สามารถสร้างเกมน็อกเอาต์ที่เข้มข้นและคาดเดายากได้จริง