25/05/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

3 ซูเปอร์สตาร์ต่างชาติผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์ลีกเอิง ไอคอนลูกหนังที่ฝรั่งเศสไม่มีวันลืม

3 ซูเปอร์สตาร์ต่างชาติผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์ลีกเอิง ไอคอนลูกหนังที่ฝรั่งเศสไม่มีวันลืม

3 ซูเปอร์สตาร์ต่างชาติผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์ลีกเอิง

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส อาจถูกจดจำในฐานะลีกปั้นดาวรุ่งชั้นยอดของยุโรป แต่หากมองลึกลงไปในประวัติศาสตร์ จะพบว่า “แข้งต่างชาติ” คืออีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ช่วยยกระดับฟุตบอลแดนน้ำหอมให้กลายเป็นลีกระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นศูนย์หน้าจอมถล่มประตูจากอเมริกาใต้ เพลย์เมกเกอร์สายเทคนิคจากบราซิล หรือซูเปอร์สตาร์ระดับจักรวาลที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ทั้งวงการฟุตบอลยุโรป ทุกยุคสมัยของลีกเอิงล้วนมีนักเตะต่างชาติที่เข้ามาเปลี่ยนเกม เปลี่ยนมาตรฐาน และสร้างภาพจำระดับตำนานเอาไว้เสมอ โดยเฉพาะชื่อของ เดลิโอ ออนนิส, จูนินโญ่ แปร์นัมบูกาโน่ และ เนย์มาร์ จูเนียร์ ที่ถูกยกให้เป็น 3 แข้งต่างชาติผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนละยุคของฟุตบอลฝรั่งเศส เพราะพวกเขาไม่ได้แค่คว้าแชมป์หรือยิงประตูเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนภาพลักษณ์ของลีกเอิงในสายตาแฟนบอลทั่วโลก ออนนิสคือราชาดาวยิงผู้สร้างสถิติที่ยืนยาวข้ามยุค จูนินโญ่คือแม่ทัพผู้พาโอลิมปิก ลียง ครองฝรั่งเศสแบบไร้เทียมทาน ส่วนเนย์มาร์คือซูเปอร์สตาร์ที่ทำให้ลีกเอิงกลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของวงการฟุตบอลยุคโซเชียลมีเดีย และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของนักเตะที่ช่วยเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ลีกลูกหนังฝรั่งเศสอย่างแท้จริง

เมื่อฟุตบอลยุโรปเข้าสู่ยุคที่การแข่งขันทั้งในสนามและนอกสนามเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ลีกเอิงเองก็เริ่มได้รับความสนใจจากแฟนบอลทั่วโลกมากกว่าเดิม โดยเฉพาะหลังการเข้ามาของซูเปอร์สตาร์ระดับโลกที่ช่วยยกระดับมูลค่าของลีกแบบก้าวกระโดด และหากย้อนกลับไปสำรวจประวัติศาสตร์ จะพบว่าความสำเร็จของลีกฝรั่งเศสไม่ได้เกิดจากสโมสรเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากนักเตะต่างชาติระดับตำนานที่เข้ามาสร้างอิทธิพลต่อเกมฟุตบอลในแต่ละยุค ตั้งแต่ยุคของ เดลิโอ ออนนิส ดาวยิงอาร์เจนไตน์ผู้ทำสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของลีกเอิง มาจนถึงยุคทองของ จูนินโญ่ ที่พาโอลิมปิก ลียง กวาดแชมป์ 7 สมัยติด และต่อเนื่องสู่ยุคโมเดิร์นที่ เนย์มาร์ ทำให้ PSG กลายเป็นทีมที่ทั่วโลกพูดถึงทุกสัปดาห์ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเชื่อมโยงกับกระแสความนิยมของฟุตบอลฝรั่งเศสที่เติบโตอย่างมหาศาลในช่วงหลายปีหลัง และยังสอดคล้องกับบทความเชิงลึกอย่าง เปิดทำเนียบแข้งยอดเยี่ยมลีกเอิง ฝรั่งเศส จากตำนานยุคซีดานสู่ยุคทองของเอ็มปัปเป้ ที่กำลังได้รับความสนใจจากแฟนบอลสายประวัติศาสตร์ลูกหนัง เพราะยิ่งย้อนดูเรื่องราวของแข้งระดับตำนานมากเท่าไร ก็ยิ่งเห็นชัดว่า ลีกเอิง ไม่เคยขาดนักเตะระดับเวิลด์คลาสเลยแม้แต่ยุคเดียว

เดลิโอ ออนนิส ราชาดาวยิงผู้ไม่มีใครล้มได้

หากพูดถึงกองหน้าระดับตำนานของลีกเอิง หนึ่งในชื่อที่ถูกกล่าวถึงเสมอคือ เดลิโอ ออนนิส ศูนย์หน้าชาวอาร์เจนตินาที่กลายเป็นเจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของลีกเอิงด้วยจำนวน 299 ประตู ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทำลายลงได้ออนนิสเริ่มต้นเส้นทางในฝรั่งเศสกับ แร็งส์ ก่อนจะสร้างชื่ออย่างยิ่งใหญ่กับ โมนาโก โดยเฉพาะช่วงทศวรรษ 70 ที่เขากลายเป็นเครื่องจักรถล่มประตูแบบแทบหยุดไม่อยู่ ด้วยสไตล์การเล่นที่เฉียบคม ดุดัน และอ่านจังหวะในกรอบเขตโทษได้เหนือกองหลังยุคนั้นแม้ยุคนั้นฟุตบอลฝรั่งเศสจะยังไม่ได้โด่งดังระดับโลกเหมือนปัจจุบัน แต่ผลงานของออนนิสกลับกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตำแหน่งกองหน้า เขาคว้ารางวัลดาวซัลโวลีกเอิงหลายสมัย และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลฝรั่งเศสสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ สถิติ 299 ประตูของเขายังคงยืนยาวข้ามยุค แม้ลีกเอิงจะผ่านทั้งยุคของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, เอดินสัน คาวานี, คีเลียน เอ็มบัปเป้ หรือแม้แต่ ลิโอเนล เมสซี มาแล้วก็ตาม

ทำไมสถิติของออนนิสถึงยิ่งใหญ่กว่าที่คิด

ในยุคฟุตบอลปัจจุบันที่จำนวนเกมมากขึ้นและแท็คติกเปิดเกมรุกมากกว่าเดิม หลายคนอาจคิดว่าสถิติ 299 ประตูควรถูกทำลายไปนานแล้ว แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะสิ่งที่ออนนิสทำไว้เกิดขึ้นในยุคที่ฟุตบอลฝรั่งเศสเล่นเกมรับเข้มข้น และสนามแข่งขันหลายแห่งยังไม่ได้เอื้อต่อฟุตบอลเกมรุกเหมือนทุกวันนี้เขาไม่ใช่นักเตะที่มีภาพลักษณ์ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกแบบยุคใหม่ แต่คือ “นักล่าประตูของจริง” ที่ใช้ความนิ่งและความสม่ำเสมอสร้างตำนานขึ้นมาทุกวันนี้ชื่อของ เดลิโอ ออนนิส จึงไม่ได้เป็นเพียงเจ้าของสถิติ แต่คือสัญลักษณ์ของความคลาสสิกในประวัติศาสตร์ลีกเอิง

จูนินโญ่ แปร์นัมบูกาโน่ กับยุคทองของโอลิมปิก ลียง

หากออนนิสคือราชากองหน้าของลีกเอิง จูนินโญ่ แปร์นัมบูกาโน่ ก็คือราชาแห่งแดนกลางและฟรีคิกของโลกฟุตบอลมิดฟิลด์ชาวบราซิลย้ายมาอยู่กับ โอลิมปิก ลียง ในปี 2001 และกลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมทันที เขาคือกัปตันทีมผู้พาลียงสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกเอิง 7 สมัยติดต่อกัน ระหว่างปี 2002-2008 ซึ่งเป็นหนึ่งในยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลฝรั่งเศสจูนินโญ่ไม่ได้เป็นเพียงนักเตะเทคนิคสูง แต่คือผู้นำในสนามอย่างแท้จริง เขาควบคุมจังหวะเกม จ่ายบอลเฉียบขาด และยิงไกลได้อันตรายจากทุกระยะแต่สิ่งที่ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นตำนาน คือฟรีคิก

ราชาฟรีคิกตลอดกาลของโลก

ในสายตาแฟนบอลจำนวนมาก จูนินโญ่ คือคนที่ยิงฟรีคิกดีที่สุดตลอดกาล เพราะเทคนิคการยิงบอลแบบไร้สปินของเขาแทบเป็นวิทยาศาสตร์ลูกหนังผู้รักษาประตูยุคนั้นจำนวนมากยอมรับตรงกันว่า การอ่านทางยิงของจูนินโญ่แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะบอลสามารถเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศได้ตลอดเวลาเขายิงฟรีคิกเข้าไปมหาศาลทั้งในลีกเอิง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และทีมชาติบราซิล จนกลายเป็นต้นแบบให้กับนักเตะรุ่นหลังหลายคนที่สำคัญคือเขาทำให้ ลียง กลายเป็นทีมที่ทั้งยุโรปต้องจับตามอง และยกระดับฟุตบอลฝรั่งเศสให้แข็งแกร่งขึ้นในเวทียุโรปอย่างชัดเจน

เนย์มาร์ กับยุคเปลี่ยนภาพลักษณ์ลีกเอิง

หากจูนินโญ่คือยุคทองเชิงฟุตบอล เนย์มาร์ คือยุคทองเชิงการตลาดและความบันเทิงของลีกเอิงปี 2017 PSG สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการฟุตบอลโลกด้วยการจ่ายค่าฉีกสัญญาสถิติโลกคว้าตัว เนย์มาร์ มาจากบาร์เซโลนา ด้วยค่าตัวมหาศาลการย้ายทีมครั้งนั้นไม่ใช่แค่ข่าวฟุตบอลธรรมดา แต่มันเปลี่ยนภาพลักษณ์ของลีกเอิงไปทันที เพราะเป็นครั้งแรกที่ลีกฝรั่งเศสดึงหนึ่งในซูเปอร์สตาร์อันดับต้นๆ ของโลกเข้ามาได้ในช่วงพีคอาชีพทันทีที่เนย์มาร์ลงสนาม ลีกเอิงก็กลายเป็นที่พูดถึงทั่วโลก ทั้งยอดผู้ชม ถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ และกระแสในโซเชียลมีเดียต่างเติบโตแบบก้าวกระโดด

นักเตะที่สร้างโชว์ฟุตบอลให้ลีกฝรั่งเศส

แม้เส้นทางของเนย์มาร์กับ PSG จะเต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บ แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเขาคือหนึ่งในนักเตะที่เล่นฟุตบอลได้สนุกที่สุดในประวัติศาสตร์ลีกเอิงทุกครั้งที่เนย์มาร์ลงสนาม แฟนบอลจะได้เห็นทั้งทักษะการเลี้ยงบอล แอสซิสต์เหนือชั้น และลูกเล่นที่เปลี่ยนเกมได้ตลอดเวลาเขาสร้างแนวรุกระดับจักรวาลร่วมกับ เอ็มบัปเป้ และ เมสซี จน PSG กลายเป็นทีมที่มีฐานแฟนบอลระดับโลกอย่างแท้จริงที่สำคัญคือเขาช่วยทำให้ลีกเอิงถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และทำให้แฟนบอลรุ่นใหม่เริ่มติดตามฟุตบอลฝรั่งเศสอย่างจริงจัง

ลีกเอิงกับบทบาทของซูเปอร์สตาร์ต่างชาติ

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ลีกเอิงอาจเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบการแข่งขัน สโมสร และยุคสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ บทบาทของนักเตะต่างชาติจากออนนิสในยุคคลาสสิก สู่จูนินโญ่ในยุคฟุตบอลเทคนิค และต่อเนื่องถึงเนย์มาร์ในยุคฟุตบอลธุรกิจ ทุกคนล้วนช่วยสร้างภาพจำให้ฟุตบอลฝรั่งเศสแตกต่างจากลีกอื่นพวกเขาไม่ได้เพียงคว้าแชมป์ แต่ช่วยเปลี่ยนวิธีที่คนทั่วโลกมองลีกเอิงและนั่นคือเหตุผลที่ชื่อของทั้งสามคนยังถูกพูดถึงเสมอ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

บทสรุป

เดลิโอ ออนนิส, จูนินโญ่ แปร์นัมบูกาโน่ และ เนย์มาร์ อาจเป็นนักเตะคนละยุค คนละสไตล์ และคนละตำแหน่ง แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ พวกเขาคือแข้งต่างชาติที่สร้างอิทธิพลต่อลีกเอิงอย่างมหาศาลออนนิสสร้างมาตรฐานการถล่มประตูที่ไม่มีใครล้มได้ จูนินโญ่พาลียงครองความยิ่งใหญ่แบบประวัติศาสตร์ ส่วนเนย์มาร์เปลี่ยนลีกเอิงให้กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของโลกฟุตบอลยุคใหม่และเมื่อมองย้อนกลับไป ประวัติศาสตร์ของฟุตบอลฝรั่งเศสคงไม่สมบูรณ์ หากไม่มีชื่อของพวกเขาอยู่ในนั้น เพราะนี่คือเหล่าซูเปอร์สตาร์ต่างชาติที่ช่วยเปลี่ยนลีกเอิงให้กลายเป็นหนึ่งในลีกฟุตบอลที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกอย่างแท้จริง