18/07/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

วิเคราะห์ก่อนเกม : ฝรั่งเศส พบ โมร็อกโก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย

ฝรั่งเศส พบ โมร็อกโก ในฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นเกมน็อกเอาต์ที่มีน้ำหนักสูง ฝรั่งเศสชนะรวด 5 นัด ยิงได้ 14 ประตู ขณะที่โมร็อกโกยังไม่แพ้ใครในเวลา 90 นาที พร้อมผ่านทั้งเนเธอร์แลนด์และแคนาดาในรอบน็อกเอาต์ บทวิเคราะห์นี้เจาะฟอร์มล่าสุด ความพร้อมของผู้เล่น คาดการณ์ 11 ตัวจริง จุดชี้ขาดของเกม และแนวโน้มผลการแข่งขัน
วิเคราะห์ก่อนเกม : ฝรั่งเศส พบ โมร็อกโก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย

ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เดินทางมาถึงอีกหนึ่งเกมสำคัญของทัวร์นาเมนต์ เมื่อทีมชาติฝรั่งเศสต้องพบกับทีมชาติโมร็อกโกที่ Boston Stadium ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2026 เวลา 03:00 น. ตามเวลาไทย เกมนี้เป็นรอบน็อกเอาต์แบบแพ้ตกรอบทันที ทำให้ทุกจังหวะในสนามมีน้ำหนักสูงกว่ารอบที่ผ่านมา ทั้งในแง่การวางแท็กติก การเลือกผู้เล่นตัวจริง และการบริหารความเสี่ยงตลอด 90 นาที

ฝรั่งเศสเข้ามาด้วยผลงานชนะรวด 5 นัด ยิงได้ 14 ประตู และเสียเพียง 2 ประตู ขณะที่โมร็อกโกยังไม่แพ้ใครในเวลา 90 นาทีตลอดทัวร์นาเมนต์นี้ พร้อมผ่านทั้งเนเธอร์แลนด์และแคนาดาในรอบน็อกเอาต์ ภาพรวมของเกมจึงเป็นการเจอกันระหว่างทีมที่มีเกมรุกคุณภาพสูงกับทีมที่มีวินัยเกมรับและจังหวะสวนกลับชัดเจน โดยมีรายละเอียดสำคัญอยู่ที่ความพร้อมของตัวหลัก แดนกลาง และพื้นที่ริมเส้นทั้งสองฝั่ง

ข้อมูลการแข่งขัน

  • รายการ : ฟุตบอลโลก 2026
  • รอบการแข่งขัน : รอบ 8 ทีมสุดท้าย
  • คู่แข่งขัน : ฝรั่งเศส พบ โมร็อกโก
  • วันแข่งขัน : 10 กรกฎาคม 2026
  • เวลาแข่งขัน : 03:00 น. ตามเวลาไทย
  • สนามแข่งขัน : Boston Stadium
  • ถ่ายทอดสด : MONOMAX, MONOMAX SPORTS

สถานการณ์ก่อนเกม

ฝรั่งเศสผ่านรอบแบ่งกลุ่มด้วยผลงานชนะรวด 3 นัด เก็บ 9 คะแนนเต็ม ยิงได้ 10 ประตู เสีย 2 ประตู ก่อนต่อยอดในรอบน็อกเอาต์ด้วยการชนะสวีเดน 3-0 และเฉือนปารากวัย 1-0 เส้นทางของทีมชุดนี้แสดงให้เห็นทั้งความหลากหลายในเกมรุกและความนิ่งในเกมรับ แต่เกมล่าสุดที่ชนะปารากวัยเพียงประตูเดียวก็เป็นสัญญาณว่าหากต้องเจอกับทีมที่ตั้งรับเป็นระบบ ฝรั่งเศสอาจต้องใช้ความอดทนและคุณภาพเฉพาะตัวมากกว่าปกติ

โมร็อกโกเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยภาพรวมที่แข็งแรงไม่แพ้กัน รอบแบ่งกลุ่มพวกเขาเสมอบราซิล 1-1, ชนะสกอตแลนด์ 1-0 และชนะเฮติ 4-2 ก่อนผ่านเนเธอร์แลนด์ด้วยการดวลจุดโทษหลังเสมอ 1-1 และชนะแคนาดา 3-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย จุดเด่นของโมร็อกโกคือการเล่นด้วยโครงสร้างที่ชัด มีความอดทนสูง และใช้จังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้ดี แต่เกมนี้ต้องรับมือกับความเร็วและคุณภาพแนวรุกของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบททดสอบที่หนักที่สุดนับตั้งแต่เข้าสู่รอบน็อกเอาต์

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด

ฝรั่งเศส

  • ชนะ : 5
  • เสมอ : 0
  • แพ้ : 0
  • ยิงได้ : 14
  • เสีย : 2

ผลงานล่าสุด 5 นัด

  • 05/07/2026 ปารากวัย 0-1 ฝรั่งเศส ฟุตบอลโลก 2026
  • 01/07/2026 ฝรั่งเศส 3-0 สวีเดน ฟุตบอลโลก 2026
  • 27/06/2026 นอร์เวย์ 1-4 ฝรั่งเศส ฟุตบอลโลก 2026
  • 23/06/2026 ฝรั่งเศส 3-0 อิรัก ฟุตบอลโลก 2026
  • 17/06/2026 ฝรั่งเศส 3-1 เซเนกัล ฟุตบอลโลก 2026

ฝรั่งเศสมีฟอร์มที่แน่นอนมากที่สุดทีมหนึ่งในทัวร์นาเมนต์นี้ ชนะ 5 นัดติดต่อกัน ยิงเฉลี่ยเกือบ 3 ประตูต่อเกม และเก็บคลีนชีตได้ 3 นัด จุดที่เด่นคือเกมรุกไม่ขึ้นอยู่กับผู้เล่นเพียงคนเดียว แม้คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (Kylian Mbappe) ยังเป็นแกนหลัก แต่การมีอุสมาน เดมเบเล่ (Ousmane Dembele), ไมเคิล โอลิเซ่ (Michael Olise) และเดซิเร่ ดูเอ้ (Desire Doue) ทำให้ทีมมีทางเลือกในการเข้าทำหลายรูปแบบ

โมร็อกโก

  • ชนะ : 3 ในเวลา 90 นาที / 4 หากนับชนะจุดโทษเหนือเนเธอร์แลนด์
  • เสมอ : 2 ในเวลา 90 นาที
  • แพ้ : 0
  • ยิงได้ : 10
  • เสีย : 4

ผลงานล่าสุด 5 นัด

  • 05/07/2026 แคนาดา 0-3 โมร็อกโก ฟุตบอลโลก 2026
  • 30/06/2026 เนเธอร์แลนด์ 1-1 โมร็อกโก ฟุตบอลโลก 2026, โมร็อกโกชนะจุดโทษ 3-2
  • 25/06/2026 โมร็อกโก 4-2 เฮติ ฟุตบอลโลก 2026
  • 20/06/2026 สกอตแลนด์ 0-1 โมร็อกโก ฟุตบอลโลก 2026
  • 14/06/2026 บราซิล 1-1 โมร็อกโก ฟุตบอลโลก 2026

โมร็อกโกยังไม่แพ้ใครในเวลา 90 นาที และยิงได้ทุกนัดตลอด 5 เกมล่าสุด ความน่าสนใจคือทีมไม่ได้มีเพียงเกมรับเหนียวแน่นแบบเดิม แต่ยังมีคุณภาพในการเข้าทำมากขึ้น โดยเฉพาะเกมชนะเฮติ 4-2 และชนะแคนาดา 3-0 อย่างไรก็ตาม การเสียอิสมาเอล ไซบารี (Ismael Saibari) หรืออย่างน้อยต้องรอเช็กความฟิตของเขา อาจกระทบต่อความต่อเนื่องในพื้นที่สุดท้าย

สถิติการพบกัน H2H

ผลการพบกันล่าสุด 5 นัด

  • 15/12/2022 ฝรั่งเศส 2-0 โมร็อกโก ฟุตบอลโลก
  • 17/11/2007 ฝรั่งเศส 2-2 โมร็อกโก กระชับมิตร
  • 07/06/2000 โมร็อกโก 1-5 ฝรั่งเศส กระชับมิตร
  • 20/01/1999 ฝรั่งเศส 1-0 โมร็อกโก กระชับมิตร
  • 29/05/1998 โมร็อกโก 2-2 ฝรั่งเศส กระชับมิตร

จาก 5 ครั้งล่าสุด ฝรั่งเศสชนะ 3 นัด เสมอ 2 นัด และโมร็อกโกยังไม่เคยชนะ โดยฝรั่งเศสยิงรวม 12 ประตู ส่วนโมร็อกโกยิงได้ 5 ประตู เกมที่มีน้ำหนักมากที่สุดคือฟุตบอลโลก 2022 รอบรองชนะเลิศ ซึ่งฝรั่งเศสชนะ 2-0 อย่างไรก็ตาม ข้อมูล H2H ส่วนใหญ่เป็นเกมเก่าหรือเกมกระชับมิตร จึงควรใช้เป็นบริบทประกอบมากกว่าตัวชี้ขาดของเกมนี้

ความพร้อมฝรั่งเศส

ข่าวทีม

  • ตัวเจ็บ : ไม่มีข้อมูลผู้เล่นที่หมดสิทธิ์ลงสนามแบบยืนยัน
  • ตัวแบน : ไม่มีข้อมูล
  • ผู้เล่นเช็กฟิต : ออเรเลียง ชูอาเมนี (Aurelien Tchouameni) เจ็บต้นขา / สถานะ Questionable
  • ข่าวสำคัญ : ฝรั่งเศสคาดว่าจะใช้แกนหลักชุดเดิม โดยมีไมค์ เมญอง (Mike Maignan) เฝ้าเสา แนวรับนำโดยฌูลส์ กุนเด้ (Jules Kounde), ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ (Dayot Upamecano), วิลเลียม ซาลิบา (William Saliba) และลูคัส ดีญ (Lucas Digne) ส่วนเกมรุกมีเดมเบเล่, โอลิเซ่, ดูเอ้ และเอ็มบัปเป้

ประเด็นสำคัญของฝรั่งเศสอยู่ที่ความพร้อมของชูอาเมนี หากไม่ผ่านความฟิต ทีมมีแนวโน้มใช้มานู โกเน่ (Manu Kone) กับอาเดรียง ราบิโอต์ (Adrien Rabiot) เป็นคู่กลาง ซึ่งให้พลังงาน การปะทะ และการวิ่งครอบคลุมพื้นที่ได้ดี แต่จะลดน้ำหนักด้านการคุมจังหวะและการยืนป้องกันหน้าแผงหลังลงไปบางส่วน

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

GK : 16 ไมค์ เมญอง (Mike Maignan)

DEF :

  • 5 ฌูลส์ กุนเด้ (Jules Kounde)
  • 4 ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ (Dayot Upamecano)
  • 17 วิลเลียม ซาลิบา (William Saliba)
  • 3 ลูคัส ดีญ (Lucas Digne)

MID :

  • 6 มานู โกเน่ (Manu Kone)
  • 14 อาเดรียง ราบิโอต์ (Adrien Rabiot)
  • 7 อุสมาน เดมเบเล่ (Ousmane Dembele)
  • 11 ไมเคิล โอลิเซ่ (Michael Olise)
  • 20 เดซิเร่ ดูเอ้ (Desire Doue)

ATT :

  • 10 คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (Kylian Mbappe)

นักเตะที่น่าจับตา

  • คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (Kylian Mbappe)
  • ไมเคิล โอลิเซ่ (Michael Olise)
  • อุสมาน เดมเบเล่ (Ousmane Dembele)

จุดแข็ง

  • เกมรุกมีความเร็วสูงและโจมตีได้หลายช่องทาง
  • เอ็มบัปเป้สามารถตัดสินเกมได้จากจังหวะเดียว
  • โอลิเซ่ช่วยเพิ่มคุณภาพลูกจ่ายสุดท้ายและการเล่นระหว่างไลน์
  • คู่เซ็นเตอร์ ซาลิบา-อูปาเมกาโน่ มีทั้งความเร็วและความแข็งแรง
  • มีตัวเลือกสำรองที่เปลี่ยนจังหวะเกมได้หลายแบบ

จุดอ่อน

  • หากชูอาเมนีไม่พร้อม แดนกลางอาจเสียสมดุลด้านการคุมพื้นที่หน้าแนวรับ
  • เกมกับปารากวัยแสดงให้เห็นว่าฝรั่งเศสเจาะทีมตั้งรับลึกได้ไม่ง่าย
  • พื้นที่หลังฟูลแบ็กอาจถูกโจมตีจากจังหวะสวนกลับ
  • การพึ่งเอ็มบัปเป้ในจังหวะตัดสินเกมยังมีน้ำหนักสูง
  • หากเจอเกมที่ถูกตัดจังหวะบ่อย ฝรั่งเศสอาจเสียความต่อเนื่องในการขึ้นเกม

ความพร้อมโมร็อกโก

ข่าวทีม

  • ตัวเจ็บ : นาเยฟ อาเกิร์ด (Nayef Aguerd) เจ็บโคนขาหนีบ / อับเด เอซซัลซูลี่ (Abde Ezzalzouli) เจ็บเข่า
  • ตัวแบน : ไม่มีข้อมูล
  • ผู้เล่นเช็กฟิต : อิสมาเอล ไซบารี (Ismael Saibari) เจ็บกล้ามเนื้อ / สถานะ Questionable
  • ข่าวสำคัญ : โมร็อกโกคาดว่าจะใช้ยาสซีน โบโน่ (Yassine Bono) เฝ้าเสา แนวรับมีอัชราฟ ฮาคิมี (Achraf Hakimi), อิสซ่า ดิออป (Issa Diop), ชาดี ริอาด (Chadi Riad) และนูสแซร์ มาซราอุย (Noussair Mazraoui) ส่วนเกมรุกนำโดยบราฮิม ดิอาซ (Brahim Diaz), อัซเซดีน อูนาฮี (Azzedine Ounahi), บิลาล เอล คานนูสส์ (Bilal El Khannouss) และซูฟียาน ราฮิมี (Soufiane Rahimi)

การไม่มีอาเกิร์ดทำให้โมร็อกโกต้องพึ่งคู่เซ็นเตอร์อย่างดิออปและริอาดมากขึ้น ขณะที่การขาดเอซซัลซูลี่ลดตัวเลือกริมเส้นอย่างชัดเจน หากไซบารีไม่พร้อมอีกคน ภาระการสร้างสรรค์เกมจะย้ายไปอยู่กับบราฮิม ดิอาซ, ฮาคิมี, อูนาฮี และเอล คานนูสส์ มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้โมร็อกโกต้องเล่นอย่างระมัดระวังและเลือกจังหวะสวนกลับให้คมกว่าเดิม

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

GK : 1 ยาสซีน โบโน่ (Yassine Bono)

DEF :

  • 2 อัชราฟ ฮาคิมี (Achraf Hakimi)
  • 14 อิสซ่า ดิออป (Issa Diop)
  • 18 ชาดี ริอาด (Chadi Riad)
  • 3 นูสแซร์ มาซราอุย (Noussair Mazraoui)

MID :

  • 6 อายุบ บูอัดดี (Ayyoub Bouaddi)
  • 24 นีล เอล อายนาอุย (Neil El Aynaoui)
  • 10 บราฮิม ดิอาซ (Brahim Diaz)
  • 8 อัซเซดีน อูนาฮี (Azzedine Ounahi)
  • 23 บิลาล เอล คานนูสส์ (Bilal El Khannouss)

ATT :

  • 9 ซูฟียาน ราฮิมี (Soufiane Rahimi)

นักเตะที่น่าจับตา

  • อัชราฟ ฮาคิมี (Achraf Hakimi)
  • บราฮิม ดิอาซ (Brahim Diaz)
  • อัซเซดีน อูนาฮี (Azzedine Ounahi)

จุดแข็ง

  • โครงสร้างเกมรับมีวินัยและเล่นเกมน็อกเอาต์ได้ดี
  • โบโน่มีประสบการณ์สูงในเกมใหญ่
  • ฮาคิมีเป็นอาวุธสำคัญในการขึ้นเกมริมขวา
  • บราฮิม ดิอาซสร้างความแตกต่างได้ในพื้นที่แคบ
  • ทีมมีความมั่นใจหลังผ่านบราซิล, เนเธอร์แลนด์ และแคนาดาโดยไม่แพ้ในเวลา 90 นาที

จุดอ่อน

  • อาเกิร์ดไม่พร้อม ทำให้แนวรับเสียตัวหลักสำคัญ
  • เอซซัลซูลี่ไม่พร้อม ลดตัวเลือกเกมรุกริมเส้น
  • ไซบารียังต้องเช็กฟิต ซึ่งอาจกระทบความต่อเนื่องในพื้นที่สุดท้าย
  • หากถูกฝรั่งเศสบีบให้ตั้งรับลึกนานเกินไป อาจหาทางขึ้นเกมยาก
  • เกมรุกอาจพึ่งการขึ้นทางขวาของฮาคิมีกับบราฮิม ดิอาซมากเกินไป

จุดชี้ขาดของเกม

  1. ความพร้อมของแดนกลางฝรั่งเศส
    หากชูอาเมนีไม่พร้อม ฝรั่งเศสยังมีโกเน่กับราบิโอต์รองรับ แต่การขาดตัวคุมพื้นที่หน้าแนวรับอาจเปิดช่องให้โมร็อกโกเล่นผ่านอูนาฮีหรือบราฮิม ดิอาซได้มากขึ้น
  2. โมร็อกโกจะรับมือความเร็วของเอ็มบัปเป้ได้แค่ไหน
    เอ็มบัปเป้เป็นผู้เล่นที่สามารถเปลี่ยนเกมได้จากจังหวะโจมตีพื้นที่ด้านหลัง หากโมร็อกโกดันไลน์สูงเกินไป พื้นที่หลังแนวรับอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ทันที
  3. การขาดตัวหลักของโมร็อกโก
    อาเกิร์ดและเอซซัลซูลี่ไม่พร้อมลงสนาม ส่วนไซบารียังต้องรอเช็กฟิต ทำให้โมร็อกโกเสียทั้งคุณภาพในแนวรับ ความลึกของเกมรุก และตัวเลือกเปลี่ยนเกม
  4. พื้นที่ริมเส้นขวาของโมร็อกโก
    ฮาคิมีกับบราฮิม ดิอาซเป็นจุดขึ้นเกมสำคัญ หากทั้งคู่สร้างความต่อเนื่องได้ โมร็อกโกจะมีโอกาสกดดันฝรั่งเศสจากจังหวะสวนกลับและการเล่นด้านข้าง แต่หากถูกบีบพื้นที่ เกมรุกของโมร็อกโกอาจลดความอันตรายลงอย่างชัดเจน

วิเคราะห์รูปเกม

ฝรั่งเศสมีแนวโน้มใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยให้โกเน่กับราบิโอต์คุมแดนกลาง และใช้เดมเบเล่, โอลิเซ่, ดูเอ้ สนับสนุนเอ็มบัปเป้ในแดนหน้า วิธีขึ้นเกมจะเน้นการหมุนบอลจากแนวรับเข้าสู่แดนกลาง ก่อนเร่งจังหวะในพื้นที่ครึ่งช่องและริมเส้น จุดที่ฝรั่งเศสน่าจะพยายามโจมตีคือพื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กของโมร็อกโก รวมถึงพื้นที่ระหว่างเซ็นเตอร์กับแบ็ก ซึ่งเหมาะกับการเคลื่อนที่ของเอ็มบัปเป้และเดมเบเล่

โมร็อกโกน่าจะวางระบบ 4-2-3-1 เช่นกัน แต่รูปเกมอาจเน้นความรัดกุมมากกว่า โดยให้บูอัดดีกับเอล อายนาอุยช่วยคุมพื้นที่หน้าแนวรับ ส่วนบราฮิม ดิอาซ, อูนาฮี และเอล คานนูสส์รับบทเชื่อมเกมรุกหลังราฮิมี จุดขึ้นเกมหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ฝั่งขวาของฮาคิมี ซึ่งสามารถเติมเกมและพาบอลขึ้นหน้าได้ดี หากโมร็อกโกเลือกจังหวะสวนกลับแม่นพอ ฝรั่งเศสอาจต้องเจอกับเกมที่ไม่ง่ายแม้จะครองบอลมากกว่า

พื้นที่ตัดสินเกมอยู่ที่แดนกลางและริมเส้นขวาของโมร็อกโก ฝรั่งเศสต้องปิดทางเชื่อมจากบราฮิม ดิอาซไปยังฮาคิมี ขณะเดียวกันโมร็อกโกต้องหาวิธีจำกัดพื้นที่รับบอลของโอลิเซ่และเอ็มบัปเป้ หากปล่อยให้สองคนนี้รับบอลในพื้นที่อันตรายบ่อยเกินไป โมร็อกโกจะถูกบังคับให้ถอยลึกและเสียจังหวะโต้กลับ ส่วนลูกตั้งเตะอาจเป็นอีกหนึ่งตัวแปร เพราะทั้งสองทีมมีผู้เล่นรูปร่างดีและมีตัวเปิดบอลคุณภาพ

คาดการณ์ผลการแข่งขัน

ความน่าจะเป็น

  • ฝรั่งเศส ชนะ : 60%
  • เสมอ : 25%
  • โมร็อกโก ชนะ : 15%

สกอร์ที่คาด

  • ฝรั่งเศส 1-0 โมร็อกโก
  • ฝรั่งเศส 2-1 โมร็อกโก
  • ฝรั่งเศส 1-1 โมร็อกโก

ฝรั่งเศสมีภาษีดีกว่าจากคุณภาพเกมรุก ฟอร์มชนะรวด และความสมดุลของทีมโดยรวม แต่โมร็อกโกไม่ใช่ทีมที่จะแตกง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีโครงสร้างเกมรับและประสบการณ์ในเกมน็อกเอาต์ จุดที่อาจทำให้เกมออกมาสูสีคือความสามารถของโมร็อกโกในการลดพื้นที่ของเอ็มบัปเป้และโอลิเซ่ หากทำได้ เกมอาจยืดเยื้อและตัดสินกันด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ แต่หากฝรั่งเศสได้ประตูนำเร็ว โมร็อกโกจะต้องเปิดพื้นที่มากขึ้น ซึ่งเข้าทางแนวรุกความเร็วสูงของฝรั่งเศส

บทสรุป

ฝรั่งเศสเข้าสู่เกมนี้ด้วยความพร้อมที่ดูแน่นกว่า ทั้งฟอร์ม 5 นัดล่าสุด คุณภาพแนวรุก และความหลากหลายของผู้เล่นในพื้นที่สุดท้าย แม้ต้องรอเช็กฟิตชูอาเมนี แต่แกนหลักส่วนใหญ่ยังอยู่ครบและระบบของทีมยังมีความต่อเนื่องสูง จุดแข็งสำคัญคือการมีเอ็มบัปเป้เป็นตัวจบสกอร์หลัก ขณะที่โอลิเซ่, เดมเบเล่ และดูเอ้ ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเข้าทำ

โมร็อกโกยังมีจุดแข็งจากเกมรับ ความอดทน และจังหวะสวนกลับ แต่ข่าวทีมก่อนเกมทำให้ความพร้อมลดลง โดยเฉพาะการไม่มีอาเกิร์ดและเอซซัลซูลี่ รวมถึงสถานะของไซบารีที่ยังต้องเช็กฟิต หากโมร็อกโกยืนระยะเกมรับได้และปิดพื้นที่ริมเส้นของฝรั่งเศสสำเร็จ เกมนี้มีโอกาสสูสี แต่ในภาพรวม ฝรั่งเศสยังดูได้เปรียบกว่าเล็กน้อยจากคุณภาพผู้เล่นและความเฉียบคมในจังหวะตัดสินเกม