18/07/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

วิเคราะห์ก่อนเกม : บราซิล พบ นอร์เวย์ ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

บราซิล พบ นอร์เวย์ ในฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เกมน็อกเอาต์ที่มีทั้งคุณภาพเกมรุกและแรงกดดันสูง บราซิลมาพร้อมฟอร์มไม่แพ้ใคร 5 นัดหลังสุด แต่ขาด Lucas Paqueta และ Raphinha ขณะที่นอร์เวย์มี Erling Haaland กับ Martin Odegaard เป็นแกนหลักในเกมรุก ทว่าเกมรับยังเสียประตูต่อเนื่อง บทวิเคราะห์นี้เจาะฟอร์มล่าสุด ความพร้อม 11 ตัวจริง จุดชี้ขาด และแนวโน้มผลการแข่งขัน
วิเคราะห์ก่อนเกม : บราซิล พบ นอร์เวย์ ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงที่ความผิดพลาดมีราคาสูงกว่ารอบแบ่งกลุ่มอย่างชัดเจน เพราะนี่คือเกมน็อกเอาต์แบบแพ้ตกรอบ บราซิลจะพบกับนอร์เวย์ที่เม็ตไลฟ์ สเตเดียม ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเกมที่มีทั้งน้ำหนักด้านคุณภาพทีม ชื่อชั้นของผู้เล่น และบริบททางประวัติศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง

บราซิลเข้าสู่เกมนี้ด้วยฟอร์มที่ค่อนข้างนิ่ง ชนะ 4 จาก 5 นัดหลังสุด และยังไม่แพ้ใครในช่วงดังกล่าว ขณะที่นอร์เวย์มีเกมรุกที่อันตราย ยิงได้ทุกนัดใน 5 เกมล่าสุด แต่เกมรับยังเสียประตูต่อเนื่อง ประเด็นหลักของเกมจึงอยู่ที่การดวลกันระหว่างแนวรุกความเร็วสูงของบราซิลกับโครงสร้างเกมรับของนอร์เวย์ รวมถึงการรับมือ Erling Haaland ที่เป็นจุดอันตรายที่สุดของทีมจากยุโรปเหนือ

ข้อมูลการแข่งขัน

  • รายการ : ฟุตบอลโลก 2026
  • รอบการแข่งขัน : รอบ 16 ทีมสุดท้าย
  • คู่แข่งขัน : บราซิล พบ นอร์เวย์
  • วันแข่งขัน : 6 กรกฎาคม 2026
  • เวลาแข่งขัน : 03:00 น. ตามเวลาไทย
  • สนามแข่งขัน : MetLife Stadium
  • ประเทศ : สหรัฐอเมริกา
  • ถ่ายทอดสด : MONOMAX

สถานการณ์ก่อนเกม

บราซิลผ่านเข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 1 ของกลุ่ม C หลังเก็บได้ 7 คะแนนจาก 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ด้วยผลงานชนะ 2 เสมอ 1 ยิงได้ 7 ประตู และเสียเพียง 1 ประตู ก่อนจะผ่านญี่ปุ่นในรอบ 32 ทีมสุดท้ายด้วยสกอร์ 2-1 ภาพรวมของทีมยังอยู่ในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะเกมรุกที่ยิงได้ต่อเนื่องและเกมรับที่มีความแน่นอนพอสมควร อย่างไรก็ตาม การขาด Lucas Paqueta และ Raphinha ทำให้บราซิลต้องปรับสมดุลในแดนกลางและแนวรุกก่อนเกมสำคัญนี้

นอร์เวย์เข้ามาถึงรอบนี้ในฐานะทีมอันดับ 2 ของกลุ่ม I หลังเก็บ 6 คะแนนจาก 3 นัด ชนะ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 8 ประตู แต่เสียถึง 7 ประตู ก่อนจะชนะไอวอรีโคสต์ 2-1 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย จุดเด่นชัดเจนของนอร์เวย์คือเกมรุกที่มี Erling Haaland, Martin Odegaard, Alexander Sorloth และ Antonio Nusa เป็นแกนหลัก แต่จุดที่ต้องระวังคือเกมรับที่ยังไม่มีคลีนชีตเลยตลอด 5 นัดหลังสุด ทำให้การเจอบราซิลเป็นบททดสอบใหญ่ทั้งในแง่ความเร็วและคุณภาพพื้นที่สุดท้าย

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด

บราซิล

  • ชนะ : 4
  • เสมอ : 1
  • แพ้ : 0
  • ยิงได้ : 11
  • เสีย : 3

ผลงานล่าสุด 5 นัด

  • 30/06/2026 บราซิล 2-1 ญี่ปุ่น ฟุตบอลโลก 2026
  • 25/06/2026 สกอตแลนด์ 0-3 บราซิล ฟุตบอลโลก 2026
  • 20/06/2026 บราซิล 3-0 ไฮติ ฟุตบอลโลก 2026
  • 14/06/2026 บราซิล 1-1 โมร็อกโก ฟุตบอลโลก 2026
  • 07/06/2026 บราซิล 2-1 อียิปต์ กระชับมิตร

บราซิลไม่แพ้เลยตลอด 5 นัดหลังสุด และชนะได้ถึง 4 เกม จุดที่น่าสนใจคือทีมยิงได้ทุกนัด รวม 11 ประตู และเสียเพียง 3 ประตูเท่านั้น เกมรุกมีความต่อเนื่องจากหลายพื้นที่ ไม่ได้พึ่งแค่ผู้เล่นคนเดียว ขณะที่เกมรับมีคลีนชีต 2 นัดในช่วงรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้ภาพรวมก่อนเจอนอร์เวย์ยังอยู่ในระดับมั่นคง แม้ต้องปรับทีมจากปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ

นอร์เวย์

  • ชนะ : 3
  • เสมอ : 1
  • แพ้ : 1
  • ยิงได้ : 11
  • เสีย : 9

ผลงานล่าสุด 5 นัด

  • 01/07/2026 ไอวอรีโคสต์ 1-2 นอร์เวย์ ฟุตบอลโลก 2026
  • 27/06/2026 นอร์เวย์ 1-4 ฝรั่งเศส ฟุตบอลโลก 2026
  • 23/06/2026 นอร์เวย์ 3-2 เซเนกัล ฟุตบอลโลก 2026
  • 17/06/2026 อิรัก 1-4 นอร์เวย์ ฟุตบอลโลก 2026
  • 08/06/2026 โมร็อกโก 1-1 นอร์เวย์ กระชับมิตร

นอร์เวย์มีตัวเลขเกมรุกที่ดีมาก ยิงได้ 11 ประตูจาก 5 นัดหลังสุด และยิงได้ทุกเกม แสดงให้เห็นว่าทีมมีคุณภาพในพื้นที่สุดท้าย โดยเฉพาะเมื่อมี Haaland เป็นตัวจบสกอร์หลักและ Odegaard เป็นคนกำหนดจังหวะเกม อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือเกมรับเสียถึง 9 ประตูในช่วงเดียวกัน และยังไม่มีคลีนชีตเลย ทำให้การเจอบราซิลที่มีความเร็วริมเส้นสูงเป็นโจทย์ที่หนักกว่าหลายเกมที่ผ่านมา

สถิติการพบกัน H2H

ผลการพบกันล่าสุด 5 นัด

  • 17/08/2006 นอร์เวย์ 1-1 บราซิล กระชับมิตร
  • 24/06/1998 บราซิล 1-2 นอร์เวย์ ฟุตบอลโลก

จากข้อมูลที่มี ทั้งสองทีมพบกันในรายการที่ตรวจพบเพียง 2 นัดล่าสุด และบราซิลยังไม่ชนะนอร์เวย์ในสองเกมดังกล่าว โดยเสมอ 1 และแพ้ 1 รวมถึงเคยแพ้นอร์เวย์ในฟุตบอลโลก 1998 อย่างไรก็ตาม น้ำหนักของ H2H ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็นข้อมูลเก่ามากและสภาพทีมเปลี่ยนไปเกือบทั้งหมด แต่ยังมีคุณค่าด้านบริบทก่อนเกม โดยเฉพาะในมุมของแรงกดดันทางจิตวิทยาที่บราซิลต้องการลบภาพจำเดิมให้ได้

ความพร้อม บราซิล

ข่าวทีม

  • ตัวเจ็บ : Lucas Paqueta, Raphinha, Wesley Franca
  • ตัวแบน : ไม่มีข้อมูล
  • ผู้เล่นเช็กฟิต : ไม่มีข้อมูล
  • ข่าวสำคัญ : บราซิลไม่มี Lucas Paqueta จากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ, Raphinha มีปัญหาแฮมสตริง และ Wesley Franca บาดเจ็บกล้ามเนื้อ

การไม่มี Lucas Paqueta ส่งผลโดยตรงต่อมิติการเชื่อมเกมระหว่างแดนกลางกับแนวรุก เพราะเขาเป็นผู้เล่นที่ช่วยเพิ่มจังหวะจ่ายบอลระหว่างไลน์และเติมเข้าไปในพื้นที่สุดท้าย ส่วนการขาด Raphinha ทำให้ตัวเลือกริมเส้นลดลง บราซิลจึงมีแนวโน้มต้องฝากความหลากหลายในเกมรุกไว้กับ Vinicius Junior, Gabriel Martinelli, Rayan และ Matheus Cunha มากขึ้น โดยมี Bruno Guimaraes กับ Casemiro เป็นฐานสำคัญในแดนกลาง

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

GK : 1 Alisson

DEF :

  • 13 Danilo
  • 4 Marquinhos
  • 3 Gabriel
  • 16 Douglas Santos

MID :

  • 8 Bruno Guimaraes
  • 5 Casemiro
  • 26 Rayan

ATT :

  • 22 Gabriel Martinelli
  • 7 Vinicius Junior
  • 9 Matheus Cunha

นักเตะที่น่าจับตา

  • Vinicius Junior
  • Matheus Cunha
  • Bruno Guimaraes

จุดแข็ง

  • เกมรุกมีความเร็วสูง โดยเฉพาะพื้นที่ด้านซ้ายจาก Vinicius Junior และ Gabriel Martinelli
  • มีผู้เล่นเกมรับประสบการณ์สูงอย่าง Marquinhos, Gabriel และ Alisson
  • ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดไม่แพ้ใคร และเสียเพียง 3 ประตู
  • แดนกลางมี Casemiro ช่วยคุมจังหวะเกมรับและ Bruno Guimaraes ช่วยพาบอลขึ้นหน้า
  • มีคุณภาพเฉพาะตัวสูงในพื้นที่สุดท้าย สามารถเปลี่ยนเกมได้จากจังหวะไม่กี่ครั้ง

จุดอ่อน

  • ขาด Lucas Paqueta ทำให้การเชื่อมเกมรุกจากแดนกลางลดมิติลง
  • ขาด Raphinha ทำให้ตัวเลือกริมเส้นและการเล่นฝั่งขวาลดลง
  • หากเจอเกมสวนกลับเร็ว ต้องระวังพื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็ก
  • H2H กับนอร์เวย์ไม่ดี และอาจเพิ่มแรงกดดันเชิงจิตวิทยา
  • หากเกมยืดเยื้อ อาจต้องบริหารตัวรุกที่เหลือให้เหมาะสม เพราะตัวเลือกบางตำแหน่งจำกัดลงจากอาการบาดเจ็บ

ความพร้อม นอร์เวย์

ข่าวทีม

  • ตัวเจ็บ : ไม่มีข้อมูล
  • ตัวแบน : ไม่มีข้อมูล
  • ผู้เล่นเช็กฟิต : Julian Ryerson
  • ข่าวสำคัญ : Julian Ryerson มีอาการบาดเจ็บต้นขาและอยู่ในสถานะ Questionable

นอร์เวย์มีปัญหาหลักอยู่ที่ตำแหน่งแบ็กขวา เพราะ Julian Ryerson ยังต้องเช็กฟิตจากอาการบาดเจ็บต้นขา ทำให้ Marcus Pedersen มีแนวโน้มออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ซึ่งตำแหน่งนี้จะถูกทดสอบอย่างหนักจากความเร็วของ Vinicius Junior และการเคลื่อนที่ของ Martinelli ในฝั่งซ้ายของบราซิล ส่วนโครงสร้างหลักในแนวรุกยังอยู่ครบ โดยมี Odegaard เป็นตัวสร้างเกม และ Haaland เป็นเป้าหมายหลักในกรอบเขตโทษ

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

GK : 1 Orjan Nyland

DEF :

  • 16 Marcus Pedersen
  • 3 Kristoffer Ajer
  • 17 Torbjorn Heggem
  • 5 David Moller Wolfe

MID :

  • 10 Martin Odegaard
  • 8 Sander Berge
  • 6 Patrick Berg

ATT :

  • 7 Alexander Sorloth
  • 9 Erling Haaland
  • 20 Antonio Nusa

นักเตะที่น่าจับตา

  • Erling Haaland
  • Martin Odegaard
  • Antonio Nusa

จุดแข็ง

  • มี Haaland เป็นกองหน้าตัวจบสกอร์ที่สร้างความกดดันให้แนวรับได้ตลอดเวลา
  • Odegaard ช่วยเพิ่มคุณภาพการจ่ายบอลและคุมจังหวะเกมรุก
  • ยิงได้ทุกนัดใน 5 เกมล่าสุด
  • มี Sorloth ช่วยเพิ่มมิติด้านร่างกายและลูกกลางอากาศ
  • เกมสวนกลับมีความเร็วจาก Nusa และการจ่ายบอลทะลุช่องของ Odegaard

จุดอ่อน

  • เสียประตูทุกนัดใน 5 เกมหลังสุด
  • เกมแพ้ฝรั่งเศส 1-4 แสดงให้เห็นปัญหาเมื่อเจอแนวรุกระดับสูง
  • ตำแหน่งแบ็กขวาอาจมีปัญหาหาก Ryerson ฟิตไม่ทัน
  • ถ้าถูกตัดการเชื่อมบอลถึง Haaland เกมรุกอาจลดอันตรายลงมาก
  • แนวรับต้องรับมือการดวล 1 ต่อ 1 กับ Vinicius Junior และ Martinelli ซึ่งเป็นภาระหนักตลอดทั้งเกม

จุดชี้ขาดของเกม

  1. การรับมือ Vinicius Junior ทางฝั่งซ้ายของบราซิล
    นอร์เวย์ต้องไม่ปล่อยให้ Vinicius Junior ได้ดวลตัวต่อตัวบ่อยเกินไป เพราะหากบราซิลเจาะฝั่งนี้ได้ต่อเนื่อง เกมรับของนอร์เวย์จะถูกดึงให้เสียรูปทรง และเปิดพื้นที่ให้ Cunha หรือ Martinelli เข้าทำในกรอบเขตโทษ
  2. คุณภาพบอลสุดท้ายของ Martin Odegaard
    นอร์เวย์จะมีโอกาสสร้างปัญหาให้บราซิลมากขึ้น หาก Odegaard ได้เวลาและพื้นที่ในการจ่ายบอลเข้าหา Haaland หรือเปลี่ยนแกนไปยัง Sorloth กับ Nusa บราซิลจึงต้องกดดันเขาตั้งแต่จังหวะแรก ไม่ปล่อยให้หันหน้าเล่นง่าย
  3. สมดุลแดนกลางของบราซิลหลังไม่มี Lucas Paqueta
    เมื่อ Paqueta ไม่พร้อม บราซิลต้องให้ Bruno Guimaraes รับบทบาทหนักขึ้นในการพาบอลขึ้นหน้าและเชื่อมเกมรุก ถ้านอร์เวย์กดดันแดนกลางได้ดี บราซิลอาจต้องพึ่งเกมริมเส้นมากเกินไป
  4. ประสิทธิภาพเกมรับนอร์เวย์ในช่วงเปลี่ยนจังหวะ
    นอร์เวย์ยิงได้เยอะ แต่เสียประตูต่อเนื่อง หากเสียบอลในแดนกลางแล้วโดนบราซิลเปลี่ยนจังหวะเร็ว พื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กและช่องระหว่างเซ็นเตอร์อาจกลายเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ

วิเคราะห์รูปเกม

บราซิลน่าจะวางระบบใกล้เคียง 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 โดยมี Casemiro กับ Bruno Guimaraes เป็นฐานแดนกลาง และใช้ Rayan, Martinelli, Vinicius Junior สนับสนุน Cunha ในแดนหน้า วิธีขึ้นเกมน่าจะเริ่มจากการตั้งบอลกับคู่เซ็นเตอร์และขยับบอลออกซ้ายเพื่อใช้ความเร็วของ Vinicius Junior เป็นอาวุธหลัก เกมรับของบราซิลต้องระวังการยืนตำแหน่งระหว่าง Marquinhos กับ Gabriel เพราะ Haaland เป็นกองหน้าที่จบสกอร์ในกรอบเขตโทษได้เฉียบขาดมาก

นอร์เวย์มีแนวโน้มใช้ 4-3-3 โดยมี Odegaard เป็นตัวคุมจังหวะด้านขวาหรือพื้นที่ half-space ขณะที่ Berge และ Berg จะช่วยรักษาสมดุลแดนกลาง เกมรุกของนอร์เวย์คงเน้นการส่งบอลให้ Haaland ในพื้นที่ที่ได้เปรียบ รวมถึงการใช้ Sorloth เพิ่มน้ำหนักในลูกกลางอากาศและการชนกับแนวรับบราซิล ส่วน Nusa มีบทบาทสำคัญในการพาบอลสวนกลับ หากนอร์เวย์ตั้งรับต่ำเกินไปโดยไม่มีจังหวะสวนที่มีคุณภาพ ทีมอาจถูกบราซิลกดดันต่อเนื่องจนเสียพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษ

พื้นที่ตัดสินเกมอยู่ที่ริมเส้นฝั่งซ้ายของบราซิลและแดนกลางหน้ากรอบของนอร์เวย์ หาก Vinicius Junior และ Martinelli ทำให้ Pedersen ต้องถอยลึกตลอดเวลา นอร์เวย์จะเสียสมดุลในการขึ้นเกมจากด้านขวา แต่หาก Odegaard สามารถหนีการกดดันของ Casemiro หรือ Bruno Guimaraes ได้ นอร์เวย์จะมีโอกาสเปิดบอลคุณภาพให้ Haaland เล่นงานแนวรับบราซิล เกมนี้จึงไม่ใช่แค่การวัดกันของชื่อชั้นแนวรุก แต่เป็นการวัดว่าทีมใดจะควบคุมพื้นที่สำคัญได้ดีกว่ากัน

คาดการณ์ผลการแข่งขัน

ความน่าจะเป็น

  • บราซิล ชนะ : 54%
  • เสมอ : 26%
  • นอร์เวย์ ชนะ : 21%

สกอร์ที่คาด

  • บราซิล 2-1 นอร์เวย์
  • บราซิล 1-1 นอร์เวย์
  • บราซิล 3-2 นอร์เวย์

บราซิลมีภาพรวมที่สมดุลกว่า ทั้งฟอร์มล่าสุด เกมรับ และคุณภาพเฉพาะตัวในแนวรุก แต่การขาด Paqueta กับ Raphinha ทำให้ทีมไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด ขณะที่นอร์เวย์มีจุดขายชัดเจนจาก Haaland และ Odegaard ซึ่งสามารถเปลี่ยนเกมได้จากจังหวะไม่กี่ครั้ง อย่างไรก็ตาม ปัญหาเกมรับที่เสียประตูทุกนัดใน 5 เกมหลังสุด ทำให้นอร์เวย์มีความเสี่ยงสูงเมื่อต้องเจอกับแนวรุกที่เคลื่อนที่เร็วและกดดันหลายพื้นที่ของบราซิล

บทสรุป

บราซิลเข้าสู่เกมนี้ด้วยฟอร์มที่มั่นคงกว่า ชนะ 4 จาก 5 นัดหลังสุด ยิงได้ 11 ประตู และเสียเพียง 3 ประตู แม้จะมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บอย่าง Lucas Paqueta, Raphinha และ Wesley Franca แต่แกนหลักในเกมรับและเกมรุกยังอยู่ในระดับที่แข่งขันรอบน็อกเอาต์ได้ดี ฝั่งนอร์เวย์มีเกมรุกที่น่ากลัวไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ Haaland, Odegaard, Sorloth และ Nusa แต่การเสียประตูทุกนัดในช่วงหลังทำให้แนวรับเป็นคำถามใหญ่ก่อนเจอทีมระดับบราซิล

ปัจจัยตัดสินเกมน่าจะอยู่ที่การควบคุมริมเส้นของบราซิล การปิดพื้นที่ของ Odegaard และการรับมือ Haaland ในกรอบเขตโทษ หากบราซิลใช้ความเร็วของ Vinicius Junior กับ Martinelli เจาะด้านข้างได้ต่อเนื่อง โอกาสเข้ารอบจะอยู่ในมือมากขึ้น แต่ถ้านอร์เวย์ยืนรับอย่างมีวินัยและส่งบอลถึง Haaland ได้ในจังหวะเหมาะสม เกมนี้มีโอกาสยืดเยื้อและสร้างความลำบากให้บราซิลไม่น้อย