
ลิเวอร์พูลรอดพ้นจากความพ่ายแพ้แบบหวุดหวิด หลังได้ประตูจากจุดโทษของ Dominik Szoboszlai ในนาที 90+9 ไล่ตีเสมอ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 ในเกมนัดเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2026/27 ที่สนาม St James’ Park หลังเจ้าบ้านออกนำตั้งแต่นาทีที่ 5 และกลับมาขึ้นนำอีกครั้งในครึ่งหลัง ก่อนถูกตามตีเสมอจากแทบจะเป็นจังหวะสุดท้ายของเกม
ผลการแข่งขัน
นิวคาสเซิล 2-2 ลิเวอร์พูล
พรีเมียร์ลีก 2026/27 นัดที่ 1
สนาม: St James’ Park
วันแข่งขัน: 23 สิงหาคม 2026
ผู้ทำประตู
- 1-0 Anthony Elanga 5′
- 1-1 Cody Gakpo 55′
- 2-1 Joe Willock 57′
- 2-2 Dominik Szoboszlai 90+9′ (จุดโทษ)
ครึ่งแรก นิวคาสเซิลออกนำเร็ว ลิเวอร์พูลพยายามเร่งเกมตาม
เกมเริ่มต้นด้วยลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายเขี่ยบอล ก่อนที่นิวคาสเซิล ยูไนเต็ดจะสร้างความได้เปรียบอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 5 เมื่อ William Osula แทงทะลุแนวรับให้ Anthony Elanga หลุดเข้าไปถึงหน้าประตู ก่อนจบสกอร์ด้วยการยิงระยะใกล้ผ่าน Alisson เข้าไป ส่งเจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0
หลังเสียประตู ลิเวอร์พูลเริ่มครองบอลและพยายามกดเกมกลับ โดยช่วง 15 นาทีแรกมีสัดส่วนการครองบอลสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนการครองเกมให้เป็นประตูได้
โอกาสสำคัญเกิดขึ้นในนาทีที่ 18 เมื่อ Florian Wirtz เก็บบอลจังหวะสองในกรอบเขตโทษ ก่อนยิงไปทางมุมล่าง แต่ Lukas Hornicek ปฏิกิริยาเร็วและปัดออกไปได้
เกมเริ่มมีการปะทะมากขึ้นตั้งแต่กลางครึ่งแรก Yoane Wissa รับใบเหลืองในนาที 25 ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะโดนสองใบติดในนาที 30 จาก Milos Kerkez และ Jeremie Frimpong ขณะที่ Lewis Miley ของเจ้าบ้านถูกจดชื่อเพิ่มในนาที 34
ลิเวอร์พูลยังเป็นฝ่ายพยายามเดินเกมบุก โดย Dominik Szoboszlai มีทั้งลูกฟรีคิกและลูกเตะมุมหลายครั้ง แต่แนวรับนิวคาสเซิลยังรับมือได้ทั้งหมด ส่วนเจ้าบ้านเกือบสร้างโอกาสเพิ่มในนาที 44 เมื่อ Wissa ได้บอลบริเวณขอบกรอบเขตโทษ แต่เสียหลักในจังหวะยิงและส่งบอลออกไป
จบครึ่งแรก นิวคาสเซิลนำลิเวอร์พูล 1-0
ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลตีเสมอ ก่อนวิลล็อกยิงให้นิวคาสเซิลนำอีกครั้ง
ลิเวอร์พูลกลับลงมาเล่นครึ่งหลังด้วยความพยายามเร่งจังหวะเกมรุก และหลังจาก Cody Gakpo ยิงข้ามคานไปในนาที 53 เขาก็แก้ตัวได้สำเร็จเพียงสองนาทีต่อมา
นาที 55 Ryan Gravenberch ส่งบอลให้ Gakpo บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนแนวรุกชาวดัตช์ยิงเรียดผ่าน Hornicek เข้าไปทางมุมล่าง ส่งลิเวอร์พูลตามตีเสมอ 1-1
อย่างไรก็ตาม สกอร์เสมออยู่ได้เพียงสองนาที นิวคาสเซิลก็ตอบโต้กลับทันที
นาที 57 Yoane Wissa จ่ายบอลเปิดพื้นที่ให้ Joe Willock ซึ่งเพิ่งถูกส่งลงสนาม วิ่งเข้ามายิงจากบริเวณขอบกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเรียดชนเสาด้านขวาเข้าประตู กลายเป็นประตูให้เจ้าบ้านกลับขึ้นนำ 2-1
จังหวะดังกล่าวสะท้อน ปัญหาการจัดการพื้นที่หลังแนวรับและเกมสวนกลับของนิวคาสเซิล ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกจับตาตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน เมื่อเจ้าบ้านสามารถเปลี่ยนจังหวะได้บอลให้กลายเป็นโอกาสจบสกอร์ได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นลิเวอร์พูลปรับทีมต่อเนื่อง ส่ง Alexis Mac Allister และ Victor Munoz ลงมาในนาที 63 ก่อนตามด้วย Ronald Araujo ในนาที 70 และ Lewis Koumas ในนาที 78 เพื่อเพิ่มทางเลือกในช่วงท้ายเกม
เจ้าบ้านเองพยายามรักษาความได้เปรียบและใช้จังหวะสวนกลับ โดย Wissa มีโอกาสสำคัญในนาที 86 จากการพาบอลขึ้นมาเองก่อนยิงไปทางซ้าย แต่ Alisson เซฟเอาไว้ได้
ก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งนาที ลิเวอร์พูลก็เกือบตีเสมอ เมื่อ Alexander Isak ขึ้นโหม่งจากบริเวณใกล้จุดโทษ บอลกำลังมุ่งไปทางมุมบน แต่ Hornicek ยังปัดออกได้
จุดโทษท้ายเกม ซโบซไลช่วยลิเวอร์พูลรอดพ้นความพ่ายแพ้
เกมเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บโดยนิวคาสเซิลยังนำ 2-1 และสถานการณ์ดูเหมือนกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบ้าน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในนาที 90+6 เมื่อ Victor Munoz ถูก Lewis Hall เข้าปะทะภายในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสิน Stuart Attwell ชี้เป็นจุดโทษให้ลิเวอร์พูล
Dominik Szoboszlai รับหน้าที่สังหาร ก่อนยิงบอลเข้าไปทางมุมบนซ้ายในนาที 90+9 แม้ Hornicek จะพยายามพุ่งปัดเต็มที่แต่ไม่สามารถหยุดได้ ส่งลิเวอร์พูลไล่ตีเสมอ 2-2
ประตูดังกล่าวเกิดขึ้นแทบจะเป็นจังหวะสุดท้ายของการแข่งขัน ก่อนผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกม ทำให้ทั้งสองทีมแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนนจากเกมแรกของพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026/27
นักเตะทำประตู
นิวคาสเซิล
- Anthony Elanga 5′
- Joe Willock 57′
ลิเวอร์พูล
- Cody Gakpo 55′
- Dominik Szoboszlai 90+9′ (จุดโทษ)
นักเตะที่ได้รับใบเหลือง
นิวคาสเซิล
- Yoane Wissa 25′
- Lewis Miley 34′
- Jacob Ramsey 64′
- Jacob Murphy 79′
- Lukas Hornicek 90+3′
ลิเวอร์พูล
- Milos Kerkez 30′
- Jeremie Frimpong 30′
- Virgil van Dijk 90′
More Stories
วิเคราะห์ก่อนเกม นิวคาสเซิล พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก 2026/27
สเปนเฉือนอาร์เจนตินา 1-0 ต่อเวลาพิเศษ คว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2026 สมัยที่สอง
อังกฤษคว้าอันดับสาม ฟุตบอลโลก 2026 หลังเฉือนฝรั่งเศสสุดเดือด 6-4