18/07/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

เปิดทำเนียบแข้งยอดเยี่ยมลีกเอิง ฝรั่งเศส จากตำนานยุคซีดานสู่ยุคทองของเอ็มปัปเป้

เปิดทำเนียบแข้งยอดเยี่ยมลีกเอิง ฝรั่งเศส จากตำนานยุคซีดานสู่ยุคทองของเอ็มปัปเป้

เปิดทำเนียบแข้งยอดเยี่ยมลีกเอิง ฝรั่งเศส จากตำนานยุคเก่าสู่ยุคทอง

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกเอิง ฝรั่งเศส หรือ UNFP Ligue 1 Player of the Year คือหนึ่งในเครื่องยืนยันความยิ่งใหญ่ของนักฟุตบอลระดับโลกที่สร้างอิทธิพลให้กับวงการลูกหนังแดนน้ำหอม รางวัลนี้ไม่ใช่เพียงการวัดจำนวนประตูหรือแอสซิสต์ แต่คือภาพสะท้อนของนักเตะที่ทรงพลังที่สุดในแต่ละยุค ทั้งในแง่ผลงาน ความสม่ำเสมอ และบทบาทต่อความสำเร็จของสโมสร ตั้งแต่ยุคของดาวดังอย่าง เดวิด ชิโนลา, เปาเลต้า, จูนินโญ่, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, เอแดน อาซาร์ ไปจนถึงยุคที่ คีเลียน เอ็มบัปเป้ เข้ามาครองเวทีฟุตบอลฝรั่งเศสแบบเบ็ดเสร็จ พร้อมสร้างสถิติใหม่ให้กับลีกเอิงอย่างต่อเนื่อง รางวัลนี้ยังกลายเป็นอีกหนึ่งดัชนีสำคัญที่สะท้อนว่า ลีกเอิง ไม่ได้เป็นเพียงลีกปั้นดาวรุ่ง แต่กำลังกลายเป็นเวทีรวมแข้งระดับเวิลด์คลาสที่ทั่วโลกจับตามองมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในยุคที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กลายเป็นศูนย์กลางของฟุตบอลยุโรป และดึงซูเปอร์สตาร์เข้ามาสร้างแรงกระเพื่อมระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ความเข้มข้นของลีกฝรั่งเศสในยุคใหม่ จึงทำให้รางวัล UNFP ถูกพูดถึงมากกว่าเดิม ทั้งในแง่คุณค่าทางฟุตบอลและภาพลักษณ์ระดับนานาชาติของลีกเอิงเอง

หากพูดถึงความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลฝรั่งเศสในยุคปัจจุบัน หนึ่งในเรื่องที่แฟนบอลทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุด คือการไล่ล่ารางวัลส่วนตัวของบรรดาซูเปอร์สตาร์แห่งลีกเอิง โดยเฉพาะช่วงหลายปีหลังที่รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม UNFP ถูกยกระดับจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการครองอำนาจในฟุตบอลฝรั่งเศสอย่างแท้จริง และเมื่อแฟนบอลเริ่มหันมาสนใจประวัติศาสตร์ของลีกนี้มากขึ้น เรื่องราวของผู้ชนะในแต่ละยุคก็ยิ่งถูกหยิบมาพูดถึงอีกครั้ง ทั้งการผงาดของ เอแดน อาซาร์ กับลีลล์ การครองยุคของซลาตันในสีเสื้อเปแอสเช ไปจนถึงการสร้างประวัติศาสตร์ 5 สมัยติดต่อกันของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของตำนานลีกเอิงไปเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกัน กระแสความนิยมของฟุตบอลฝรั่งเศสที่เติบโตขึ้นทั่วโลก ก็สอดคล้องกับการเติบโตของคอนเทนต์ฟุตบอลเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นสถิติ แท็คติก หรือการวิเคราะห์ผลงานรายบุคคล ซึ่งเชื่อมโยงกับบทความแนวข้อมูลฟุตบอลอย่าง ลีก ฝรั่งเศส ลีกฟุตบอลระดับสูงที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ที่กำลังได้รับความสนใจจากแฟนบอลสายติดตามลีกยุโรป เพราะนอกจากจะพาไปรู้จักโครงสร้างลีกและสโมสรดังแล้ว ยังช่วยให้เห็นว่าทำไมลีกเอิงถึงกลายเป็นเวทีแจ้งเกิดของนักเตะระดับโลกจำนวนมากในยุคฟุตบอลสมัยใหม่อีกด้วย

รางวัล UNFP Ligue 1 Player of the Year คืออะไร

รางวัล UNFP Ligue 1 Player of the Year คือรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของลีกเอิง ฝรั่งเศส ซึ่งจัดมอบโดยสหภาพนักฟุตบอลอาชีพฝรั่งเศส หรือ Union Nationale des Footballeurs Professionnels (UNFP) โดยเริ่มมอบครั้งแรกตั้งแต่ฤดูกาล 1993/94 และกลายเป็นหนึ่งในรางวัลส่วนบุคคลที่ทรงเกียรติที่สุดของวงการฟุตบอลฝรั่งเศสจุดเด่นของรางวัลนี้คือการเปิดให้ผู้เล่นและบุคลากรในวงการฟุตบอลร่วมโหวต ทำให้รางวัลดังกล่าวได้รับการยอมรับในฐานะ “เสียงจากคนในวงการเดียวกัน” มากกว่ารางวัลที่อิงเฉพาะตัวเลขสถิติเท่านั้น นั่นทำให้ผู้ชนะในแต่ละปีมักเป็นนักเตะที่มีอิทธิพลต่อเกมการแข่งขันอย่างแท้จริงจากอดีตจนถึงปัจจุบัน รางวัลนี้ถูกใช้เป็นตัวชี้วัดความยิ่งใหญ่ของนักเตะในลีกฝรั่งเศส หลายคนที่เคยคว้ารางวัลนี้ต่างก้าวขึ้นเป็นแข้งระดับโลกในเวลาต่อมา ไม่ว่าจะเป็น เธียร์รี อองรี, เอแดน อาซาร์, คาริม เบนเซม่า, เอ็มบัปเป้ หรือแม้แต่ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

จุดเริ่มต้นของรางวัล และยุคทองของลีกเอิง

ในช่วงยุค 90 ลีกเอิงอาจยังไม่ได้ถูกมองว่าเป็นลีกมหาอำนาจของยุโรปเหมือนพรีเมียร์ลีกหรือกัลโช่ เซเรีย อา แต่ฟุตบอลฝรั่งเศสเต็มไปด้วยนักเตะพรสวรรค์จำนวนมาก และรางวัล UNFP ก็เริ่มมีบทบาทในการสร้างภาพจำให้กับลีกเดวิด ชิโนลา กลายเป็นผู้ชนะคนแรกในประวัติศาสตร์ ก่อนที่ยุคต่อมาจะมีชื่อของยอดแข้งอย่าง ซินาดีน ซีดาน, เปโดร เปาเลต้า และจูนินโญ่ แปร์นัมบูกาโน่ เข้ามาสร้างสีสันให้กับลีกฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในยุคของ โอลิมปิก ลียง ช่วงปี 2000–2008 ที่ทีมครองแชมป์ลีก 7 สมัยติดต่อกัน ลีกเอิงเริ่มถูกจับตามองมากขึ้นในระดับยุโรป และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมก็กลายเป็นเวทีของแข้งระดับเทคนิคสูงที่เล่นฟุตบอลสวยงามตามสไตล์ฝรั่งเศส

เอแดน อาซาร์ กับการแจ้งเกิดระดับโลก

หนึ่งในช่วงเวลาที่แฟนบอลลีกเอิงยังพูดถึงเสมอ คือยุคของ เอแดน อาซาร์ กับลีลล์ ดาวเตะชาวเบลเยียมคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม 2 ปีติดต่อกันในปี 2011 และ 2012 พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ลีกแบบหักปากกาเซียน

สิ่งที่ทำให้อาซาร์แตกต่าง คือความสามารถในการเปลี่ยนเกมได้ด้วยตัวคนเดียว ทั้งการเลี้ยงบอล ความเร็ว และความสร้างสรรค์ในพื้นที่สุดท้าย เขาคือภาพสะท้อนของลีกเอิงยุคที่เริ่มกลายเป็นแหล่งรวมดาวรุ่งคุณภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปหลังจากนั้นไม่นาน อาซาร์ย้ายไปเชลซีและก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์พรีเมียร์ลีก ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่า ลีกฝรั่งเศสคือเวทีสร้างนักเตะระดับโลกอย่างแท้จริง

ยุคของซลาตัน อิบราฮิโมวิช และการเปลี่ยนแปลงของ PSG

เมื่อกลุ่มทุนกาตาร์เข้ามาเทคโอเวอร์ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทุกอย่างในลีกเอิงก็เริ่มเปลี่ยนไป ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคใหม่ และคว้ารางวัล UNFP ถึง 3 สมัยในปี 2013, 2014 และ 2016กองหน้าชาวสวีเดนไม่ได้เปลี่ยนแค่ผลงานในสนาม แต่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของลีกเอิงทั้งระบบ เขาคือแม่เหล็กที่ทำให้แฟนบอลทั่วโลกเริ่มหันมาดูฟุตบอลฝรั่งเศสมากขึ้น

ความมั่นใจ คาแรกเตอร์ และจำนวนประตูมหาศาลของซลาตัน ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะต่างชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ลีกเอิง และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ PSG กลายเป็นมหาอำนาจลูกหนังฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

คีเลียน เอ็มบัปเป้ กับการสร้างประวัติศาสตร์ 5 สมัย

หากพูดถึงผู้เล่นที่นิยามยุคใหม่ของลีกเอิง ชื่อของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ คือคำตอบแบบไม่ต้องสงสัย ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสสร้างสถิติเป็นนักเตะคนแรกที่คว้ารางวัล UNFP Ligue 1 Player of the Year ถึง 5 สมัยติดต่อกัน ระหว่างปี 2019–2024

ความพิเศษของเอ็มบัปเป้ ไม่ใช่แค่จำนวนประตู แต่คือความสามารถในการแบกทีมและสร้างอิทธิพลต่อเกมระดับสูง เขากลายเป็นหน้าใหม่ของฟุตบอลฝรั่งเศสหลังยุคเมสซี-โรนัลโด และเป็นศูนย์กลางของโปรเจกต์ PSG ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแม้ปี 2020 จะไม่มีการมอบรางวัลจากสถานการณ์โควิด-19 แต่เอ็มบัปเป้ก็ยังกลับมาครองเวทีต่อเนื่องแบบไร้คู่แข่ง เขาไม่เพียงเป็นดาวยิงสูงสุด แต่ยังเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ช่วยยกระดับลีกเอิงให้ได้รับความนิยมมหาศาลในยุคโซเชียลมีเดีย

อุสมาน เดมเบเล่ ผู้สืบทอดบัลลังก์คนใหม่

หลังเอ็มบัปเป้อำลา PSG และย้ายไปสเปน วงการฟุตบอลฝรั่งเศสก็เริ่มเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน และชื่อของ อุสมาน เดมเบเล่ กลายเป็นคนที่ก้าวขึ้นมารับไม้ต่ออย่างสมบูรณ์แบบเดมเบเล่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมลีกเอิงฤดูกาล 2024/25 จากผลงานระดับสุดยอดกับ PSG ก่อนจะคว้ารางวัลอีกครั้งในฤดูกาล 2025/26 กลายเป็นผู้เล่นที่ครองวงการฟุตบอลฝรั่งเศสต่อจากเอ็มบัปเป้อย่างแท้จริง

ฤดูกาลล่าสุด เดมเบเล่มีบทบาทสำคัญกับความสำเร็จของเปแอสเชทั้งในประเทศและยุโรป จนต่อยอดไปถึงการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ FIFA ในปี 2025 อีกด้วยนี่จึงไม่ใช่แค่รางวัลส่วนตัว แต่คือการประกาศว่า ลีกเอิงยังคงมีซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอยู่เสมอ แม้เอ็มบัปเป้จะย้ายออกไปแล้วก็ตาม

ทำเนียบผู้ชนะรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมลีกเอิงยุคใหม่

  • 2011 – เอแดน อาซาร์ (ลีลล์)ฤดูกาลแห่งการแจ้งเกิดเต็มตัว พาลีลล์คว้าแชมป์แบบเหนือความคาดหมาย
  • 2012 – เอแดน อาซาร์ (ลีลล์)ตอกย้ำสถานะซูเปอร์สตาร์ ก่อนย้ายสู่พรีเมียร์ลีก
  • 2013 – ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (PSG)เริ่มต้นยุคทองของเปแอสเช
  • 2014 – ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (PSG)ครองลีกด้วยจำนวนประตูมหาศาล
  • 2015 – อเล็กซองดร์ ลากาแซ็ตต์ (ลียง)กองหน้าที่พาลียงกลับมาท้าชิงความสำเร็จ
  • 2016 – ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (PSG)ปิดฉากยุคซลาตันอย่างสมบูรณ์แบบ
  • 2017 – เอดินสัน คาวานี (PSG)ระเบิดฟอร์มหลังยุคซลาตัน
  • 2018 – เนย์มาร์ (PSG)สร้างอิทธิพลระดับโลกให้ลีกเอิง
  • 2019 – คีเลียน เอ็มบัปเป้ (PSG)เริ่มต้นการครองยุคของตัวเอง
  • 2020 – งดมอบรางวัลจากสถานการณ์โควิด-19
  • 2021 – คีเลียน เอ็มบัปเป้ (PSG)
  • 2022 – คีเลียน เอ็มบัปเป้ (PSG)
  • 2023 – คีเลียน เอ็มบัปเป้ (PSG)
  • 2024 – คีเลียน เอ็มบัปเป้ (PSG)
  • 2025 – อุสมาน เดมเบเล่ (PSG)
  • 2026 – อุสมาน เดมเบเล่ (PSG)

ลีกเอิงยังคงเป็นเวทีของซูเปอร์สตาร์

แม้หลายคนยังติดภาพว่า ลีกเอิงคือ “ลีกปั้นดาวรุ่ง” แต่ความจริงในปัจจุบัน ฟุตบอลฝรั่งเศสกำลังมีทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน คือเป็นทั้งเวทีสร้างอนาคต และเวทีรวมแข้งระดับโลกการที่ชื่อของ เอ็มบัปเป้, เนย์มาร์, เมสซี, เดมเบเล่ หรือฮาคิมี ถูกพูดถึงในระดับบัลลงดอร์และ FIFA Awards อย่างต่อเนื่อง คือหลักฐานสำคัญว่าลีกเอิงไม่ได้อยู่ในเงามืดของยุโรปอีกต่อไปยิ่งในยุคที่ PSG ประสบความสำเร็จในเวทียุโรป และหลายสโมสรอย่าง ลีลล์, ล็องส์, ลียง หรือโมนาโก เริ่มกลับมาแข็งแกร่ง การแข่งขันภายในลีกก็ยิ่งเข้มข้นมากขึ้นตามไปด้วย

บทสรุป

จากยุคของ เดวิด ชิโนลา สู่ยุคของ เอ็มบัปเป้ และเดมเบเล่ รางวัล UNFP Ligue 1 Player of the Year ไม่ได้เป็นเพียงรางวัลส่วนตัวธรรมดา แต่คือประวัติศาสตร์ของฟุตบอลฝรั่งเศสที่ถูกบันทึกผ่านนักเตะระดับตำนานในแต่ละยุคทุกชื่อที่เคยคว้ารางวัลนี้ ล้วนเป็นภาพแทนของช่วงเวลาสำคัญในวงการลูกหนังแดนน้ำหอม ตั้งแต่ยุคลีกปั้นดาวรุ่ง ไปจนถึงยุคที่ลีกเอิงกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางฟุตบอลโลกอย่างแท้จริงและเมื่อมองจากแนวโน้มปัจจุบัน ลีกเอิงก็น่าจะยังคงผลิตทั้งซูเปอร์สตาร์และนักเตะอนาคตไกลต่อไปอีกยาวนาน พร้อมสร้างเรื่องราวใหม่ๆ ให้แฟนบอลทั่วโลกได้ติดตามทุกฤดูกาล