
แลมพาร์ดยิ้มทั้งน้ำตา โคเวนทรีบุกเจ๊าแบล็คเบิร์น
ค่ำคืนที่เหมือนธรรมดา แต่กลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์ของ โคเวนทรี ซิตี้ หลังบุกไปเสมอ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-1 ในศึก EFL Championship ล่าสุด ซึ่งผลการแข่งขันนี้ไม่ใช่แค่แบ่งแต้ม แต่คือแต้มทองที่ส่งให้ทีมช้างกระทืบโรง กลับคืนสู่พรีเมียร์ลีกในรอบ 25 ปีอย่างยิ่งใหญ่
ก่อนเกมนี้ถูกมองว่าจะเป็นแมตช์ที่ตึงเครียดและเต็มไปด้วยแรงกดดัน และภาพที่เกิดขึ้นก็ไม่ต่างจากที่หลายฝ่ายคาดไว้ โดยหากย้อนดูมุมมองก่อนแข่งสามารถติดตามได้ที่ วิเคราะห์ก่อนเกม แบล็คเบิร์น พบ โคเวนทรีเมื่อคืนนี้ ซึ่งสะท้อนชัดว่าเป้าหมายของโคเวนทรีคือ “อย่างน้อยต้องมีแต้ม” และสุดท้ายพวกเขาก็ทำได้สำเร็จ แม้ต้องลุ้นจนถึงช่วงท้ายเกม
คำสัมภาษณ์หลังเกมนี่คือหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
หลังจบเกม แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือของโคเวนทรีออกมาเปิดใจแบบเต็มอารมณ์ โดยยอมรับว่าเกมนี้ไม่ง่ายเลย และลูกทีมต้องผ่านแรงกดดันอย่างหนักมันเป็นเกมที่ยากมาก แบล็คเบิร์นสู้เต็มที่ พวกเขาทำให้เราลำบาก แต่ผมภูมิใจในคาแรกเตอร์ของทีม แลมพาร์ดกล่าวหลังเกม
เขายังยอมรับว่านี่คือหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในอาชีพโค้ชของเขา พร้อมชื่นชมลูกทีมที่ไม่ยอมแพ้แม้จะตกเป็นรองก่อนนี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับสโมสรและแฟนบอล เราแสดงให้เห็นถึงความเชื่อและความแข็งแกร่งตลอดทั้งฤดูกาล
รูปเกม 90 นาที โดนนำก่อน แต่หัวใจไม่ยอมแพ้
ในสนาม แบล็คเบิร์นเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 54 จากจังหวะยิงของ เรียวยะ โมริชิตะ ที่บอลแฉลบแนวรับเปลี่ยนทางเข้าประตูสถานการณ์ตอนนั้นทำให้โคเวนทรีตกอยู่ภายใต้แรงกดดันทันที เพราะหากแพ้ พวกเขาจะต้องไปลุ้นผลในเกมถัดไป
แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 เมื่อ บ็อบบี้ โธมัส โขกประตูตีเสมอ 1-1 จากลูกตั้งเตะ กลายเป็นประตูที่มีค่ามากที่สุดของฤดูกาล
จากนั้นโคเวนทรีเน้นการควบคุมเกมและประคองผลการแข่งขันจนจบ 90 นาที พร้อมเสียงเฮลั่นจากแฟนบอลกว่า 7,000 คนที่ตามมาเชียร์ถึงสนาม
ผลกระทบต่ออันดับ จาก ลุ้น สู่การันตี
แต้มเดียวจากเกมนี้ส่งผลโดยตรงต่ออันดับแบบชัดเจน โคเวนทรีขยับเป็น 86 คะแนนจาก 43 นัด และทิ้งห่างอันดับ 3 จนไม่สามารถไล่ทันได้อีกต่อไป การันตีเลื่อนชั้นอัตโนมัติทันที
นี่คือการกลับสู่ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 25 ปีของสโมสร และเป็นบทพิสูจน์ถึงการสร้างทีมระยะยาวที่ประสบความสำเร็จในขณะที่แบล็คเบิร์น แม้จะเก็บ 1 แต้มได้ แต่ยังต้องดิ้นรนหนีโซนตกชั้นต่อไปในช่วงท้ายฤดูกาล
บทสรุป
เกมนี้อาจจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 แต่ในความเป็นจริง โคเวนทรีคือผู้ชนะตัวจริง เพราะแต้มเดียวที่ได้ คือรางวัลของความพยายามทั้งฤดูกาลคำพูดของแลมพาร์ดสะท้อนชัดว่า ทีมนี้ไม่ได้แค่เก่ง แต่แข็งแกร่งทางจิตใจ และรู้วิธีเอาตัวรอดในเกมที่กดดันที่สุดและนี่แหละคือเสน่ห์ของแชมเปี้ยนชิพบางครั้งฟุตบอลไม่ได้ตัดสินกันที่สกอร์ แต่ตัดสินกันที่คุณค่าของแต้ม ที่เปลี่ยนทั้งฤดูกาลได้ในพริบตา
More Stories
เลสเตอร์วิกฤตหนักเกมเยือนพอร์ทสมัธชี้ชะตา อยู่หรือร่วงสู่ลีกวัน
เบติสลุ้นเช็กฟิต เปิดบ้านรับบราก้า เกมเดือดยูโรปาลีกคืนชี้ชะตา
วิลล่าลุ้นหนัก เช็กความพร้อมก่อนดวลโบโลญญ่า เกมชี้ชะตายูโรปาลีกคืนนี้