16/01/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

วิเคราะห์ก่อนเกม ลีดส์ ยูไนเต็ด พบกับ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

วิเคราะห์ก่อนเกม ลีดส์ ยูไนเต็ด พบกับ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

วิเคราะห์ก่อนเกม ลีดส์ ยูไนเต็ด พบกับ ลิเวอร์พูล

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เอกคืนวันเสาร์ที่สนามเอลแลนด์ โรด “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แข่งขันเวลา 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 00.30 น. ของเช้าวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคมตามเวลาไทย ลีดส์ภายใต้การคุมทีมของ ดาเนียล ฟาร์เคอ เพิ่งขยับตัวเองหนีจากโซนตกชั้น แต่ยังอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ส่วนลิเวอร์พูลของ อาร์เน่ สลอต แชมป์เก่าฤดูกาลก่อน ฟอร์มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด และหล่นมาอยู่อันดับ 9 ของตาราง เกมนี้จึงมีความหมายทั้งต่อการหนีตกชั้นของเจ้าถิ่น และการลุ้นทำคะแนนไล่หัวตารางของทีมเยือนอย่างยิ่ง

ฟอร์มทีมล่าสุด

ลีดส์ ยูไนเต็ด

ลีดส์ลงเล่นพรีเมียร์ลีกไป 14 นัด เก็บได้ 14 คะแนน รั้งอันดับ 17 ของตาราง มีสถิติชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 8 ทำได้ 16 ประตู เสีย 26 ประตู ผลต่าง -10 ถือว่าอยู่ในโซนสุ่มเสี่ยงตกชั้นเต็มตัว แม้ผลงานในบ้านจะเก็บแต้มได้มากถึง 11 คะแนนจากทั้งหมด 14 แต้ม แสดงให้เห็นว่า “เอลแลนด์ โรด” ยังเป็นจุดแข็งสำคัญของทีมชุดนี้ ฟอร์ม 6 นัดหลังสุดทุกรายการ ลีดส์เก็บชัยได้เพียงนัดเดียว แพ้ถึง 4 นัด ยิงได้เฉลี่ย 1.50 ประตูต่อนัด แต่เสียประตูมากถึงทุกเกม และมีเกมที่เสียมากกว่า 2 ประตูต่อเนื่องหลายแมตช์ สะท้อนปัญหาใหญ่ในเกมรับที่ ฟาร์เคอ ยังแก้ไม่ตก แม้เกมรุกจะมีจังหวะตอบโต้ที่ดุดันมากขึ้นก็ตาม

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลลงเล่นรวมทุกรายการฤดูกาลนี้ไปแล้ว 27 นัด ชนะ 15 เสมอ 2 แพ้ 10 นัด ยิงได้ถึง 50 ประตู เฉลี่ย 1.85 ประตูต่อนัด แต่ก็เสียถึง 10 นัดในลีกจนหลุดจากกลุ่มหัวตารางมารั้งอันดับ 9 มี 22 คะแนนจาก 14 นัดแรกของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ผลงานถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานเมื่อเทียบกับการเป็นแชมป์เก่าอย่างชัดเจนในลีก 6 นัดหลังสุด “หงส์แดง” ชนะเพียง 2 นัด เสมอ 1 และแพ้ถึง 3 นัด โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ต่อ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบเสียถึง 3 ประตูทั้งสองเกม ตอกย้ำปัญหาเกมรับและความเปราะบางเมื่อต้องเจอเกมเพรสซิ่งบีบพื้นที่สูงจากคู่แข่ง ขณะเดียวกันเกมรุกก็ไม่ได้ดุดันคมกริบเหมือนในช่วงพีกของยุค เจอร์เก้น คล็อปป์

นักเตะเด่นของทั้งสองทีม

ลีดส์ ยูไนเต็ด

  • ลูคัส เนเมช่า (Lukas Nmecha) – ศูนย์หน้าตัวเป้า ทำไป 4 ประตู เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีม มีจุดเด่นเรื่องการหาพื้นที่ในเขตโทษและเล่นลูกกลางอากาศ
  • โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน (Dominic Calvert-Lewin) – กองหน้าระดับพรีเมียร์ลีกที่คุ้นชื่อแฟนบอล ทำไปแล้ว 3 ประตูในฤดูกาลนี้ แข็งแกร่งในจังหวะดวลตัวต่อตัว และเล่นเป็น Target man ได้ดี
  • อันตอน ชตัค (Anton Stach) และ โจ โรดอน (Joe Rodon) – ชตัคช่วยเชื่อมเกมแดนกลางและมีสกอร์จากลูกยิงไกล ส่วนโรดอนเป็นเซนเตอร์แบ็กที่มีอันตรายจากลูกตั้งเตะ ทำไปแล้วคนละ 2 ประตู

ลิเวอร์พูล

  • โคดี้ กัคโป (Cody Gakpo) – ยิงไปแล้ว 11 ประตูในทุกรายการ มีบทบาททั้งในตำแหน่งกองหน้าตัวกลางและตัวรุกริมเส้น จุดเด่นคือการหาพื้นที่ระหว่างไลน์กองหลังกับกองกลาง และการจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ
  • โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) – ทำไป 7 ประตูในซีซันนี้ และมีสถิติสุดโหดเมื่อเจอลีดส์ ยิงในพรีเมียร์ลีกใส่ “ยูงทอง” ถึง 9 ประตูจาก 6 นัดที่ผ่านมา ถล่มตาข่ายได้แทบทุกครั้งที่เจอกัน
  • ฮูโก้ เอคิติเก้ (Hugo Ekitike) – กองหน้าดาวรุ่งที่ยิงไปแล้ว 6 ประตู ช่วยเพิ่มมิติการโจมตีในเขตโทษ
  • โดมินิก โซบอสซ์ไล (Dominik Szoboszlai) และ ไรอัน กราเวนแบร์ค (Ryan Gravenberch) – สองมิดฟิลด์เชิงรุกที่มีทั้งการยิงไกลและการสร้างโอกาส ปล่อยบอลไปยังแนวรุกได้อันตราย

แท็คติกและจุดสำคัญของเกม

ลีดส์ ยูไนเต็ด

ลีดส์ ยูไนเต็ด ภายใต้การทำทีมของ ดาเนียล ฟาร์เคอ คาดว่าจะยึดระบบ 4-2-3-1 เป็นแกนหลัก โดยเน้นการเพรสซิ่งในแดนกลางเพื่อปิดช่องจ่ายของคู่แข่งและเร่งจังหวะให้ลิเวอร์พูลต้องเล่นบอลเร็วผิดธรรมชาติ จุดสำคัญของทีมคือการใช้ความเร็วของตัวริมเส้นและฟูลแบ็กในการขึ้นเกมสวนกลับ ซึ่งเป็นอาวุธที่ทำได้ดีในหลายเกมที่ผ่านมา โดยเฉพาะการโจมตีด้วยบอลยาวออกพื้นที่ว่างหลังแนวรับของคู่แข่งในแดนกลาง อันตอน ชตัค จะทำหน้าที่เชื่อมเกมและตัดจังหวะ ขณะที่การประสานงานกับมิดฟิลด์ตัวรุกต้องมีความแม่นยำมากขึ้น หากต้องรับมือแนวเพรสซิ่งของลิเวอร์พูล ส่วนในเกมรับ โจ โรดอน จะเป็นหัวใจสำคัญในการสกัดบอลกลางอากาศและคุมแนวหลังไม่ให้เสียจังหวะง่ายเหมือนในช่วงที่ผ่านมาลีดส์จะต้องลดความผิดพลาดในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้ทีมเสียประตูมากในหลายเกม หากรับมือแรงกดดันของลิเวอร์พูลในช่วง 20 นาทีแรกได้ อยู่ในโอกาสลุ้นแต้มทันที

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลของ อาร์เน่ สลอต มีแนวโน้มใช้ระบบ 4-3-3 ในการควบคุมจังหวะเกม โดยเน้นการครองบอลในแดนกลางและการเคลื่อนที่ระหว่างไลน์ของผู้เล่นตัวรุก จุดเด่นอยู่ที่ความหลากหลายในการเข้าทำ ทั้งการเจาะริมเส้นและการเล่นบอลทะลุช่องให้กองหน้าอย่าง โคดี้ กัคโป หรือโมฮาเหม็ด ซาลาห์ สอดขึ้นไปทำประตูแดนกลางจะเป็นพื้นที่สำคัญของทีมเยือน โดยโดมินิก โซบอสซ์ไล และไรอัน กราเวนแบร์ค ทำหน้าที่คุมจังหวะและสร้างโอกาส ขณะที่เกมเพรสซิ่งคืออาวุธที่ลิเวอร์พูลยังคงใช้กดดันคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง หากบีบให้ลีดส์เสียบอลสูงได้ จะเป็นโอกาสทองของแนวรุกสามประสานในการจบสกอร์ทันที อย่างไรก็ตาม จุดที่ลิเวอร์พูลต้องระวังคือแนวรับที่เสียประตูค่อนข้างมากในช่วงหลัง โดยเฉพาะจังหวะตอบโต้เร็ว หากฟูลแบ็กเติมเกมสูงแล้วโดนลีดส์ฉีกพื้นที่ด้านข้าง มีโอกาสถูกลงโทษได้ทันที จึงต้องรักษาวินัยเกมรับและลดช่องว่างระหว่างเซนเตอร์แบ็กให้มากที่สุด

ผลการแข่ง 10 นัดล่าสุดที่เคยพบกัน

  1. 17 เม.ย. 2023 – ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-6 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
  2. 29 ต.ค. 2022 – ลิเวอร์พูล 1-2 ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
  3. 23 ก.พ. 2022 – ลิเวอร์พูล 6-0 ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
  4. 12 ก.ย. 2021 – ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-3 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
  5. 19 เม.ย. 2021 – ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
  6. 12 ก.ย. 2020 – ลิเวอร์พูล 4-3 ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
  7. 29 ก.พ. 2004 – ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-2 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
  8. 25 ต.ค. 2003 – ลิเวอร์พูล 3-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
  9. 23 มี.ค. 2003 – ลิเวอร์พูล 3-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
  10. 19 ต.ค. 2002 – ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)

ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุดของทั้งสองทีม

ลีดส์ ยูไนเต็ด

  1. ชนะ เชลซี 3-1 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)
  2. แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-3 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)
  3. แพ้ แอสตัน วิลล่า 1-2 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)
  4. แพ้ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-3 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)
  5. แพ้ ไบรท์ตัน 0-3 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

ลิเวอร์พูล

  1. เสมอ ซันเดอร์แลนด์ 1-1 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)
  2. ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)
  3. แพ้ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 1-4 (เหย้า, แชมเปียนส์ลีก)
  4. แพ้ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 0-3 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)
  5. แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

คาดการณ์ผลการแข่งขัน

คาดการณ์สกอร์แบบภาษาข่าว: ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-2 ลิเวอร์พูล

มองว่าลิเวอร์พูลยังมีคุณภาพแนวรุกที่เฉียบคมกว่า โดยเฉพาะ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่มักยิงได้เสมอเมื่อเจอลีดส์ ผนวกกับประสบการณ์ในเกมใหญ่ของผู้เล่นกลุ่มนี้ น่าจะเพียงพอให้บุกมาเบียดเก็บสามแต้มได้ แม้จะไม่ง่ายและอาจต้องลุ้นกันจนถึงช่วงท้ายเกม

บทสรุป

ศึกที่เอลแลนด์ โรด คืนวันเสาร์นี้คือการดวลกันระหว่างทีมหนีตกชั้นกับทีมลุ้นกลับสู่หัวตาราง แต่ด้วยรูปเกมและแนวโน้มผลงานล่าสุด เชื่อได้ว่าคอบอลจะได้ชมเกมที่จังหวะเปลี่ยนเร็ว มีโอกาสลุ้นประตูตลอด 90 นาทีลีดส์ต้องการแต้มเพื่อขยับหนีโซนอันตราย ขณะที่ลิเวอร์พูลไม่มีทางเลือกนอกจากคว้าชัยเพื่อรักษาโอกาสเกาะกลุ่มลุ้นพื้นที่ยุโรปและไล่จี้ทีมหัวตาราง ทุกจังหวะเพรส ทุกลูกตั้งเตะ และทุกการจบสกอร์ล้วนมีผลต่อรูปเกมและอนาคตของทั้งสองสโมสรในฤดูกาลนี้ฝากผู้อ่านติดตามผลการแข่งขันจริง รวมถึงบทวิเคราะห์ก่อน–หลังเกมพรีเมียร์ลีกคู่สำคัญอื่นๆ ได้อย่างต่อเนื่องจากสำนักข่าว/เพจฟุตบอลที่ท่านติดตามอยู่ เพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหวบนเวทีลูกหนังอังกฤษตลอดซีซันนี้