01/12/2025

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

วิเคราะห์ก่อนเกม: เมืองทอง ยูไนเต็ด พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง

วิเคราะห์ก่อนเกม: เมืองทอง ยูไนเต็ด พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง

วิเคราะห์ก่อนเกม เมืองทอง ยูไนเต็ด พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ศึก “ซูเปอร์บิ๊กแมตช์” แห่งศึกบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง ฤดูกาล 2025/26 นัดนี้คือการโคจรมาพบกันของสองยักษ์ใหญ่ฟุตบอลไทยอย่าง “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับมือ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเกมนี้แข่งขันในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 19.00 น. ที่สนามกีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต จังหวัดปทุมธานี หลังจากเมืองทองฯ ทำเรื่องขอโยกสนามเหย้าจากธันเดอร์โดมมาใช้ธรรมศาสตร์เป็นรังเหย้าชั่วคราวในแมตช์สำคัญนี้ และได้รับอนุมัติจากไทยลีกแล้ว

สถานการณ์ก่อนแข่ง

  • เมืองทอง ยูไนเต็ด แข่ง 11 นัด ชนะ 2 เสมอ 4 แพ้ 5 มี 10 คะแนน รั้งอันดับ 13 ของตาราง ฟอร์มสะดุดยาว ต้องการแต้มเพื่อหนีโซนล่างและกู้ศรัทธาแฟนบอล
  • บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แข่ง 10 นัด ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1 เก็บได้ 25 คะแนน นำเป็นจ่าฝูง ยังคงมาตรฐานทีมลุ้นแชมป์เบอร์หนึ่งของไทยลีกเหมือนเดิม

ด้วยสถานะ “บิ๊กแมตช์ตลอดกาล” + ฟอร์มปัจจุบันที่ต่างกันสุดขั้ว ทำให้เกมนี้ทั้งเข้มข้นทั้งเชิงแท็คติก และเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลโดยเฉพาะฝั่งเจ้าบ้าน

ฟอร์มทีมล่าสุด

เมืองทอง ยูไนเต็ด

  • 5 นัดหลังสุด: ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 3
  • เกมลีก 4 นัดหลัง เก็บได้เพียง 1 แต้ม
  • เกมรับเสียประตูเฉลี่ยในลีกราว 1.64 ลูกต่อเกม ขณะที่ยิงได้เฉลี่ยเพียง 1 ลูกต่อนัด สะท้อนปัญหาทั้งแนวรับและความคมในพื้นที่สุดท้าย

เมืองทองกำลังอยู่ในช่วงที่ “เปราะบาง” แต่ก็ยังมีจุดให้มองบวกจากเกมบอลถ้วยที่ยิงได้ถึง 10 ประตู บ่งบอกว่าหากเจอคู่แข่งที่เปิดพื้นที่มากพอ เกมรุกของทีมยังมีพิษสง

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

  • 5 นัดหลังสุด: ชนะ 3 แพ้ 2 (หากนับเฉพาะไทยลีก ชนะ 3 แพ้ 1)
  • เกมรุกยังดุดัน ยิงได้เฉลี่ยมากกว่า 2 ประตูต่อเกม ในไทยลีก (34 ประตูจาก 16 นัดรวมทุกสนาม)
  • แม้เพิ่งแพ้ชลบุรี แต่ภาพรวมทั้งซีซั่นยังแข็งแกร่ง และยังนำฝูงอย่างมั่นคง

นักเตะเด่น

เมืองทอง ยูไนเต็ด

  • เมลวิน ลอเรนเซน – กองหน้าสายพละกำลัง ยิงไปแล้ว 3 ประตูในลีก เล่นลูกกลางอากาศได้ดี และสามารถฉีกออกด้านข้างเพื่อเปิดพื้นที่ให้เพื่อน
  • ฟิลลิป เคแนน ดึนวัลด์ (Philipp Kenan Dünnwald) – กองหน้าตัวเป้าที่เล่นเก็บบอลพักบอลได้ ยิง 2–3 ประตูในลีก เป็นตัวเชื่อมระหว่างกลางกับแดนหน้า
  • สเตฟาน ซอนคอฟ – กองหลังที่มีทีเด็ดจากลูกตั้งเตะ ทำไป 1 ประตู ช่วยทีมได้ทั้งเกมรับและลูกนิ่ง
  • โคราวิช ทาสะ / เอมิล โรบัค / โสรวิท แพนทอง – แนวรุกที่หมุนเวียนลงสนาม สามารถสร้างความหลากหลายในพื้นที่สุดท้าย

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

บุรีรัมย์ชุดนี้อุดมไปด้วยตัวรุกระดับท็อปของลีก และมี “กิลเญร์เม บิสโซลี” เป็นดาวยิงตัวหลักของลีกฤดูกาลนี้

  • กิลเญร์เม บิสโซลี คัมโปส – ศูนย์หน้าบราซิล ยิงในไทยลีกฤดูกาล 2025/26 ไปแล้ว 11 ประตู เป็นดาวซัลโวของลีก ยิงได้ทั้งเท้าซ้าย-ขวา และลูกโหม่ง รับ-จบในจังหวะเดียวได้ดีมาก
  • เฟย์ซาล มูลิช – หัวหอกร่างยักษ์ สไตล์ Target man ช่วยพักบอล ชนกองหลัง และเป็นทีเด็ดลูกกลางอากาศ ยิงไป 3 ประตู
  • โรเบิร์ต ชูล์ซ / ปีเตอร์ ซุลจ์ – มิดฟิลด์ตัวรุก/กึ่งกองหน้าที่เติมเข้าเขตโทษเก่ง ช่วยทั้งยิงและจ่าย
  • สุภโชค สารชาติ / ศุภชัย ใจเด็ด / สุภนัต มุ้ยอานตา – แข้งไทยที่คุ้นชินกับระบบของบุรีรัมย์ สร้างจังหวะเข้าทำ, ลากตัดยิง, และดึงแนวรับคู่แข่งให้เสียสมดุล
  • ธีราทร บุญมาทัน – แบ็กซ้ายจอมเปิดบอลและลูกนิ่ง ทั้งเตะมุม–ฟรีคิก เป็นอาวุธชิ้นสำคัญ

แท็คติกและจุดสำคัญของเกม

เมืองทอง ยูไนเต็ด – ต้องรัดกุมแต่คมกว่าเดิม

  • รูปแบบที่คาด: 4-2-3-1 / 4-3-3 เน้นเก็บเกมรับให้แน่นก่อน แล้วสวนกลับเร็วผ่านปีกอย่าง ลอเรนเซน และตัวรุกที่สอดขึ้นมา
  • จุดสำคัญคือ “คู่เซ็นเตอร์ + โกล” ต้องเล่นให้เหนียวกว่าฟอร์มที่ผ่านมา เพราะเมืองทองเสียประตูเฉลี่ยสูง หากปล่อยให้โดนขึ้นนำเร็ว เกมจะยิ่งยาก
  • เกมรุกต้องอาศัยจังหวะผิดพลาดของแนวรับบุรีรัมย์ เช่น ลูกสวนกลับ, เก็บบอลสอง, หรือลูกตั้งเตะ เพื่อหวังผลในพื้นที่จำกัด
  • แรงกดดันจากแฟนบอลในฐานะเจ้าบ้านที่ธรรมศาสตร์จะเป็น “ดาบสองคม” หากออกสตาร์ทดีจะช่วยให้ทีมมีพลังเพิ่ม แต่ถ้าเสียประตูเร็ว เสียงในสนามอาจกดดันตัวเอง

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด – ครองบอลบวกเพรสซิ่งสูง

  • รูปแบบที่คาด: 4-2-3-1 ยืดหยุ่นเป็น 4-4-2 / 4-3-3 ตามสถานการณ์
  • ใช้คู่มิดฟิลด์ตัวรับ–เชื่อมเกมคุมจังหวะ แล้วปล่อยตัวรุกอย่าง บิสโซลี, มูลิช, สุภโชค, ศุภชัย วิ่งโจมตีแนวรับเมืองทองตลอด 90 นาที
  • บุรีรัมย์มักเล่นด้วยการ “เพรสซิ่งแดนบน” บังคับให้คู่แข่งออกบอลพลาด หากเมืองทองต่อบอลจากหลังพลาดเพียงเสี้ยวเดียว มีโอกาสโดนลงโทษทันที
  • ลูกตั้งเตะและคอนเนอร์เป็นอาวุธสำคัญ เพราะมีทั้งตัวโหม่งดีและคนเปิดบอลคุณภาพอย่างธีราทร
  • สิ่งที่ต้องระวังคือ “ความล้า” จากการกรำศึกหลายรายการ ทั้งไทยลีกและ ACL Elite แต่ด้วยขนาดสโมสรและคุณภาพผู้เล่นสำรอง ยังหมุนเวียนทีมได้ดี

ผลการแข่ง 10 นัดล่าสุดที่เคยพบกัน

  1. 24 พ.ค. 2025 – ช้างเอฟเอ คัพ เมืองทอง ยูไนเต็ด 2–3 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  2. 23 ก.พ. 2025 – ไทยลีก เมืองทอง ยูไนเต็ด 1–3 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  3. 22 ธ.ค. 2024 – ไทยลีก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1–0 เมืองทอง ยูไนเต็ด
  4. 22 พ.ค. 2024 – ลีกคัพบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0–2 เมืองทอง ยูไนเต็ด
  5. 27 เม.ย. 2024 – ไทยลีก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3–1 เมืองทอง ยูไนเต็ด
  6. 3 ธ.ค. 2023 – ไทยลีก เมืองทอง ยูไนเต็ด 2–2 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  7. 12 ก.พ. 2023 – ไทยลีก เมืองทอง ยูไนเต็ด 4–4 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  8. 11 ก.ย. 2022 – ไทยลีก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1–1 เมืองทอง ยูไนเต็ด
  9. 29 ม.ค. 2022 – ไทยลีก เมืองทอง ยูไนเต็ด 0–1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  10. 31 ต.ค. 2021 – ไทยลีก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2–0 เมืองทอง ยูไนเต็ด

ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุดของทั้งสองทีม

เมืองทอง ยูไนเต็ด

  1. แพ้ อุทัยธานี เอฟซี 1–3 (เยือน, ไทยลีก)
  2. แพ้ พีที ประจวบ เอฟซี 1–4 (เหย้า, ไทยลีก)
  3. ชนะ ร่มเกล้า ยูไนเต็ด 10–0 (เหย้า, ช้างเอฟเอ คัพ)
  4. แพ้ การท่าเรือ เอฟซี 0–1 (เยือน, ไทยลีก)
  5. เสมอ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 0–0 (เหย้า, ไทยลีก)

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

  1. แพ้ ชลบุรี เอฟซี 2–4 (เยือน, ไทยลีก)
  2. ชนะ เซี่ยงไฮ้ พอร์ต 2–0 (เหย้า, AFC Champions League Elite)
  3. ชนะ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 2–1 (เหย้า, ไทยลีก)
  4. ชนะ ระยอง เอฟซี 2–1 (เหย้า, ไทยลีก)
  5. แพ้ เมลเบิร์น ซิตี้ 1–2 (เยือน, AFC Champions League Elite)

คาดการณ์ผลการแข่งขัน

สกอร์ที่คาด

🔮 เมืองทอง ยูไนเต็ด 1–2 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เหตุผลสั้น ๆ

  • บุรีรัมย์มีศักยภาพเกมรุกสูง ยิงเฉลี่ยมากกว่า 2 ลูก/นัดในลีก ขณะที่เมืองทองเสียเฉลี่ยมากกว่า 1.5 ลูก/นัด
  • เฮดทูเฮดหลัง ๆ บุรีรัมย์มักเป็นฝ่ายทำประตูได้มากกว่าและชนะบ่อย
  • เมืองทองมีโอกาสยิงได้จากเกมสวนกลับหรือจังหวะหลุดเดียวของลอเรนเซน/ดึนวัลด์ แต่ต้านเกมรุกบุรีรัมย์ตลอด 90 นาทีค่อนข้างยาก

บทสรุป

แมตช์ เมืองทอง ยูไนเต็ด vs บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เกมลีกธรรมดา แต่เป็น “เกมวัดศักดิ์ศรี” ของสองสโมสรที่มีประวัติศาสตร์การขับเคี่ยวกันมายาวนาน

  • ฝั่งเมืองทอง นี่คือเกมแห่งการกู้ศรัทธา ทั้งต่อแฟนบอลและต่อความมั่นใจของตัวเอง ถ้าเก็บแต้มได้ หรืออย่างน้อยสู้ได้สูสี จะเป็นจุดเปลี่ยนของฤดูกาล
  • ฝั่งบุรีรัมย์ ต้องการ 3 แต้มเพื่อยึดจ่าฝูงเหนียวแน่น และยืนยันภาพลักษณ์ “ทีมเบอร์ 1 ของไทย” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

คอบอลไทยไม่ควรพลาดดูเกมนี้ ทั้งในเชิงบรรยากาศบนอัฒจันทร์ที่ธรรมศาสตร์ และในเชิงแท็คติกในสนามที่น่าจะอัดแน่นไปด้วยรายละเอียดตลอดทั้งเกมหากชอบ บทวิเคราะห์จัดเต็มแบบนี้ อย่าลืมติดตามอ่านคอนเทนต์จากคุณผู้เขียนได้ที่ monggame.com และช่องทางโซเชียลต่าง ๆ ของเว็บ รับรองว่าได้ทั้ง