
พรีเมียร์ลีก 2026/27 ผ่านสองเกมแรกไปแล้ว และสถานการณ์หัวตารางยังเปิดกว้าง เมื่อมีถึง 4 ทีมที่เก็บ 6 คะแนนเต็ม ขณะที่กลุ่มกลางตารางยังมีช่องว่างไม่มาก ผลการแข่งขันเพียงหนึ่งนัดจึงสามารถทำให้อันดับเปลี่ยนได้หลายตำแหน่ง
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำเป็นจ่าฝูง ตามด้วย อาร์เซนอล, ฮัลล์ ซิตี้ และเชลซี ซึ่งทั้งหมดชนะรวดสองเกมเหมือนกัน แต่รายละเอียดเรื่องประตูได้-เสียทำให้แต่ละทีมอยู่คนละอันดับ ส่วนลิเวอร์พูลแม้ยังไม่แพ้ แต่การเสมอสองเกมติดต่อกันทำให้มีเพียง 2 คะแนนและอยู่ในอันดับ 13
ด้านท้ายตาราง ฟูแล่ม, โคเวนทรี ซิตี้, คริสตัล พาเลซ, แอสตัน วิลลา และท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ยังไม่มีคะแนนหลังผ่านสองนัดแรก อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลเพิ่งเริ่มต้น และอันดับยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกมากเมื่อเข้าสู่โปรแกรมนัดที่ 3
อันดับ พรีเมียร์ลีก 2026/27 ล่าสุด
กลุ่มหัวตาราง อันดับ 1–4
อันดับ 1 – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 6 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 2 | เสมอ 0 | แพ้ 0
ได้ 6 | เสีย 2 | ผลต่าง +4
ฟอร์ม: ชนะ – ชนะ
นัดถัดไป: เปิดบ้านพบ โคเวนทรี ซิตี้
อันดับ 2 – อาร์เซนอล – 6 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 2 | เสมอ 0 | แพ้ 0
ได้ 4 | เสีย 0 | ผลต่าง +4
ฟอร์ม: ชนะ – ชนะ
นัดถัดไป: เปิดบ้านพบ เชลซี
อันดับ 3 – ฮัลล์ ซิตี้ – 6 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 2 | เสมอ 0 | แพ้ 0
ได้ 3 | เสีย 0 | ผลต่าง +3
ฟอร์ม: ชนะ – ชนะ
นัดถัดไป: เปิดบ้านพบ แอสตัน วิลลา
อันดับ 4 – เชลซี – 6 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 2 | เสมอ 0 | แพ้ 0
ได้ 7 | เสีย 5 | ผลต่าง +2
ฟอร์ม: ชนะ – ชนะ
นัดถัดไป: เยือน อาร์เซนอล
ทั้ง 4 ทีมยังรักษาสถิติชนะรวด แต่เส้นทางสู่ 6 คะแนนแตกต่างกันชัดเจน แมนเชสเตอร์ ซิตี้และอาร์เซนอลมีผลต่างประตูดีที่สุดที่ +4 ขณะที่อาร์เซนอลกับฮัลล์ยังไม่เสียประตู ส่วนเชลซียิงได้ถึง 7 ประตู แต่ก็เสียไปแล้ว 5 ประตู
กลุ่มไล่ตาม อันดับ 5–8
อันดับ 5 – เบรนท์ฟอร์ด – 4 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 1 | เสมอ 1 | แพ้ 0
ได้ 4 | เสีย 1 | ผลต่าง +3
ฟอร์ม: ชนะ – เสมอ
นัดถัดไป: เปิดบ้านพบ ซันเดอร์แลนด์
อันดับ 6 – นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด – 4 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 1 | เสมอ 1 | แพ้ 0
ได้ 4 | เสีย 2 | ผลต่าง +2
ฟอร์ม: เสมอ – ชนะ
นัดถัดไป: เปิดบ้านพบ บอร์นมัธ
อันดับ 7 – เอฟเวอร์ตัน – 4 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 1 | เสมอ 1 | แพ้ 0
ได้ 3 | เสีย 1 | ผลต่าง +2
ฟอร์ม: ชนะ – เสมอ
นัดถัดไป: เปิดบ้านพบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
อันดับ 8 – ลีดส์ ยูไนเต็ด – 4 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 1 | เสมอ 1 | แพ้ 0
ได้ 2 | เสีย 1 | ผลต่าง +1
ฟอร์ม: ชนะ – เสมอ
นัดถัดไป: เยือน ไบรท์ตัน
ทั้ง 4 ทีมมี 4 คะแนนและยังไม่แพ้ ความแตกต่างของอันดับจึงอยู่ที่ผลต่างประตูเป็นหลัก โดยเบรนท์ฟอร์ดมีตัวเลขดีที่สุดในกลุ่มที่ +3 และยังตามหลังจ่าฝูงเพียง 2 คะแนน
กลุ่มกลางตาราง อันดับ 9–15
อันดับ 9 – ไบรท์ตัน – 3 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 1 | เสมอ 0 | แพ้ 1
ได้ 7 | เสีย 4 | ผลต่าง +3
ฟอร์ม: ชนะ – แพ้
นัดถัดไป: เปิดบ้านพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด
อันดับ 10 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – 3 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 1 | เสมอ 0 | แพ้ 1
ได้ 5 | เสีย 4 | ผลต่าง +1
ฟอร์ม: แพ้ – ชนะ
นัดถัดไป: เยือน เอฟเวอร์ตัน
อันดับ 11 – ซันเดอร์แลนด์ – 3 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 1 | เสมอ 0 | แพ้ 1
ได้ 2 | เสีย 2 | ผลต่าง 0
ฟอร์ม: แพ้ – ชนะ
นัดถัดไป: เยือน เบรนท์ฟอร์ด
อันดับ 12 – อิปสวิช ทาวน์ – 3 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 1 | เสมอ 0 | แพ้ 1
ได้ 4 | เสีย 6 | ผลต่าง -2
ฟอร์ม: ชนะ – แพ้
นัดถัดไป: เปิดบ้านพบ ลิเวอร์พูล
อันดับ 13 – ลิเวอร์พูล – 2 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 0 | เสมอ 2 | แพ้ 0
ได้ 4 | เสีย 4 | ผลต่าง 0
ฟอร์ม: เสมอ – เสมอ
นัดถัดไป: เยือน อิปสวิช ทาวน์
อันดับ 14 – บอร์นมัธ – 1 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 0 | เสมอ 1 | แพ้ 1
ได้ 2 | เสีย 3 | ผลต่าง -1
ฟอร์ม: แพ้ – เสมอ
นัดถัดไป: เยือน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
อันดับ 15 – น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ – 1 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 0 | เสมอ 1 | แพ้ 1
ได้ 2 | เสีย 3 | ผลต่าง -1
ฟอร์ม: แพ้ – เสมอ
นัดถัดไป: เปิดบ้านพบ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์
กลุ่มนี้ยังมีคะแนนเกาะกันแน่น อันดับ 9 มี 3 คะแนน ขณะที่อันดับ 15 มี 1 คะแนน ต่างกันเพียงสองแต้มเท่านั้น
ลิเวอร์พูลเป็นอีกทีมที่น่าจับตา เพราะยังไม่แพ้ แต่การเสมอสองเกมทำให้มีเพียง 2 คะแนน ขณะที่ไบรท์ตันแม้แพ้หนึ่งนัด แต่ชัยชนะอีกหนึ่งเกมและผลต่างประตู +3 ช่วยให้ขยับขึ้นมาอยู่ถึงอันดับ 9
กลุ่มท้ายตาราง อันดับ 16–20
อันดับ 16 – ฟูแล่ม – 0 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 0 | เสมอ 0 | แพ้ 2
ได้ 2 | เสีย 4 | ผลต่าง -2
ฟอร์ม: แพ้ – แพ้
นัดถัดไป: เปิดบ้านพบ คริสตัล พาเลซ
อันดับ 17 – โคเวนทรี ซิตี้ – 0 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 0 | เสมอ 0 | แพ้ 2
ได้ 0 | เสีย 4 | ผลต่าง -4
ฟอร์ม: แพ้ – แพ้
นัดถัดไป: เยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้
อันดับ 18 – คริสตัล พาเลซ – 0 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 0 | เสมอ 0 | แพ้ 2
ได้ 1 | เสีย 6 | ผลต่าง -5
ฟอร์ม: แพ้ – แพ้
นัดถัดไป: เยือน ฟูแล่ม
อันดับ 19 – แอสตัน วิลลา – 0 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 0 | เสมอ 0 | แพ้ 2
ได้ 0 | เสีย 5 | ผลต่าง -5
ฟอร์ม: แพ้ – แพ้
นัดถัดไป: เยือน ฮัลล์ ซิตี้
อันดับ 20 – ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ – 0 คะแนน
แข่ง 2 | ชนะ 0 | เสมอ 0 | แพ้ 2
ได้ 0 | เสีย 5 | ผลต่าง -5
ฟอร์ม: แพ้ – แพ้
นัดถัดไป: เยือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์
ทั้ง 5 ทีมยังไม่ได้แต้มจากสองเกมแรก แต่รายละเอียดของแต่ละทีมต่างกัน ฟูแล่มยิงได้แล้ว 2 ประตู ขณะที่โคเวนทรี, แอสตัน วิลลา และท็อตแนมยังยิงไม่ได้ ส่วนคริสตัล พาเลซเสียไป 6 ประตู ซึ่งมากที่สุดในกลุ่มนี้
อย่างไรก็ตาม หลังผ่านเพียงสองนัดยังเร็วเกินไปที่จะใช้ตำแหน่งในตารางเป็นข้อสรุปถึงแนวโน้มของทั้งฤดูกาล
หัวตารางไม่ได้สูสีแค่คะแนน แต่รูปแบบของแต่ละทีมต่างกัน
เมื่อมองเฉพาะคะแนน แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซนอล, ฮัลล์ ซิตี้ และเชลซีแทบไม่มีอะไรแยกออกจากกัน เพราะทั้งหมดชนะ 2 นัดและมี 6 คะแนน แต่ตัวเลขประตูได้-เสียช่วยให้เห็นความแตกต่างได้ชัดขึ้น
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ยิง 6 เสีย 2 และมีผลต่าง +4 แสดงถึงการออกสตาร์ตที่มีประสิทธิภาพทั้งในเกมรุกและเกมรับ ส่วนอาร์เซนอลมีผลต่าง +4 เช่นกัน จากการยิง 4 ประตูและยังไม่เสียแม้แต่ลูกเดียว หลังเปิดฤดูกาลด้วยชัยชนะ 3-0 เหนือโคเวนทรี และตามด้วยการบุกชนะ แอสตัน วิลลา 1-0
ฮัลล์ ซิตี้เป็นอีกทีมที่น่าจับตา แม้ยิงเพียง 3 ประตู แต่ยังไม่เสียประตูเช่นกัน การบุกชนะโคเวนทรี 1-0 ในนัดล่าสุดทำให้พวกเขารักษาสถิติชนะรวดต่อจากเกมเปิดฤดูกาลได้สำเร็จ
เชลซีมีสถานการณ์ต่างออกไป พวกเขายิงถึง 7 ประตู ซึ่งเท่ากับไบรท์ตันและเป็นจำนวนสูงที่สุดในลีกหลังผ่านสองนัด แต่ก็เสียถึง 5 ประตู ทำให้ผลต่างเหลือเพียง +2
ดังนั้น แม้ทั้งสี่ทีมจะมี 6 คะแนนเท่ากัน แต่ลักษณะการออกสตาร์ตแตกต่างกัน แมนฯ ซิตี้มีทั้งจำนวนประตูและเกมรับที่ค่อนข้างสมดุล อาร์เซนอลกับฮัลล์มีจุดเด่นจากการยังไม่เสียประตู ส่วนเกมของเชลซีมีประตูเกิดขึ้นมากกว่าอีกสามทีมอย่างชัดเจน
กลุ่มกลางอัดแน่น 3 คะแนนครอบคลุมถึง 11 ทีม
หากมองตั้งแต่อันดับ 5 เบรนท์ฟอร์ดที่มี 4 คะแนน ลงมาถึงอันดับ 15 น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ที่มี 1 คะแนน จะพบว่ามีถึง 11 ทีมอยู่ภายในช่องว่างเพียง 3 คะแนน
ทำให้อันดับช่วงกลางตารางยังขยับได้ง่าย เบรนท์ฟอร์ด, นิวคาสเซิล, เอฟเวอร์ตัน และลีดส์ยังไม่แพ้และมี 4 คะแนน ขณะที่ไบรท์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ซันเดอร์แลนด์ และอิปสวิชมี 3 คะแนนเท่ากัน
ลิเวอร์พูลก็ยังรักษาสถิติไม่แพ้เช่นกัน แต่สองผลเสมอทำให้มีเพียง 2 คะแนนและเสียระยะจากกลุ่มด้านบนไปพอสมควร
ในช่วงต้นฤดูกาล การดูเพียงอันดับจึงอาจยังไม่เพียงพอ เพราะคะแนนและผลต่างประตูของแต่ละทีมยังอยู่ใกล้กันมาก การแข่งขันอีกเพียงหนึ่งนัดสามารถทำให้อันดับ 5–15 เปลี่ยนได้หลายตำแหน่ง
จุดที่น่าจับตาจากตัวเลขหลังสองเกม
- จ่าฝูง: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 6 คะแนน
- ทีมที่เก็บ 6 คะแนนเต็ม: แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซนอล, ฮัลล์ ซิตี้ และเชลซี
- ยิงประตูมากที่สุด: เชลซี และไบรท์ตัน – 7 ประตู
- ยังไม่เสียประตู: อาร์เซนอล และฮัลล์ ซิตี้
- ผลต่างประตูดีที่สุด: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอาร์เซนอล – +4
- ทีมที่ยังไม่แพ้: 9 ทีม
- ทีมที่ยังไม่มีคะแนน: 5 ทีม
- ทีมที่ยังยิงไม่ได้: โคเวนทรี ซิตี้, แอสตัน วิลลา และท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์
- เสียประตูมากที่สุด: อิปสวิช ทาวน์ และคริสตัล พาเลซ – 6 ประตู
โปรแกรมนัดที่ 3 มีเกมไหนที่อาจทำให้อันดับเปลี่ยน
โปรแกรมนัดที่ 3 มีหลายคู่ที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์บนตารางโดยตรง และบางเกมเป็นการพบกันของทีมที่มีคะแนนใกล้เคียงกัน
อิปสวิช ทาวน์ พบ ลิเวอร์พูล
อิปสวิชมี 3 คะแนนและอยู่เหนือ ลิเวอร์พูล ที่มี 2 คะแนนเพียงแต้มเดียว เกมนี้จึงสามารถเปลี่ยนตำแหน่งของทั้งสองทีมได้โดยตรง
อีกประเด็นคือ ลิเวอร์พูลยังไม่ชนะในสองเกมแรก แม้จะยังไม่แพ้ การออกไปเยือนพอร์ตแมน โรดจึงเป็นเกมที่น่าสนใจว่าพวกเขาจะเปลี่ยนผลเสมอให้กลายเป็นชัยชนะครั้งแรกของฤดูกาลได้หรือไม่
ลิเวอร์พูลมีโปรแกรมออกไปเยือนอิปสวิช ทาวน์ ที่พอร์ตแมน โรด ในคืนวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ตามเวลาอังกฤษ
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ โคเวนทรี ซิตี้
เป็นการพบกันระหว่างทีมอันดับ 1 ที่ชนะสองนัดรวดกับโคเวนทรีที่ยังไม่มีคะแนนและยังยิงไม่ได้
หากมองจากตาราง ความแตกต่างของทั้งสองฝั่งค่อนข้างชัด สิ่งที่น่าติดตามคือ แมนฯ ซิตี้จะรักษาการเก็บคะแนนต่อเนื่องได้หรือไม่ ขณะที่โคเวนทรีต้องพยายามหยุดช่วงออกสตาร์ตที่แพ้สองเกมและเสีย 4 ประตู
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด พบ บอร์นมัธ
นิวคาสเซิลมี 4 คะแนนและยังไม่แพ้ ส่วนบอร์นมัธมี 1 คะแนน ความแตกต่างอยู่เพียง 3 แต้ม แต่ผลการแข่งขันสามารถเปลี่ยนระยะห่างในกลุ่มกลางตารางได้ทันที
ฮัลล์ ซิตี้ พบ แอสตัน วิลลา
คู่นี้มีสถานการณ์ก่อนเกมต่างกันชัดเจน ฮัลล์มี 6 คะแนนและยังไม่เสียประตู ขณะที่แอสตัน วิลลายังไม่มีคะแนนและยังยิงไม่ได้
เกมล่าสุดของวิลลาคือการแพ้อาร์เซนอล 0-1 แม้รูปเกมดีขึ้นจากนัดเปิดฤดูกาล แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้
เอฟเวอร์ตัน พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เอฟเวอร์ตันมี 4 คะแนน ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมี 3 คะแนน ช่องว่างเพียงหนึ่งแต้มหมายความว่าผลของเกมนี้สามารถทำให้อันดับของทั้งคู่สลับกันได้โดยตรง
อาร์เซนอล พบ เชลซี
นี่เป็นเกมที่น่าสนใจที่สุดของกลุ่มหัวตาราง เพราะทั้งสองทีมมี 6 คะแนนเต็ม
อย่างน้อยหนึ่งทีมจะต้องเสียคะแนนเป็นครั้งแรกของฤดูกาล ขณะที่ผลการแข่งขันยังอาจเปิดโอกาสให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้หรือฮัลล์สร้างช่องว่างในกลุ่มนำได้
อาร์เซนอลมีโปรแกรมเปิดบ้านพบเชลซีในวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2026 เวลา 22:30 น. ตามเวลาไทย
บทสรุป
หลังผ่านการแข่งขันสองนัดแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้นำตารางพรีเมียร์ลีก 2026/27 แต่ยังไม่มีช่องว่างด้านคะแนนจากกลุ่มตามหลัง เพราะอาร์เซนอล, ฮัลล์ ซิตี้ และเชลซีต่างมี 6 คะแนนเต็มเช่นกัน ความแตกต่างในตอนนี้จึงอยู่ที่ประตูได้-เสียและลักษณะการออกสตาร์ตของแต่ละทีม
ช่วงกลางตารางยังสูสีมาก ตั้งแต่อันดับ 5 ถึงอันดับ 15 ห่างกันเพียง 3 คะแนน ขณะที่ลิเวอร์พูลยังไม่แพ้แต่มีเพียง 2 คะแนนจากผลเสมอสองนัด ส่วนท้ายตารางมี 5 ทีมที่ยังไม่ได้คะแนน และสามทีมยังยิงประตูไม่ได้
โปรแกรมนัดที่ 3 จึงเป็นช่วงที่น่าติดตาม โดยเฉพาะเกม อาร์เซนอล พบ เชลซี ซึ่งเป็นการเจอกันของสองทีมที่ชนะรวด รวมถึง อิปสวิช ทาวน์ พบ ลิเวอร์พูล ที่มีคะแนนห่างกันเพียงแต้มเดียว ผลการแข่งขันชุดถัดไปอาจทำให้โครงสร้างของตารางเริ่มชัดขึ้นกว่าเดิม แต่ในช่วงต้นฤดูกาลนี้ ช่องว่างส่วนใหญ่ยังเปิดกว้างสำหรับแทบทุกทีม
More Stories
ลิเวอร์พูลเยือนอิปสวิช ลุ้นชัยนัดแรกในลีก พร้อมจับตา Barcola มีโอกาสประเดิมสนาม
เชลซีเฉือนไบรท์ตัน 4-3 พาลเมอร์ซัดสุดสวย ก่อนเจ้าถิ่นลุ้นระทึกถึงนาทีสุดท้าย
วิเคราะห์ก่อนเกม : เชลซี พบ ไบรท์ตัน พรีเมียร์ลีก 2026/27