25/05/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

เปิดทำเนียบแชมป์พรีเมียร์ลีก แมนยูยังเบอร์หนึ่ง อาร์เซนอลคืนบัลลังก์ยุคใหม่

เปิดทำเนียบแชมป์พรีเมียร์ลีก แมนยูยังเบอร์หนึ่ง อาร์เซนอลคืนบัลลังก์ยุคใหม่

ทำเนียบแชมป์พรีเมียร์ลีก ผีแดงยังเบอร์หนึ่ง

ฟุตบอลอังกฤษในยุคพรีเมียร์ลีกไม่ใช่แค่การแข่งขันเพื่อแชมป์อีกต่อไป แต่มันคือสงครามแห่งอำนาจลูกหนังที่เต็มไปด้วยเงินทุน ประวัติศาสตร์ และแรงกดดันระดับโลก นับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกถือกำเนิดขึ้นในปี 1992 ลีกสูงสุดแดนผู้ดีได้กลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมฟุตบอลโลก สโมสรต่าง ๆ ไม่ได้แข่งขันกันเพียงในสนาม แต่ยังสู้กันในด้านการตลาด ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด และการสร้างฐานแฟนบอลทั่วโลก จากยุคที่ Manchester United แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครองความยิ่งใหญ่แบบเบ็ดเสร็จภายใต้การนำของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สู่ยุคของ Manchester City แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เปลี่ยนมาตรฐานฟุตบอลสมัยใหม่ด้วยแท็คติกระดับเหนือมนุษย์ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พรีเมียร์ลีกกลายเป็นลีกที่ไม่มีคำว่า “ผูกขาด” อย่างแท้จริง เพราะทุกยุคสมัยจะมีทีมใหม่ก้าวขึ้นมาท้าทายอำนาจเดิมอยู่เสมอ และล่าสุดฤดูกาล 2025/26 ก็กลายเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ Arsenal F.C. อาร์เซนอล ปลดล็อกแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในรอบ 22 ปีได้สำเร็จ ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า หลังเบียดแย่งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตลอดทั้งฤดูกาล

สิ่งที่ทำให้พรีเมียร์ลีกแตกต่างจากลีกอื่น ไม่ใช่แค่คุณภาพของเกมการแข่งขัน แต่คือ “เรื่องราว” ที่เกิดขึ้นในทุกฤดูกาล ตั้งแต่ยุคทองของผีแดง การปฏิวัติของเชลซีด้วยเงินทุนมหาศาล การเกิดขึ้นของเรือใบสีฟ้า ไปจนถึงเทพนิยายของ Leicester City F.C. เลสเตอร์ ซิตี้ ที่โลกไม่มีวันลืม พรีเมียร์ลีกคือเวทีที่รวมทั้งดราม่า ความฝัน และการแข่งขันระดับสูงสุดไว้ในที่เดียว และสำหรับแฟนบอลที่อยากเข้าใจว่าเหตุใดลีกนี้ถึงกลายเป็นมหาอำนาจฟุตบอลโลก การย้อนดูจำนวนแชมป์ของแต่ละสโมสรคือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุด เพราะทุกถ้วยแชมป์ไม่ได้บอกแค่ ใครเก่งที่สุด แต่ยังบอกถึงการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยในวงการลูกหนังอังกฤษอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับบริบทของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จากจุดแตกหักปี 1992 สู่ลีกฟุตบอลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ที่อธิบายถึงการเปลี่ยนฟุตบอลอังกฤษจากลีกท้องถิ่น สู่สินค้ากีฬาระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ

สรุปจำนวนแชมป์พรีเมียร์ลีกของแต่ละสโมสร

หากนับเฉพาะยุคพรีเมียร์ลีกตั้งแต่ปี 1992 จนถึงปัจจุบัน มีเพียง 7 สโมสรเท่านั้นที่เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษได้สำเร็จ โดยอันดับของแต่ละทีมมีดังนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 13 สมัย

ฤดูกาลแชมป์:
1992-93, 1993-94, 1995-96, 1996-97, 1998-99, 1999-2000, 2000-01, 2002-03, 2006-07, 2007-08, 2008-09, 2010-11, 2012-13

แม้เวลาจะผ่านมากว่าทศวรรษตั้งแต่แชมป์ครั้งล่าสุด แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นราชาแห่งพรีเมียร์ลีก อย่างแท้จริงยุคของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คือช่วงเวลาที่ผีแดงเปลี่ยนตัวเองจากสโมสรใหญ่ในอังกฤษ ให้กลายเป็นแบรนด์ฟุตบอลระดับโลก ยูไนเต็ดครองทั้งในสนามและนอกสนาม มีทั้งซูเปอร์สตาร์อย่าง เดวิด เบ็คแฮม, ไรอัน กิ๊กส์, คริสเตียโน โรนัลโด และ เวย์น รูนีย์ความยิ่งใหญ่ของยูไนเต็ดไม่ได้อยู่แค่จำนวนแชมป์ แต่คือการสร้างมาตรฐานให้พรีเมียร์ลีกทั้งเรื่องเกมรุก ความดุดัน และสภาพจิตใจของทีมแชมป์ หลายคนยังมองว่าช่วงปี 1999-2001 คือยุคที่ผีแดงแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ลีกอังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 8 สมัย

ฤดูกาลแชมป์: 2011-12, 2013-14, 2017-18, 2018-19, 2020-21, 2021-22, 2022-23, 2023-24หากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือราชาแห่งยุค 90 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็คือมหาอำนาจแห่งฟุตบอลยุคใหม่อย่างแท้จริง หลังกลุ่มทุนจากอาบูดาบีเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างสโมสร ทุกอย่างของซิตี้ถูกยกระดับขึ้นแบบก้าวกระโดด ก่อนจะพุ่งสู่จุดสูงสุดเมื่อเป๊ป กวาร์ดิโอล่าเข้ามาคุมทีมฤดูกาล 2017-18 คือซีซั่นที่โลกฟุตบอลต้องตะลึง เพราะซิตี้กลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่เก็บได้ถึง 100 คะแนน และยังเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ลีก 4 สมัยติดต่อกันระหว่างปี 2021-2024 อีกด้วยสไตล์ฟุตบอลของเป๊ปไม่ใช่แค่การชนะ แต่คือการครองเกม แบบสมบูรณ์แบบ หลายฝ่ายยกให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชุดนี้ คือหนึ่งในทีมฟุตบอลที่ดีที่สุดตลอดกาลของยุโรป

เชลซี 5 สมัย

ฤดูกาลแชมป์: 2004-05, 2005-06, 2009-10, 2014-15, 2016-17

ก่อนยุคพรีเมียร์ลีก Chelsea F.C. เชลซี คือทีมใหญ่ระดับกลางของอังกฤษ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังการมาของ โรมัน อบราโมวิช ในปี 2003 เงินทุนมหาศาลทำให้เชลซีดึงนักเตะระดับโลกเข้ามาแบบต่อเนื่อง และการแต่งตั้ง โชเซ มูรินโญ ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทองทันที ฤดูกาล 2004-05 เชลซีเสียเพียง 15 ประตูตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งยังเป็นสถิติเกมรับที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกจนถึงปัจจุบัน ความแข็งแกร่ง ความเขี้ยว และฟุตบอลเกมรับแบบปิดประตูตาย คือภาพจำของสิงห์บลูส์ยุคนั้น

อาร์เซนอล 4 สมัย

ฤดูกาลแชมป์: 1997-98, 2001-02, 2003-04, 2025-26

ไม่มีทีมไหนในพรีเมียร์ลีกที่ถูกพูดถึงเรื่องฟุตบอลสวยงาม มากกว่าอาร์เซนอลยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ โดยเฉพาะทีม อินวินซิเบิลส์ ฤดูกาล 2003-04 ที่คว้าแชมป์แบบไร้พ่าย ชนะ 26 เสมอ 12 กลายเป็นทีมเดียวในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ทำได้แต่สิ่งที่ทำให้แชมป์ปี 2025-26 พิเศษไม่แพ้กัน คือการสิ้นสุดการรอคอยนาน 22 ปีของแฟนบอลเดอะกันเนอร์ส หลังผิดหวังมาแล้วหลายฤดูกาล อาร์เซนอลของมิเกล อาร์เตต้า กลับมาทวงบัลลังก์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จหลายฝ่ายมองว่าแชมป์ครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ ยุคใหม่แห่งอาร์เซนอล เพราะทีมชุดนี้ยังเต็มไปด้วยนักเตะอายุน้อยระดับโลกทั้ง บูกาโย ซาก้า, เดแคลน ไรซ์ และ วิลเลียม ซาลิบา

ลิเวอร์พูล 2 สมัย

ฤดูกาลแชมป์: 2019-20, 2024-25

แม้จะเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดทีมหนึ่งของอังกฤษ แต่ Liverpool F.C. ลิเวอร์พูล กลับต้องรอแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกนานถึง 30 ปี ก่อนที่ เยอร์เกน คล็อปป์ จะพาทีมคว้าแชมป์ในฤดูกาล 2019–20 ด้วยฟุตบอลเพรสซิ่งสุดดุดันส่วนแชมป์ปี 2024–25 คือการยืนยันว่าหงส์แดงยังคงเป็นหนึ่งในทีมระดับสูงสุดของยุโรป และยังรักษามาตรฐานการลุ้นแชมป์ได้ต่อเนื่องแม้มีการเปลี่ยนแปลงภายในทีม

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1 สมัย

ฤดูกาลแชมป์ 1994-95

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส คือทีมแรกที่สามารถหยุดการครองอำนาจของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้สำเร็จ ภายใต้การนำของ เคนนี ดัลกลิช และดาวยิงระดับตำนานอย่าง อลัน เชียเรอร์แม้จะไม่ได้กลายเป็นมหาอำนาจระยะยาว แต่แชมป์ครั้งนั้นยังถูกพูดถึงเสมอในฐานะหนึ่งในฤดูกาลที่เข้มข้นที่สุดของพรีเมียร์ลีกยุคแรก

เลสเตอร์ ซิตี้ 1 สมัย

ฤดูกาลแชมป์ 2015–16

นี่อาจเป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสโมสรทั่วโลก เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ก่อนเปิดฤดูกาลถูกมองเป็นทีมหนีตกชั้น กลับสร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ภายใต้การคุมทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรีผลงานของ เจมี วาร์ดี, ริยาด มาห์เรซ และ เอ็นโกโล ก็องเต้ กลายเป็นตำนานทันที เพราะไม่มีใครเชื่อว่าทีมที่มีอัตราต่อรองแชมป์ 1 ต่อ 5,000 จะไปถึงจุดนั้นได้

พรีเมียร์ลีก ลีกที่ไม่มีวันหยุดเปลี่ยนแปลง

แม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะยังเป็นทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุด แต่ภาพรวมของลีกกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากยุคผูกขาดของผีแดง สู่ยุคเรือใบสีฟ้า และตอนนี้อาร์เซนอลก็กำลังกลับมาท้าทายอำนาจเดิมอีกครั้งสิ่งที่ทำให้ พรีเมียร์ลีก ยังคงเป็นลีกอันดับหนึ่งของโลก ไม่ใช่แค่เรื่องเงินหรือชื่อเสียง แต่คือ ความคาดเดาไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าฤดูกาลต่อไปจะมีทีมไหนสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ขึ้นมาอีก และนั่นคือเหตุผลที่แฟนบอลทั่วโลกยังคงหลงใหลในลีกแห่งนี้ไม่เปลี่ยนแปลง