25/05/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

อาร์เซนอลคืนบัลลังก์ ปืนใหญ่ผงาดแชมป์พรีเมียร์ลีก ปิดการรอคอย 22 ปี

อาร์เซนอลคืนบัลลังก์ ปืนใหญ่ผงาดแชมป์พรีเมียร์ลีก ปิดการรอคอย 22 ปี

อาร์เซนอลคืนบัลลังก์พรีเมียร์ลีก ปืนใหญ่ผงาดแชมป์รอบ 22 ปี

เสียงเฮดังสนั่นทั่วกรุงลอนดอนเหนือเมื่อคืนวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 หลัง Arsenal F.C. อาร์เซนอล การันตีตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 อย่างเป็นทางการได้สำเร็จ ปิดฉากการรอคอยอันยาวนานถึง 22 ปีของแฟนบอล “เดอะ กันเนอร์ส” ทั่วโลก หลังคู่แข่งสำคัญอย่าง Manchester City แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้เพียงบุกไปเสมอ AFC Bournemouth บอร์นมัท 1-1 ส่งผลให้แต้มของทีมปืนใหญ่ขาดลอยจนไม่สามารถถูกแซงได้อีกต่อไป แม้จะเหลือการแข่งขันอีก 1 นัดก็ตาม ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่แค่การคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 14 ของสโมสร แต่ยังเป็นการประกาศต่อโลกฟุตบอลว่า อาร์เซนอลกลับมาอยู่บนจุดสูงสุดของวงการลูกหนังอังกฤษอีกครั้ง ภายใต้การนำของ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือที่เคยถูกตั้งคำถามอย่างหนักในช่วงเริ่มต้นการคุมทีม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นคนที่ปลุกยักษ์ใหญ่แห่งเอมิเรตส์ สเตเดียม ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้สำเร็จ

นี่ไม่ใช่เพียงแค่แชมป์พรีเมียร์ลีกธรรมดา แต่คือหนึ่งในฤดูกาลที่แฟนบอลอาร์เซนอลจะไม่มีวันลืม เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทีมต้องจบเพียงรองแชมป์ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่หลายครั้ง จนถูกมองว่า “ขาดความเฉียบขาด” ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล แต่ซีซั่น 2025/26 ทุกอย่างเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง อาร์เซนอลกลายเป็นทีมที่เล่นด้วยความนิ่ง เกมรับแข็งแกร่ง และมีมาตรฐานการเล่นที่สม่ำเสมอที่สุดในลีก จนสามารถยืนระยะเหนือคู่แข่งได้สำเร็จ และหากมองย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของลีกลูกหนังยุคใหม่ จะเห็นว่านี่คืออีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของลีกที่เปลี่ยนวงการฟุตบอลโลกไปตลอดกาล ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จากจุดแตกหักปี 1992 สู่ลีกฟุตบอลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ที่อธิบายถึงเส้นทางของพรีเมียร์ลีกจากลีกท้องถิ่น สู่การแข่งขันฟุตบอลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบัน

ปิดการรอคอย 22 ปี อาร์เซนอลกลับสู่บัลลังก์พรีเมียร์ลีก

การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งนี้ ถือเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกของอาร์เซนอลนับตั้งแต่ฤดูกาล 2003/04 หรือยุค “อินวินซิเบิลส์” ที่คว้าแชมป์แบบไร้พ่ายภายใต้การคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ และยังเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 4 ของสโมสรในยุคพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

หลายฤดูกาลที่ผ่านมา อาร์เซนอลเข้าใกล้แชมป์มาโดยตลอด แต่สุดท้ายกลับโดนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปาดหน้าในช่วงท้ายซีซั่น ทว่าฤดูกาลนี้ทีมของมิเกล อาร์เตต้า แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องวินัยเกมรับ ความนิ่งของนักเตะ และการบริหารขุมกำลังตลอดฤดูกาล

การที่ทีมสามารถยืนระยะได้จนถึงนัดที่ 37 คือภาพสะท้อนของทีมแชมป์อย่างแท้จริง และเมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลาที่สนามไวทาลิตีดังขึ้น หลังแมนฯ ซิตี้ทำได้เพียงเสมอบอร์นมัท 1-1 ทุกอย่างก็จบลงทันที แฟนบอลปืนใหญ่ทั่วโลกเริ่มเฉลิมฉลองแชมป์ที่รอคอยมานานกว่าสองทศวรรษ

มิเกล อาร์เตต้า จากคนถูกตั้งคำถามสู่ฮีโร่แห่งลอนดอนเหนือ

ชื่อของ มิเกล อาร์เตต้า กลายเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดของสโมสรทันที หลังพาอาร์เซนอลกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จย้อนกลับไปช่วงแรกของการเข้ามาคุมทีม อาร์เตต้าเคยถูกวิจารณ์อย่างหนัก ทั้งเรื่องประสบการณ์ การเสริมทัพ และสไตล์การเล่น แต่เจ้าตัวค่อยๆ เปลี่ยนอาร์เซนอลให้กลายเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลสมัยใหม่อย่างเต็มรูปแบบ

ฤดูกาลนี้ อาร์เซนอลเล่นด้วยระบบที่สมดุลที่สุดในรอบหลายปี เกมรับเหนียวแน่น เกมรุกหลากหลาย และที่สำคัญคือความสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมขาดหายไปตลอดช่วงหลายฤดูกาลก่อนหน้านี้อาร์เตต้ายังสร้างทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะอายุน้อยระดับโลก ทั้ง บูกาโย ซาก้า, เดแคลน ไรซ์, วิลเลียม ซาลิบา และ มาร์ติน โอเดการ์ด ซึ่งกลายเป็นแกนหลักของทีมชุดแชมป์ในเวลานี้

เกมรับสุดโหด กุญแจสำคัญสู่แชมป์พรีเมียร์ลีก

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้อาร์เซนอลคว้าแชมป์ได้สำเร็จ คือคุณภาพของเกมรับตลอดทั้งฤดูกาล ทีมของอาร์เตต้ามีสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในลีก และยังมีสถิติเกมเยือนที่ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง ความแข็งแกร่งของแนวรับนำโดย วิลเลียม ซาลิบา และ กาเบรียล มากัลเญส ทำให้ทีมเสียประตูยากอย่างมากขณะที่ ดาบิด รายา ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนคว้ารางวัลถุงมือทองคำพรีเมียร์ลีกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันความแตกต่างของอาร์เซนอลฤดูกาลนี้ คือการที่ทีมสามารถชนะในวันที่เล่นไม่ดี ได้ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของทีมแชมป์อย่างแท้จริง

จุดเปลี่ยนสำคัญ นัดที่ 37 เปลี่ยนประวัติศาสตร์ลีกอังกฤษ

แม้อาร์เซนอลจะนำเป็นจ่าฝูงมาหลายสัปดาห์ แต่เกมในนัดที่ 37 คือจุดตัดสินทุกอย่างฝั่งอาร์เซนอลเก็บชัยชนะเหนือ Burnley F.C. เบิร์นลีย์ 1-0 ได้สำเร็จ ทำให้กดดันแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบเต็มรูปแบบ และท้ายที่สุด ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็พลาดท่าเสมอบอร์นมัท 1-1 จนหมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์ทันที

ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้ตารางคะแนนหลังผ่าน 37 นัดออกมาดังนี้

อันดับสโมสรแข่งชนะเสมอแพ้ประตูได้-เสียคะแนน
1อาร์เซนอล372575+4382
2แมนเชสเตอร์ ซิตี้372395+4378

แม้แมนฯ ซิตี้จะเหลือเกมอีก 1 นัด แต่ก็ไม่สามารถไล่ทันอาร์เซนอลได้แล้ว

ปืนใหญ่ทีมแรกที่หยุดยุคผูกขาดพรีเมียร์ลีก

นับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา พรีเมียร์ลีกแทบกลายเป็นสมบัติของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล แต่ฤดูกาลนี้ อาร์เซนอลกลายเป็นทีมแรกที่สามารถก้าวขึ้นมาหยุดวงจรดังกล่าวได้สำเร็จนี่จึงไม่ใช่แค่แชมป์ธรรมดา แต่คือการเปลี่ยนสมดุลอำนาจครั้งใหม่ของฟุตบอลอังกฤษหลายฝ่ายมองว่าความสำเร็จครั้งนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะขุมกำลังของอาร์เซนอลยังอายุน้อย และมีศักยภาพพัฒนาต่อได้อีกหลายปียิ่งไปกว่านั้น ทีมยังมีลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ต่อ ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2025/26 ที่จะพบกับ Paris Saint-Germain F.C. ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้อีกด้วย

คืนแห่งประวัติศาสตร์ที่แฟนปืนใหญ่ไม่มีวันลืม

ค่ำคืนวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 จะถูกจารึกไว้ตลอดกาลในหน้าประวัติศาสตร์ของอาร์เซนอล เพราะนี่คือวันที่สโมสรกลับมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังเฝ้ารอมานานถึง 22 ปีจากทีมที่เคยถูกตั้งคำถามเรื่องสภาพจิตใจและความสม่ำเสมอ วันนี้อาร์เซนอลพิสูจน์ให้ทั้งโลกเห็นแล้วว่า พวกเขาคือทีมที่ดีที่สุดของอังกฤษในฤดูกาล 2025/26 อย่างแท้จริงและบางที นี่อาจไม่ใช่แค่แชมป์พรีเมียร์ลีกแต่คือจุดเริ่มต้นของยุคทองครั้งใหม่แห่งลอนดอนเหนือก็เป็นได้