
โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เดินทางมาถึงช่วงสำคัญของทัวร์นาเมนต์เป็นที่เรียบร้อย หลังผ่านรอบน็อกเอาต์ที่เต็มไปด้วยเกมเข้มข้น หลายทีมเต็งต้องเจองานหนัก และบางทีมสร้างผลการแข่งขันที่กลายเป็นประเด็นใหญ่ของฟุตบอลโลก 2026
รอบก่อนรองชนะเลิศครั้งนี้เหลือเพียง 8 ทีมที่ยังอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์โลก ได้แก่ ฝรั่งเศส, โมร็อกโก, สเปน, เบลเยียม, นอร์เวย์, อังกฤษ, อาร์เจนตินา และสวิตเซอร์แลนด์ โดยทุกคู่มีความหมายโดยตรงต่อการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และเป็นจุดที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจตัดสินเส้นทางของแต่ละทีมได้ทันที
โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย
ฝรั่งเศส พบ โมร็อกโก
วันที่แข่งขัน: 10 กรกฎาคม 2026
เวลาแข่งขัน: 03.00 น.
สนาม: Boston Stadium
ถ่ายทอดสด: MONOMAX / MONOMAX SPORTS
โมร็อกโกผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยฟอร์มที่แข็งแกร่ง หลังเอาชนะแคนาดา 3-0 โดย Azzedine Ounahi ยิงคนเดียว 2 ประตู และ Soufiane Rahimi ปิดท้ายช่วงทดเวลา ทำให้ทีมจากแอฟริกาเหนือยังคงแสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมในเกมน็อกเอาต์
ขณะที่ฝรั่งเศสผ่านปารากวัยมาได้แบบเฉือน 1-0 จากจุดโทษของ Kylian Mbappe แม้เกมไม่ได้ง่าย แต่คุณภาพของผู้เล่นในพื้นที่สุดท้ายยังเป็นจุดที่ทำให้ฝรั่งเศสอันตรายเสมอ เกมนี้จึงน่าจับตาที่การดวลกันระหว่างวินัยเกมรับและจังหวะสวนกลับของโมร็อกโก กับความเด็ดขาดของฝรั่งเศสที่สามารถตัดสินเกมได้จากโอกาสเพียงไม่กี่ครั้ง
สเปน พบ เบลเยียม
วันที่แข่งขัน: 11 กรกฎาคม 2026
เวลาแข่งขัน: 02.00 น.
สนาม: Los Angeles Stadium
ถ่ายทอดสด: MONOMAX / MONOMAX SPORTS
สเปนเข้ารอบมาแบบต้องลุ้นถึงช่วงท้ายเกม หลังเฉือนโปรตุเกส 1-0 จากประตูชัยของ Mikel Merino ในนาที 91 แม้รูปเกมไม่ได้ไหลลื่นตลอดทั้งแมตช์ แต่ทีมยังแสดงให้เห็นถึงความอดทน การคุมจังหวะ และความนิ่งในช่วงสำคัญ
ส่วนเบลเยียมกำลังอยู่ในฟอร์มเกมรุกที่มั่นใจ หลังถล่มสหรัฐอเมริกา 4-1 โดย Charles De Ketelaere ยิง 2 ประตู ก่อนที่ Hans Vanaken และ Romelu Lukaku จะช่วยปิดเกม คู่ใหญ่นี้จึงน่าสนใจที่แดนกลางของสเปนจะควบคุมเกมได้มากแค่ไหน เมื่อต้องเจอกับเบลเยียมที่มีความหลากหลายและความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้าย
นอร์เวย์ พบ อังกฤษ
วันที่แข่งขัน: 12 กรกฎาคม 2026
เวลาแข่งขัน: 04.00 น.
สนาม: Miami Stadium
ถ่ายทอดสด: MONOMAX
นอร์เวย์กลายเป็นหนึ่งในทีมที่ถูกจับตามองมากที่สุดของรอบนี้ หลังสร้างผลงานใหญ่ด้วยการชนะบราซิล 2-1 โดย Erling Haaland ยิงคนเดียว 2 ประตู และยังเป็นหัวใจสำคัญของเกมรุกนอร์เวย์ตลอดทัวร์นาเมนต์
ด้านอังกฤษผ่านเม็กซิโกมาได้ 3-2 ในเกมที่ต้องเจอทั้งแรงกดดันจากเจ้าภาพ สภาพแวดล้อมที่ยาก และการเหลือผู้เล่น 10 คน แต่ยังได้ Jude Bellingham กับ Harry Kane เป็นตัวชี้ขาด เกมนี้จึงเป็นการเจอกันระหว่างความเฉียบคมของ Haaland กับทีมอังกฤษที่มีคุณภาพเฉพาะตัวสูง และผ่านบททดสอบหนักมาแล้วในรอบก่อนหน้า
อาร์เจนตินา พบ สวิตเซอร์แลนด์
วันที่แข่งขัน: 12 กรกฎาคม 2026
เวลาแข่งขัน: 08.00 น.
สนาม: Kansas City Stadium
ถ่ายทอดสด: MONOMAX / MONOMAX SPORTS
อาร์เจนตินาผ่านเข้ารอบมาแบบสุดดราม่า หลังตามอียิปต์ 0-2 ก่อนยิง 3 ประตูช่วงท้ายเกมจาก Cristian Romero, Lionel Messi และ Enzo Fernandez พลิกชนะ 3-2 แสดงให้เห็นถึงหัวใจของทีมแชมป์เก่าที่ยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์ผ่านโคลอมเบียด้วยการดวลจุดโทษ 4-3 หลังเสมอ 0-0 ตลอด 120 นาที จุดเด่นของสวิตเซอร์แลนด์คือความมีวินัย เกมรับที่รัดกุม และความนิ่งในสถานการณ์กดดัน เกมนี้อาจตัดสินกันจากรายละเอียดเล็ก ๆ ทั้งลูกตั้งเตะ จังหวะเปลี่ยนตัว และความผิดพลาดในช่วงสำคัญ
สรุปโปรแกรมรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026
- ฝรั่งเศส พบ โมร็อกโก
แข่งขันวันที่ 10 กรกฎาคม 2026 เวลา 03.00 น. ที่ Boston Stadium ถ่ายทอดสดทาง MONOMAX / MONOMAX SPORTS - สเปน พบ เบลเยียม
แข่งขันวันที่ 11 กรกฎาคม 2026 เวลา 02.00 น. ที่ Los Angeles Stadium ถ่ายทอดสดทาง MONOMAX / MONOMAX SPORTS - นอร์เวย์ พบ อังกฤษ
แข่งขันวันที่ 12 กรกฎาคม 2026 เวลา 04.00 น. ที่ Miami Stadium ถ่ายทอดสดทาง MONOMAX - อาร์เจนตินา พบ สวิตเซอร์แลนด์
แข่งขันวันที่ 12 กรกฎาคม 2026 เวลา 08.00 น. ที่ Kansas City Stadium ถ่ายทอดสดทาง MONOMAX / MONOMAX SPORTS
ภาพรวมก่อนเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ
รอบ 8 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2026 เป็นช่วงที่ความผิดพลาดมีราคาแพงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะทีมที่ผ่านมาถึงจุดนี้ล้วนมีจุดแข็งชัดเจน ฝรั่งเศสมีคุณภาพเกมรุกสูง โมร็อกโกยังอันตรายจากวินัยและจังหวะเปลี่ยนเกม สเปนยังเด่นเรื่องการคุมจังหวะ เบลเยียมกำลังมั่นใจในเกมรุก นอร์เวย์มี Erling Haaland เป็นตัวเปลี่ยนเกม อังกฤษมีคุณภาพนักเตะครบทุกแดน อาร์เจนตินายังมีหัวใจของทีมแชมป์ ส่วนสวิตเซอร์แลนด์เป็นทีมที่เล่นด้วยระบบแน่นอนและไม่พลาดง่าย
จากโปรแกรมทั้งหมด คู่ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษคือ สเปน พบ เบลเยียม และ อาร์เจนตินา พบ สวิตเซอร์แลนด์ แต่ในภาพรวมทุกคู่มีโอกาสออกมาสูสี เพราะนี่คือรอบที่ไม่มีทีมไหนสามารถเล่นแบบประมาทได้อีกแล้ว ทีมที่คุมอารมณ์เกมได้ดีกว่า ใช้โอกาสได้เฉียบคมกว่า และรักษาความแน่นอนในช่วงท้ายเกมได้มากกว่า จะมีโอกาสก้าวเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026
More Stories
หลังสิ้นเสียงนกหวีด สเปนฉลองแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 พร้อมกวาดสามรางวัลใหญ่
โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ เช็กวันแข่ง 4 ทีมลุ้นเข้าชิง
“เนย์มาร์” อำลาทีมชาติบราซิล ปิดฉาก 16 ปีหลังตกรอบฟุตบอลโลก 2026