
ลิเวอร์พูลเตรียมกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกนัดแรกของฤดูกาลที่ Anfield รับการมาเยือนของ นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ ในการแข่งขัน Round 2 วันที่ 29 สิงหาคม 2026 หลังจากเกมเปิดฤดูกาลของ “หงส์แดง” จบด้วยการบุกเสมอ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 ขณะที่ฟอเรสต์เริ่มต้นลีกด้วยความพ่ายแพ้ต่อ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-1
สถานการณ์ของทั้งสองทีมทำให้เกมนี้มีความสำคัญตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล ลิเวอร์พูลต้องการชัยชนะนัดแรกเพื่อไม่ให้เสียระยะจากกลุ่มหัวตาราง ขณะที่ฟอเรสต์กำลังมองหาทั้งคะแนนแรกและประตูแรกในเกมทางการ หลังจากแพ้ลีดส์สองเกมติดต่อกันทั้งในพรีเมียร์ลีกและ EFL Cup
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการ : พรีเมียร์ลีก 2026/27
- รอบการแข่งขัน : รอบ 2
- วันแข่งขัน : 29 สิงหาคม 2026
- เวลาแข่งขัน : 18:30 น.
- สนามแข่งขัน : Anfield
- เมือง : Liverpool
- ประเทศ : England
- ถ่ายทอดสด : MONOMAX
สถานการณ์ก่อนเกม
ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูลมี 1 คะแนนจากการแข่งขันหนึ่งนัด หลังเสมอ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 ที่ St. James’ Park เกมดังกล่าวทีมต้องตามหลังถึงสองครั้ง ก่อน โคดี กัคโป และ โดมินิก โซโบสไล ช่วยกันทำประตูพาทีมกลับมาแบ่งคะแนน โดยประตูของโซโบสไลเกิดจากจุดโทษในช่วงทดเวลานาที 90+9
แม้จะยังไม่แพ้ในลีก แต่ภาพรวมเกมรับยังมีพื้นที่ที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนจากเกมรุกกลับมาเล่นเกมรับ เมื่อแนวรับดันสูงและพื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กเปิดให้คู่แข่งโจมตี
นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
ฟอเรสต์ยังไม่มีคะแนนจากพรีเมียร์ลีก หลังเปิดฤดูกาลด้วยการแพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-1 ก่อนที่อีกสี่วันถัดมาจะพบลีดส์อีกครั้งใน EFL Cup และแพ้ 0-2
จุดที่ชัดเจนคือปัญหาในพื้นที่สุดท้าย ฟอเรสต์ยังไม่สามารถทำประตูได้จากสองเกมทางการแรกของฤดูกาล และในเกมลีกกับลีดส์ แม้ครองบอลมากกว่า แต่มีจังหวะยิงตรงกรอบเพียง 2 ครั้ง
ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด
ลิเวอร์พูล
- ชนะ : 1
- เสมอ : 2
- แพ้ : 2
- ยิงได้ : 8
- เสีย : 9
- คลีนชีต : 2
- ยิงไม่ได้ : 1
ผลงานล่าสุด 5 นัด
- 23.08.2026 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
- 17.08.2026 ลิเวอร์พูล 2-0 โคโม (กระชับมิตร)
- 16.08.2026 ลิเวอร์พูล 0-0 โคโม (กระชับมิตร)
- 09.08.2026 ลิเวอร์พูล 2-3 โมนาโก (กระชับมิตร)
- 03.08.2026 ลิเวอร์พูล 2-4 ลีดส์ ยูไนเต็ด (PLS)
ตัวเลขสะท้อนว่าลิเวอร์พูลยังอยู่ในช่วงปรับสมดุลของทีม เกมรุกยิงได้ 4 จาก 5 นัด แต่แนวรับเสียอย่างน้อยสองประตูถึง 3 เกม อย่างไรก็ตาม ผลงานสามนัดล่าสุดดีขึ้นในแง่ผลการแข่งขัน โดยไม่แพ้เลยในช่วงดังกล่าว
นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
- ชนะ : 2
- เสมอ : 0
- แพ้ : 3
- ยิงได้ : 4
- เสีย : 5
- คลีนชีต : 1
- ยิงไม่ได้ : 3
ผลงานล่าสุด 5 นัด
- 26.08.2026 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 0-2 ลีดส์ ยูไนเต็ด (EFL Cup)
- 22.08.2026 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 0-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
- 16.08.2026 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 2-0 แบรสต์ (กระชับมิตร)
- 13.08.2026 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 2-1 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (กระชับมิตร)
- 09.08.2026 บาร์เซโลนา 1-0 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ (กระชับมิตร)
ฟอเรสต์เคยมีช่วงที่เกมรุกทำงานได้ดีด้วยการชนะ เลเวอร์คูเซน และ แบรสต์ ติดต่อกัน แต่เมื่อเข้าสู่การแข่งขันทางการ ประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้ายลดลงอย่างชัดเจน และทีมยิงไม่ได้สองเกมติดต่อกัน
สถิติการพบกัน (H2H)
ผลการพบกัน 5 นัดล่าสุด
- 22.02.2026 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 0-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
- 22.11.2025 ลิเวอร์พูล 0-3 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ (พรีเมียร์ลีก)
- 15.01.2025 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 1-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
- 14.09.2024 ลิเวอร์พูล 0-1 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ (พรีเมียร์ลีก)
- 02.03.2024 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 0-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
สรุป
ลิเวอร์พูลชนะ 2 นัด เสมอ 1 และฟอเรสต์ชนะ 2 นัดจากการพบกันห้าครั้งล่าสุด โดยลิเวอร์พูลยิงรวม 3 ประตู ขณะที่ฟอเรสต์ทำได้ 5 ประตู ค่าเฉลี่ยประตูรวมอยู่ที่ 1.6 ประตูต่อเกม
สิ่งที่น่าสนใจคือการเล่นที่ Anfield ไม่ได้ทำให้ลิเวอร์พูลได้เปรียบฟอเรสต์ในช่วงหลัง เพราะฟอเรสต์บุกชนะที่สนามแห่งนี้สองครั้งติดต่อกันจากสองฤดูกาลล่าสุดในชุดข้อมูล โดยชนะ 1-0 เมื่อเดือนกันยายน 2024 และ 3-0 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025
นั่นทำให้ข้อมูล H2H ของคู่นี้มีน้ำหนักมากกว่าการดูชื่อชั้นของทั้งสองทีมเพียงอย่างเดียว
ความพร้อมของทีมเหย้า ลิเวอร์พูล
ข่าวทีม
ลิเวอร์พูลมีผู้เล่นไม่พร้อมหลายราย โดย คอเนอร์ แบรดลีย์ มีอาการบาดเจ็บเข่า, เฟเดริโก เคียซา มีปัญหาบริเวณหลัง, อูโก เอกิติเก มีอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย และ จิโอวานนี เลโอนี มีอาการบาดเจ็บเข่า
ส่วน โจ โกเมซ ยังอยู่ในกลุ่มที่ต้องตรวจสอบความฟิตก่อนการแข่งขัน
การขาดผู้เล่นในแนวรับหลายตำแหน่งทำให้ตัวเลือกของลิเวอร์พูลลดลง โดยเฉพาะฝั่งขวาและเซ็นเตอร์แบ็ก ซึ่งมีแนวโน้มทำให้ เฌเรมี ชาเกต์ ได้รับโอกาสออกสตาร์ตคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค
คาดการณ์ 11 ตัวจริง
ระบบ : 4-2-3-1
GK
1 อลิสซอน
DEF
30 เจเรมี ฟริมปง
5 เฌเรมี ชาเกต์
4 เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค
6 มิลอส เคอร์เคซ
MID
8 โดมินิก โซโบสไล
38 ไรอัน กราเฟนแบร์ค
ATT
73 ริโอ เอ็นกูโมฮา
7 โฟลเรียน เวียร์ตซ์
18 โคดี กัคโป
9 อเล็กซานเดอร์ อิซัค
นักเตะที่น่าจับตา
โดมินิก โซโบสไล
เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างได้ทั้งจากเกมเปิดและลูกตั้งเตะ เกมล่าสุดกับนิวคาสเซิลเป็นผู้รับหน้าที่ยิงจุดโทษช่วงทดเวลา 90+9 และยังมีความสามารถยิงจากนอกกรอบรวมถึงฟรีคิกโดยตรง
โฟลเรียน เวียร์ตซ์
บทบาทหลักอยู่ที่การรับบอลระหว่างแนวกองกลางกับกองหลังของคู่แข่ง ความคล่องตัวและความสามารถในการจ่ายบอลในพื้นที่แคบมีความสำคัญอย่างมาก หากฟอเรสต์ตั้งรับด้วยแนวห้าคน
อเล็กซานเดอร์ อิซัค
เมื่อ เอกิติเก ไม่พร้อม อิซัคมีแนวโน้มรับบทหน้าเป้าหลัก จุดแข็งอยู่ที่การเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่ง การโจมตีพื้นที่หลังเซ็นเตอร์แบ็ก และความสามารถในการจบสกอร์ทั้งในและนอกกรอบ
จุดแข็ง
- มีตัวเลือกเกมรุกที่สามารถสลับตำแหน่งกันได้หลายคน
- เวียร์ตซ์และโซโบสไลสามารถสร้างเกมระหว่างไลน์
- อิซัคมีความเร็วและการเคลื่อนที่โจมตีพื้นที่หลังแนวรับ
- โซโบสไลสร้างความอันตรายจากลูกตั้งเตะ
- การเล่นที่ Anfield เพิ่มความได้เปรียบในแง่การควบคุมจังหวะและกดดันคู่แข่ง
จุดอ่อน
- เสีย 9 ประตูจาก 5 นัดล่าสุด
- มีพื้นที่ด้านหลังแนวรับเมื่อฟูลแบ็กเติมสูง
- การป้องกันช่วงเปลี่ยนจากรุกเป็นรับยังไม่สมบูรณ์
- ตัวเลือกแนวรับลดลงจากอาการบาดเจ็บหลายราย
- อิซัคและแนวรุกชุดใหม่ยังต้องพัฒนาความเข้าใจในการเล่นร่วมกัน
ความพร้อมของทีมเยือน นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
ข่าวทีม
นิโคโล ซาโวนา ไม่พร้อมลงเล่นเนื่องจากอาการบาดเจ็บเข่า ส่วน มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ มีปัญหาบริเวณเข่า และ ไรอัน เยตส์ มีอาการบาดเจ็บ โดยทั้งสองคนยังอยู่ในสถานะต้องตรวจสอบความพร้อม
กรณีของกิ๊บบ์ส-ไวท์มีผลต่อแนวทางการเล่นโดยตรง เนื่องจากเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในการเชื่อมแดนกลางเข้ากับแนวรุก หากไม่สามารถลงสนามได้ ฟอเรสต์จะต้องพึ่ง เจมส์ แม็คอาตี ในการสร้างเกมมากขึ้น
คาดการณ์ 11 ตัวจริง
ระบบ : 3-4-2-1
GK
26 มัตซ์ เซลส์
DEF
5 มูริลโล
31 นิโคลา มิเลนโควิช
23 จาอีร์ กุนญา
MID
34 โอลา ไอนา
24 เจมส์ แม็คอาตี
6 อิบราฮิม ซ็องกาเร
3 เนโก วิลเลียมส์
ATT
14 ดาน เอ็นดอย
15 อาร์โนด์ คาลิมูเอนโด
11 อิกอร์ เชซุส
นักเตะที่น่าจับตา
ดาน เอ็นดอย
ความเร็วและการพาบอลของเอ็นดอยเหมาะกับเกมที่ฟอเรสต์อาจมีพื้นที่เล่นสวนกลับ โดยเฉพาะบริเวณด้านหลังฟูลแบ็กของลิเวอร์พูล
เจมส์ แม็คอาตี
หากกิ๊บบ์ส-ไวท์ไม่พร้อม แม็คอาตีจะมีภาระมากขึ้นในการพาบอลจากแดนกลางและหาช่องจ่ายเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย
อิกอร์ เชซุส
มีแนวโน้มเป็นกองหน้าตัวเป้า หน้าที่สำคัญคือพักบอลให้เพื่อนเติมขึ้นมาและใช้โอกาสในกรอบเขตโทษ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟอเรสต์ยังทำได้ไม่ดีในสองเกมทางการล่าสุด
จุดแข็ง
- ระบบสามเซ็นเตอร์ช่วยเพิ่มจำนวนผู้เล่นในพื้นที่ป้องกัน
- มีผู้เล่นเร็วสำหรับเล่นเกมเปลี่ยนจังหวะ
- มิเลนโควิชและมูริลโลแข็งแกร่งในการปะทะ
- ไอนาและวิลเลียมส์สามารถเพิ่มความกว้างจากตำแหน่งวิงแบ็ก
- มีผลงาน H2H ที่ดีในการมาเล่นที่ Anfield ช่วงสองฤดูกาลล่าสุด
จุดอ่อน
- ยังยิงไม่ได้จากสองเกมทางการแรก
- ยิงตรงกรอบเพียง 2 ครั้งในเกมพรีเมียร์ลีกกับลีดส์
- กิ๊บบ์ส-ไวท์ยังไม่ยืนยันความพร้อม
- แพ้สองเกมติดต่อกันก่อนเดินทางมา Anfield
- ประสิทธิภาพการเปลี่ยนการครองบอลเป็นโอกาสในพื้นที่สุดท้ายยังต่ำ
จุดชี้ขาดของเกม
- พื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กของลิเวอร์พูล
ฟริมปงและเคอร์เคซมีแนวโน้มดันตำแหน่งขึ้นสูงเพื่อช่วยสร้างเกม หากลิเวอร์พูลเสียบอลในพื้นที่กลางสนาม ช่องด้านหลังทั้งสองฝั่งอาจเปิดให้ เอ็นดอย, ไอนา หรือ วิลเลียมส์ ใช้ความเร็วเล่นสวนกลับ
- การเจาะแนวรับสามเซ็นเตอร์ของฟอเรสต์
หากทีมเยือนถอยลงเป็น 5-4-1 ลิเวอร์พูลจะต้องเจอกับพื้นที่ตรงกลางที่ค่อนข้างแคบ เวียร์ตซ์และโซโบสไลจึงต้องเคลื่อนที่หาช่องระหว่างไลน์และพยายามดึงเซ็นเตอร์ออกจากตำแหน่ง
- ประสิทธิภาพการจบสกอร์ของฟอเรสต์
การยิงไม่ได้สองเกมติดเป็นข้อมูลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ฟอเรสต์อาจไม่ได้สร้างโอกาสจำนวนมากใน Anfield ดังนั้นโอกาสที่เกิดขึ้นจะต้องถูกใช้ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเกมที่ผ่านมา
- ลูกตั้งเตะ
ลิเวอร์พูลมีโซโบสไลเป็นผู้เล่นที่สามารถสร้างโอกาสทั้งจากฟรีคิกและลูกเปิด ขณะที่ฟอเรสต์มีผู้เล่นรูปร่างสูงอย่าง มิเลนโควิช และ มูริลโล ซึ่งสามารถสร้างปัญหาในลูกกลางอากาศได้เช่นกัน
วิเคราะห์รูปเกม
ลิเวอร์พูลมีแนวโน้มเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่าและพยายามขึ้นเกมผ่าน กราเฟนแบร์ค กับ โซโบสไล ก่อนกระจายบอลออกด้านข้างหรือหา เวียร์ตซ์ ระหว่างแนวรับของคู่แข่ง ฟริมปงและเคอร์เคซน่าจะดันสูงเพื่อบีบแนวรับฟอเรสต์ให้ถอยลึก ขณะที่อิซัคจะพยายามเคลื่อนที่สลับระหว่างการยืนหน้าเซ็นเตอร์กับการออกไปรับบอลในช่องด้านข้าง
ฟอเรสต์มีแนวโน้มลดแนวรับลงเป็นห้าคนเมื่อไม่มีบอล และรอจังหวะให้ลิเวอร์พูลดันผู้เล่นขึ้นสูง ก่อนใช้ความเร็วจากเอ็นดอยและวิงแบ็กโจมตีพื้นที่ว่าง หากสามารถผ่านการเพรสระยะแรกของเจ้าบ้านได้ เกมสวนกลับอาจเป็นช่องทางที่สร้างปัญหาให้ลิเวอร์พูลได้มากที่สุด
บริเวณที่มีผลต่อเกมอย่างมากคือพื้นที่ระหว่างกองกลางกับแนวรับของฟอเรสต์ หากซ็องกาเรและแม็คอาตีปิด เวียร์ตซ์ กับ โซโบสไล ไม่ได้ ลิเวอร์พูลจะมีโอกาสสร้างสถานการณ์ 3 ต่อ 3 หรือ 4 ต่อ 4 ใกล้กรอบเขตโทษได้บ่อย แต่ในทางกลับกัน หากฟอเรสต์บีบพื้นที่ตรงนี้ได้ การโจมตีของเจ้าบ้านอาจถูกบังคับให้ออกริมเส้นและต้องพึ่งการเปิดบอลมากขึ้น
การคาดการณ์และทิศทางของเกม
ความได้เปรียบก่อนเกม
ลิเวอร์พูลมีความได้เปรียบจากการเล่นที่ Anfield และคุณภาพเชิงลึกของเกมรุก รวมถึงมีผู้เล่นหลายคนที่สามารถสร้างโอกาสได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะ เวียร์ตซ์, โซโบสไล, กัคโป และ อิซัค
อย่างไรก็ตาม H2H ไม่ได้สนับสนุนภาพที่ลิเวอร์พูลจะควบคุมเกมนี้ได้ง่าย เพราะจาก 5 นัดล่าสุดทั้งสองทีมชนะฝั่งละ 2 ครั้ง และฟอเรสต์สามารถบุกชนะที่ Anfield สองฤดูกาลติดต่อกันในข้อมูลชุดล่าสุด
ตัวเลข 1X2 ที่อัปเดตจากสามแหล่งอยู่ที่ ลิเวอร์พูล 1.52-1.58, เสมอ 4.44-4.62 และฟอเรสต์ 5.40-6.09 ซึ่งสะท้อนว่าตัวเลขประเมินก่อนเกมให้น้ำหนักเจ้าบ้านมากกว่าอย่างชัดเจน แต่สัญลักษณ์การเคลื่อนไหวล่าสุดของทั้งสามแหล่งแสดงราคาลิเวอร์พูลขยับขึ้น ขณะที่ผลเสมอและฟอเรสต์ลดลงเล็กน้อย
การคาดการณ์จำนวนประตู
ลิเวอร์พูลยิงได้ 8 และเสีย 9 จากห้านัดล่าสุด ขณะที่ฟอเรสต์ยิงได้เพียง 4 และยิงไม่ได้ถึงสามเกม ภาพของการแข่งขันจึงขึ้นอยู่กับว่าทีมเยือนจะสามารถใช้พื้นที่สวนกลับได้มีประสิทธิภาพเพียงใด
H2H ห้านัดหลังมีประตูรวมเพียง 8 ลูก หรือเฉลี่ย 1.6 ประตูต่อเกม โดยสามจากห้านัดมีประตูรวมไม่เกินหนึ่งลูก จึงมีข้อมูลรองรับว่าเกมของคู่นี้อาจไม่ได้เปิดแลกกันตลอด 90 นาที แม้แนวโน้มเกมล่าสุดของลิเวอร์พูลจะมีจำนวนประตูค่อนข้างสูงก็ตาม
มุมมองภาพรวม
ลิเวอร์พูลน่าจะเป็นฝ่ายครองเกมมากกว่า แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนการครองบอล หากเป็นคุณภาพของการเจาะแนวรับที่มีผู้เล่นจำนวนมากอยู่หน้ากรอบเขตโทษ
ฟอเรสต์มีโอกาสสร้างปัญหาได้จากเกมเปลี่ยนจังหวะ โดยเฉพาะหากเจ้าบ้านเสียบอลขณะที่ฟูลแบ็กทั้งสองคนอยู่ในตำแหน่งสูง
ความพร้อมของ มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ เป็นอีกตัวแปรสำคัญ เพราะหากลงไม่ได้ ฟอเรสต์จะขาดผู้เล่นที่มีความสามารถรับบอลและเชื่อมเกมในพื้นที่ระหว่างไลน์
ในทางกลับกัน ลิเวอร์พูลเองมีข้อจำกัดด้านแนวรับจากรายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บ ทำให้คุณภาพการป้องกันเกมสวนกลับและความเข้าใจระหว่างคู่เซ็นเตอร์ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตา
คาดการณ์ผลการแข่งขัน
ความน่าจะเป็น
- ลิเวอร์พูล ชนะ 58%
- เสมอ 21%
- นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ ชนะ 21%
สกอร์ที่เป็นไปได้
- ลิเวอร์พูล 2-1 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
- ลิเวอร์พูล 1-1 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
- ลิเวอร์พูล 2-0 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
บทสรุป
ลิเวอร์พูลเข้าสู่เกมนี้ด้วยสถานการณ์ที่ดีกว่าเล็กน้อยจากการมีหนึ่งคะแนนในมือและได้กลับมาเล่นที่ Anfield ขณะที่ศักยภาพของแนวรุกยังเหนือกว่าฟอเรสต์เมื่อมองจากตัวเลือกที่มี อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้านเกมรับและการขาดผู้เล่นหลายรายทำให้เจ้าบ้านยังมีพื้นที่ให้คู่แข่งโจมตี
ฟอเรสต์จำเป็นต้องแก้ปัญหาการสร้างโอกาสหลังยิงไม่ได้สองเกมทางการติดต่อกัน แต่รูปแบบการตั้งรับลึกและสวนกลับสามารถสร้างความลำบากให้ลิเวอร์พูลได้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจาก H2H ที่ฟอเรสต์ทำผลงานใน Anfield ได้ดีมากในสองฤดูกาลล่าสุด หากลิเวอร์พูลควบคุมจังหวะเสียบอลและไม่เปิดพื้นที่หลังแนวรับมากเกินไป คุณภาพของผู้เล่นแนวรุกมีโอกาสสร้างความแตกต่างได้มากกว่า
More Stories
วิเคราะห์ก่อนเกม : คริสตัล พาเลซ พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก 2026/27
ฟูแล่ม 2-3 เชลซี พาลเมอร์นำทัพสิงห์บุกคว้าชัยเกมเปิดพรีเมียร์ลีก
วิเคราะห์ก่อนเกม : ฟูแล่ม พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก 2026/27