28/08/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

วิเคราะห์ก่อนเกม : ลิเวอร์พูล พบ นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ พรีเมียร์ลีก 2026/27

ลิเวอร์พูลเปิด Anfield รับนอตทิงแฮม ฟอเรสต์ในพรีเมียร์ลีก Round 2 หลังเจ้าบ้านเสมอนิวคาสเซิล 2-2 ส่วนฟอเรสต์แพ้สองเกมทางการติด วิเคราะห์ฟอร์ม H2H ความพร้อม แผนการเล่น และจุดสำคัญก่อนเกม
วิเคราะห์ก่อนเกม : ลิเวอร์พูล พบ นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ พรีเมียร์ลีก 2026/27

ลิเวอร์พูลเตรียมกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกนัดแรกของฤดูกาลที่ Anfield รับการมาเยือนของ นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ ในการแข่งขัน Round 2 วันที่ 29 สิงหาคม 2026 หลังจากเกมเปิดฤดูกาลของ “หงส์แดง” จบด้วยการบุกเสมอ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 ขณะที่ฟอเรสต์เริ่มต้นลีกด้วยความพ่ายแพ้ต่อ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-1

สถานการณ์ของทั้งสองทีมทำให้เกมนี้มีความสำคัญตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล ลิเวอร์พูลต้องการชัยชนะนัดแรกเพื่อไม่ให้เสียระยะจากกลุ่มหัวตาราง ขณะที่ฟอเรสต์กำลังมองหาทั้งคะแนนแรกและประตูแรกในเกมทางการ หลังจากแพ้ลีดส์สองเกมติดต่อกันทั้งในพรีเมียร์ลีกและ EFL Cup

ข้อมูลการแข่งขัน

  • รายการ : พรีเมียร์ลีก 2026/27
  • รอบการแข่งขัน : รอบ 2
  • วันแข่งขัน : 29 สิงหาคม 2026
  • เวลาแข่งขัน : 18:30 น.
  • สนามแข่งขัน : Anfield
  • เมือง : Liverpool
  • ประเทศ : England
  • ถ่ายทอดสด : MONOMAX

สถานการณ์ก่อนเกม

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลมี 1 คะแนนจากการแข่งขันหนึ่งนัด หลังเสมอ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 ที่ St. James’ Park เกมดังกล่าวทีมต้องตามหลังถึงสองครั้ง ก่อน โคดี กัคโป และ โดมินิก โซโบสไล ช่วยกันทำประตูพาทีมกลับมาแบ่งคะแนน โดยประตูของโซโบสไลเกิดจากจุดโทษในช่วงทดเวลานาที 90+9

แม้จะยังไม่แพ้ในลีก แต่ภาพรวมเกมรับยังมีพื้นที่ที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนจากเกมรุกกลับมาเล่นเกมรับ เมื่อแนวรับดันสูงและพื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กเปิดให้คู่แข่งโจมตี

นอตทิงแฮม ฟอเรสต์

ฟอเรสต์ยังไม่มีคะแนนจากพรีเมียร์ลีก หลังเปิดฤดูกาลด้วยการแพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-1 ก่อนที่อีกสี่วันถัดมาจะพบลีดส์อีกครั้งใน EFL Cup และแพ้ 0-2

จุดที่ชัดเจนคือปัญหาในพื้นที่สุดท้าย ฟอเรสต์ยังไม่สามารถทำประตูได้จากสองเกมทางการแรกของฤดูกาล และในเกมลีกกับลีดส์ แม้ครองบอลมากกว่า แต่มีจังหวะยิงตรงกรอบเพียง 2 ครั้ง

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด

ลิเวอร์พูล

  • ชนะ : 1
  • เสมอ : 2
  • แพ้ : 2
  • ยิงได้ : 8
  • เสีย : 9
  • คลีนชีต : 2
  • ยิงไม่ได้ : 1

ผลงานล่าสุด 5 นัด

  • 23.08.2026 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
  • 17.08.2026 ลิเวอร์พูล 2-0 โคโม (กระชับมิตร)
  • 16.08.2026 ลิเวอร์พูล 0-0 โคโม (กระชับมิตร)
  • 09.08.2026 ลิเวอร์พูล 2-3 โมนาโก (กระชับมิตร)
  • 03.08.2026 ลิเวอร์พูล 2-4 ลีดส์ ยูไนเต็ด (PLS)

ตัวเลขสะท้อนว่าลิเวอร์พูลยังอยู่ในช่วงปรับสมดุลของทีม เกมรุกยิงได้ 4 จาก 5 นัด แต่แนวรับเสียอย่างน้อยสองประตูถึง 3 เกม อย่างไรก็ตาม ผลงานสามนัดล่าสุดดีขึ้นในแง่ผลการแข่งขัน โดยไม่แพ้เลยในช่วงดังกล่าว

นอตทิงแฮม ฟอเรสต์

  • ชนะ : 2
  • เสมอ : 0
  • แพ้ : 3
  • ยิงได้ : 4
  • เสีย : 5
  • คลีนชีต : 1
  • ยิงไม่ได้ : 3

ผลงานล่าสุด 5 นัด

  • 26.08.2026 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 0-2 ลีดส์ ยูไนเต็ด (EFL Cup)
  • 22.08.2026 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 0-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
  • 16.08.2026 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 2-0 แบรสต์ (กระชับมิตร)
  • 13.08.2026 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 2-1 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (กระชับมิตร)
  • 09.08.2026 บาร์เซโลนา 1-0 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ (กระชับมิตร)

ฟอเรสต์เคยมีช่วงที่เกมรุกทำงานได้ดีด้วยการชนะ เลเวอร์คูเซน และ แบรสต์ ติดต่อกัน แต่เมื่อเข้าสู่การแข่งขันทางการ ประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้ายลดลงอย่างชัดเจน และทีมยิงไม่ได้สองเกมติดต่อกัน

สถิติการพบกัน (H2H)

ผลการพบกัน 5 นัดล่าสุด

  • 22.02.2026 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 0-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
  • 22.11.2025 ลิเวอร์พูล 0-3 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ (พรีเมียร์ลีก)
  • 15.01.2025 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 1-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
  • 14.09.2024 ลิเวอร์พูล 0-1 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ (พรีเมียร์ลีก)
  • 02.03.2024 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 0-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)

สรุป

ลิเวอร์พูลชนะ 2 นัด เสมอ 1 และฟอเรสต์ชนะ 2 นัดจากการพบกันห้าครั้งล่าสุด โดยลิเวอร์พูลยิงรวม 3 ประตู ขณะที่ฟอเรสต์ทำได้ 5 ประตู ค่าเฉลี่ยประตูรวมอยู่ที่ 1.6 ประตูต่อเกม

สิ่งที่น่าสนใจคือการเล่นที่ Anfield ไม่ได้ทำให้ลิเวอร์พูลได้เปรียบฟอเรสต์ในช่วงหลัง เพราะฟอเรสต์บุกชนะที่สนามแห่งนี้สองครั้งติดต่อกันจากสองฤดูกาลล่าสุดในชุดข้อมูล โดยชนะ 1-0 เมื่อเดือนกันยายน 2024 และ 3-0 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025

นั่นทำให้ข้อมูล H2H ของคู่นี้มีน้ำหนักมากกว่าการดูชื่อชั้นของทั้งสองทีมเพียงอย่างเดียว

ความพร้อมของทีมเหย้า ลิเวอร์พูล

ข่าวทีม

ลิเวอร์พูลมีผู้เล่นไม่พร้อมหลายราย โดย คอเนอร์ แบรดลีย์ มีอาการบาดเจ็บเข่า, เฟเดริโก เคียซา มีปัญหาบริเวณหลัง, อูโก เอกิติเก มีอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย และ จิโอวานนี เลโอนี มีอาการบาดเจ็บเข่า

ส่วน โจ โกเมซ ยังอยู่ในกลุ่มที่ต้องตรวจสอบความฟิตก่อนการแข่งขัน

การขาดผู้เล่นในแนวรับหลายตำแหน่งทำให้ตัวเลือกของลิเวอร์พูลลดลง โดยเฉพาะฝั่งขวาและเซ็นเตอร์แบ็ก ซึ่งมีแนวโน้มทำให้ เฌเรมี ชาเกต์ ได้รับโอกาสออกสตาร์ตคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

ระบบ : 4-2-3-1

GK

1 อลิสซอน

DEF

30 เจเรมี ฟริมปง
5 เฌเรมี ชาเกต์
4 เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค
6 มิลอส เคอร์เคซ

MID

8 โดมินิก โซโบสไล
38 ไรอัน กราเฟนแบร์ค

ATT

73 ริโอ เอ็นกูโมฮา
7 โฟลเรียน เวียร์ตซ์
18 โคดี กัคโป
9 อเล็กซานเดอร์ อิซัค

นักเตะที่น่าจับตา

โดมินิก โซโบสไล

เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างได้ทั้งจากเกมเปิดและลูกตั้งเตะ เกมล่าสุดกับนิวคาสเซิลเป็นผู้รับหน้าที่ยิงจุดโทษช่วงทดเวลา 90+9 และยังมีความสามารถยิงจากนอกกรอบรวมถึงฟรีคิกโดยตรง

โฟลเรียน เวียร์ตซ์

บทบาทหลักอยู่ที่การรับบอลระหว่างแนวกองกลางกับกองหลังของคู่แข่ง ความคล่องตัวและความสามารถในการจ่ายบอลในพื้นที่แคบมีความสำคัญอย่างมาก หากฟอเรสต์ตั้งรับด้วยแนวห้าคน

อเล็กซานเดอร์ อิซัค

เมื่อ เอกิติเก ไม่พร้อม อิซัคมีแนวโน้มรับบทหน้าเป้าหลัก จุดแข็งอยู่ที่การเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่ง การโจมตีพื้นที่หลังเซ็นเตอร์แบ็ก และความสามารถในการจบสกอร์ทั้งในและนอกกรอบ

จุดแข็ง

  • มีตัวเลือกเกมรุกที่สามารถสลับตำแหน่งกันได้หลายคน
  • เวียร์ตซ์และโซโบสไลสามารถสร้างเกมระหว่างไลน์
  • อิซัคมีความเร็วและการเคลื่อนที่โจมตีพื้นที่หลังแนวรับ
  • โซโบสไลสร้างความอันตรายจากลูกตั้งเตะ
  • การเล่นที่ Anfield เพิ่มความได้เปรียบในแง่การควบคุมจังหวะและกดดันคู่แข่ง

จุดอ่อน

  • เสีย 9 ประตูจาก 5 นัดล่าสุด
  • มีพื้นที่ด้านหลังแนวรับเมื่อฟูลแบ็กเติมสูง
  • การป้องกันช่วงเปลี่ยนจากรุกเป็นรับยังไม่สมบูรณ์
  • ตัวเลือกแนวรับลดลงจากอาการบาดเจ็บหลายราย
  • อิซัคและแนวรุกชุดใหม่ยังต้องพัฒนาความเข้าใจในการเล่นร่วมกัน

ความพร้อมของทีมเยือน นอตทิงแฮม ฟอเรสต์

ข่าวทีม

นิโคโล ซาโวนา ไม่พร้อมลงเล่นเนื่องจากอาการบาดเจ็บเข่า ส่วน มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ มีปัญหาบริเวณเข่า และ ไรอัน เยตส์ มีอาการบาดเจ็บ โดยทั้งสองคนยังอยู่ในสถานะต้องตรวจสอบความพร้อม

กรณีของกิ๊บบ์ส-ไวท์มีผลต่อแนวทางการเล่นโดยตรง เนื่องจากเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในการเชื่อมแดนกลางเข้ากับแนวรุก หากไม่สามารถลงสนามได้ ฟอเรสต์จะต้องพึ่ง เจมส์ แม็คอาตี ในการสร้างเกมมากขึ้น

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

ระบบ : 3-4-2-1

GK

26 มัตซ์ เซลส์

DEF

5 มูริลโล
31 นิโคลา มิเลนโควิช
23 จาอีร์ กุนญา

MID

34 โอลา ไอนา
24 เจมส์ แม็คอาตี
6 อิบราฮิม ซ็องกาเร
3 เนโก วิลเลียมส์

ATT

14 ดาน เอ็นดอย
15 อาร์โนด์ คาลิมูเอนโด
11 อิกอร์ เชซุส

นักเตะที่น่าจับตา

ดาน เอ็นดอย

ความเร็วและการพาบอลของเอ็นดอยเหมาะกับเกมที่ฟอเรสต์อาจมีพื้นที่เล่นสวนกลับ โดยเฉพาะบริเวณด้านหลังฟูลแบ็กของลิเวอร์พูล

เจมส์ แม็คอาตี

หากกิ๊บบ์ส-ไวท์ไม่พร้อม แม็คอาตีจะมีภาระมากขึ้นในการพาบอลจากแดนกลางและหาช่องจ่ายเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย

อิกอร์ เชซุส

มีแนวโน้มเป็นกองหน้าตัวเป้า หน้าที่สำคัญคือพักบอลให้เพื่อนเติมขึ้นมาและใช้โอกาสในกรอบเขตโทษ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟอเรสต์ยังทำได้ไม่ดีในสองเกมทางการล่าสุด

จุดแข็ง

  • ระบบสามเซ็นเตอร์ช่วยเพิ่มจำนวนผู้เล่นในพื้นที่ป้องกัน
  • มีผู้เล่นเร็วสำหรับเล่นเกมเปลี่ยนจังหวะ
  • มิเลนโควิชและมูริลโลแข็งแกร่งในการปะทะ
  • ไอนาและวิลเลียมส์สามารถเพิ่มความกว้างจากตำแหน่งวิงแบ็ก
  • มีผลงาน H2H ที่ดีในการมาเล่นที่ Anfield ช่วงสองฤดูกาลล่าสุด

จุดอ่อน

  • ยังยิงไม่ได้จากสองเกมทางการแรก
  • ยิงตรงกรอบเพียง 2 ครั้งในเกมพรีเมียร์ลีกกับลีดส์
  • กิ๊บบ์ส-ไวท์ยังไม่ยืนยันความพร้อม
  • แพ้สองเกมติดต่อกันก่อนเดินทางมา Anfield
  • ประสิทธิภาพการเปลี่ยนการครองบอลเป็นโอกาสในพื้นที่สุดท้ายยังต่ำ

จุดชี้ขาดของเกม

  1. พื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กของลิเวอร์พูล

ฟริมปงและเคอร์เคซมีแนวโน้มดันตำแหน่งขึ้นสูงเพื่อช่วยสร้างเกม หากลิเวอร์พูลเสียบอลในพื้นที่กลางสนาม ช่องด้านหลังทั้งสองฝั่งอาจเปิดให้ เอ็นดอย, ไอนา หรือ วิลเลียมส์ ใช้ความเร็วเล่นสวนกลับ

  1. การเจาะแนวรับสามเซ็นเตอร์ของฟอเรสต์

หากทีมเยือนถอยลงเป็น 5-4-1 ลิเวอร์พูลจะต้องเจอกับพื้นที่ตรงกลางที่ค่อนข้างแคบ เวียร์ตซ์และโซโบสไลจึงต้องเคลื่อนที่หาช่องระหว่างไลน์และพยายามดึงเซ็นเตอร์ออกจากตำแหน่ง

  1. ประสิทธิภาพการจบสกอร์ของฟอเรสต์

การยิงไม่ได้สองเกมติดเป็นข้อมูลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ฟอเรสต์อาจไม่ได้สร้างโอกาสจำนวนมากใน Anfield ดังนั้นโอกาสที่เกิดขึ้นจะต้องถูกใช้ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเกมที่ผ่านมา

  1. ลูกตั้งเตะ

ลิเวอร์พูลมีโซโบสไลเป็นผู้เล่นที่สามารถสร้างโอกาสทั้งจากฟรีคิกและลูกเปิด ขณะที่ฟอเรสต์มีผู้เล่นรูปร่างสูงอย่าง มิเลนโควิช และ มูริลโล ซึ่งสามารถสร้างปัญหาในลูกกลางอากาศได้เช่นกัน

วิเคราะห์รูปเกม

ลิเวอร์พูลมีแนวโน้มเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่าและพยายามขึ้นเกมผ่าน กราเฟนแบร์ค กับ โซโบสไล ก่อนกระจายบอลออกด้านข้างหรือหา เวียร์ตซ์ ระหว่างแนวรับของคู่แข่ง ฟริมปงและเคอร์เคซน่าจะดันสูงเพื่อบีบแนวรับฟอเรสต์ให้ถอยลึก ขณะที่อิซัคจะพยายามเคลื่อนที่สลับระหว่างการยืนหน้าเซ็นเตอร์กับการออกไปรับบอลในช่องด้านข้าง

ฟอเรสต์มีแนวโน้มลดแนวรับลงเป็นห้าคนเมื่อไม่มีบอล และรอจังหวะให้ลิเวอร์พูลดันผู้เล่นขึ้นสูง ก่อนใช้ความเร็วจากเอ็นดอยและวิงแบ็กโจมตีพื้นที่ว่าง หากสามารถผ่านการเพรสระยะแรกของเจ้าบ้านได้ เกมสวนกลับอาจเป็นช่องทางที่สร้างปัญหาให้ลิเวอร์พูลได้มากที่สุด

บริเวณที่มีผลต่อเกมอย่างมากคือพื้นที่ระหว่างกองกลางกับแนวรับของฟอเรสต์ หากซ็องกาเรและแม็คอาตีปิด เวียร์ตซ์ กับ โซโบสไล ไม่ได้ ลิเวอร์พูลจะมีโอกาสสร้างสถานการณ์ 3 ต่อ 3 หรือ 4 ต่อ 4 ใกล้กรอบเขตโทษได้บ่อย แต่ในทางกลับกัน หากฟอเรสต์บีบพื้นที่ตรงนี้ได้ การโจมตีของเจ้าบ้านอาจถูกบังคับให้ออกริมเส้นและต้องพึ่งการเปิดบอลมากขึ้น

การคาดการณ์และทิศทางของเกม

ความได้เปรียบก่อนเกม

ลิเวอร์พูลมีความได้เปรียบจากการเล่นที่ Anfield และคุณภาพเชิงลึกของเกมรุก รวมถึงมีผู้เล่นหลายคนที่สามารถสร้างโอกาสได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะ เวียร์ตซ์, โซโบสไล, กัคโป และ อิซัค

อย่างไรก็ตาม H2H ไม่ได้สนับสนุนภาพที่ลิเวอร์พูลจะควบคุมเกมนี้ได้ง่าย เพราะจาก 5 นัดล่าสุดทั้งสองทีมชนะฝั่งละ 2 ครั้ง และฟอเรสต์สามารถบุกชนะที่ Anfield สองฤดูกาลติดต่อกันในข้อมูลชุดล่าสุด

ตัวเลข 1X2 ที่อัปเดตจากสามแหล่งอยู่ที่ ลิเวอร์พูล 1.52-1.58, เสมอ 4.44-4.62 และฟอเรสต์ 5.40-6.09 ซึ่งสะท้อนว่าตัวเลขประเมินก่อนเกมให้น้ำหนักเจ้าบ้านมากกว่าอย่างชัดเจน แต่สัญลักษณ์การเคลื่อนไหวล่าสุดของทั้งสามแหล่งแสดงราคาลิเวอร์พูลขยับขึ้น ขณะที่ผลเสมอและฟอเรสต์ลดลงเล็กน้อย

การคาดการณ์จำนวนประตู

ลิเวอร์พูลยิงได้ 8 และเสีย 9 จากห้านัดล่าสุด ขณะที่ฟอเรสต์ยิงได้เพียง 4 และยิงไม่ได้ถึงสามเกม ภาพของการแข่งขันจึงขึ้นอยู่กับว่าทีมเยือนจะสามารถใช้พื้นที่สวนกลับได้มีประสิทธิภาพเพียงใด

H2H ห้านัดหลังมีประตูรวมเพียง 8 ลูก หรือเฉลี่ย 1.6 ประตูต่อเกม โดยสามจากห้านัดมีประตูรวมไม่เกินหนึ่งลูก จึงมีข้อมูลรองรับว่าเกมของคู่นี้อาจไม่ได้เปิดแลกกันตลอด 90 นาที แม้แนวโน้มเกมล่าสุดของลิเวอร์พูลจะมีจำนวนประตูค่อนข้างสูงก็ตาม

มุมมองภาพรวม

ลิเวอร์พูลน่าจะเป็นฝ่ายครองเกมมากกว่า แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนการครองบอล หากเป็นคุณภาพของการเจาะแนวรับที่มีผู้เล่นจำนวนมากอยู่หน้ากรอบเขตโทษ

ฟอเรสต์มีโอกาสสร้างปัญหาได้จากเกมเปลี่ยนจังหวะ โดยเฉพาะหากเจ้าบ้านเสียบอลขณะที่ฟูลแบ็กทั้งสองคนอยู่ในตำแหน่งสูง

ความพร้อมของ มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ เป็นอีกตัวแปรสำคัญ เพราะหากลงไม่ได้ ฟอเรสต์จะขาดผู้เล่นที่มีความสามารถรับบอลและเชื่อมเกมในพื้นที่ระหว่างไลน์

ในทางกลับกัน ลิเวอร์พูลเองมีข้อจำกัดด้านแนวรับจากรายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บ ทำให้คุณภาพการป้องกันเกมสวนกลับและความเข้าใจระหว่างคู่เซ็นเตอร์ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตา

คาดการณ์ผลการแข่งขัน

ความน่าจะเป็น

  • ลิเวอร์พูล ชนะ 58%
  • เสมอ 21%
  • นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ ชนะ 21%

สกอร์ที่เป็นไปได้

  • ลิเวอร์พูล 2-1 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
  • ลิเวอร์พูล 1-1 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์
  • ลิเวอร์พูล 2-0 นอตทิงแฮม ฟอเรสต์

บทสรุป

ลิเวอร์พูลเข้าสู่เกมนี้ด้วยสถานการณ์ที่ดีกว่าเล็กน้อยจากการมีหนึ่งคะแนนในมือและได้กลับมาเล่นที่ Anfield ขณะที่ศักยภาพของแนวรุกยังเหนือกว่าฟอเรสต์เมื่อมองจากตัวเลือกที่มี อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้านเกมรับและการขาดผู้เล่นหลายรายทำให้เจ้าบ้านยังมีพื้นที่ให้คู่แข่งโจมตี

ฟอเรสต์จำเป็นต้องแก้ปัญหาการสร้างโอกาสหลังยิงไม่ได้สองเกมทางการติดต่อกัน แต่รูปแบบการตั้งรับลึกและสวนกลับสามารถสร้างความลำบากให้ลิเวอร์พูลได้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจาก H2H ที่ฟอเรสต์ทำผลงานใน Anfield ได้ดีมากในสองฤดูกาลล่าสุด หากลิเวอร์พูลควบคุมจังหวะเสียบอลและไม่เปิดพื้นที่หลังแนวรับมากเกินไป คุณภาพของผู้เล่นแนวรุกมีโอกาสสร้างความแตกต่างได้มากกว่า