02/09/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย รายชื่อทีมและวันแข่งขันครบทุกคู่

โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย รายชื่อทีมและวันแข่งขันครบทุกคู่

ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายอย่างเป็นทางการ หลังจบรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่เต็มไปด้วยผลการแข่งขันสำคัญ หลายคู่ต้องตัดสินกันด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ตั้งแต่การดวลจุดโทษ การยิงประตูช่วงท้ายเกม ไปจนถึงเกมที่ลากยาวถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ รอบนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของทัวร์นาเมนต์ เพราะทุกทีมที่เหลืออยู่ต่างเข้าใกล้เส้นทางสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายมากขึ้น และไม่มีพื้นที่ให้แก้ตัวอีกต่อไป

โปรแกรมรอบ 16 ทีมสุดท้ายครั้งนี้มีทั้งทีมใหญ่จากยุโรปและอเมริกาใต้ ทีมเจ้าภาพร่วมที่ยังอยู่ในเส้นทาง รวมถึงทีมที่สร้างผลงานโดดเด่นจากรอบก่อนหน้า โดยคู่ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ได้แก่ โปรตุเกส พบ สเปน, เม็กซิโก พบ อังกฤษ, แคนาดา พบ โมร็อกโก และ อาร์เจนตินา พบ อียิปต์ ซึ่งแต่ละเกมไม่ได้มีผลเฉพาะการเข้ารอบเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมของเส้นทางลุ้นแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 อย่างชัดเจน

โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

แคนาดา พบ โมร็อกโก

วันที่แข่งขัน : 5 กรกฎาคม 2026
เวลาแข่งขัน : 00.00 น.
ถ่ายทอดสด : Monomax Sports

แคนาดาผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะเจ้าภาพร่วมเพียงชาติเดียวที่ยังอยู่ในเส้นทาง หลังเฉือนชนะ แอฟริกาใต้ ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ส่วนโมร็อกโกเข้ารอบมาด้วยเกมที่ต้องใช้ความอดทนสูง หลังเอาชนะ เนเธอร์แลนด์ จากการดวลจุดโทษ ภายหลังตามตีเสมอได้ในช่วงท้ายเกม ทำให้คู่นี้น่าสนใจตรงการเจอกันของทีมที่ได้แรงหนุนจากบรรยากาศเจ้าภาพ กับทีมที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถยืนระยะในเกมกดดันได้ดี

ปารากวัย พบ ฝรั่งเศส

วันที่แข่งขัน : 5 กรกฎาคม 2026
เวลาแข่งขัน : 04.00 น.

ปารากวัยกลายเป็นหนึ่งในทีมที่สร้างแรงสั่นสะเทือนของรอบน็อกเอาต์ หลังเขี่ย เยอรมนี ตกรอบด้วยการดวลจุดโทษ ทั้งที่เส้นทางก่อนหน้านี้เริ่มต้นไม่สวยจากการแพ้ สหรัฐอเมริกา 1-4 ในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ทีมจากอเมริกาใต้ยกระดับเกมรับและวินัยของทีมขึ้นมาได้ชัดเจน ขณะที่ฝรั่งเศสผ่าน สวีเดน มาอย่างมั่นใจ และยังถูกมองเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นได้สม่ำเสมอที่สุดของทัวร์นาเมนต์ เกมนี้จึงเป็นบททดสอบว่าความแน่นของปารากวัยจะต้านคุณภาพและความต่อเนื่องของฝรั่งเศสได้มากแค่ไหน 

บราซิล พบ นอร์เวย์

วันที่แข่งขัน : 6 กรกฎาคม 2026
เวลาแข่งขัน : 03.00 น.

บราซิลผ่านเข้ารอบมาด้วยการคัมแบ็กเอาชนะ ญี่ปุ่น และยังเดินหน้าตามเป้าหมายการไล่ล่าแชมป์โลกสมัยที่ 6 ภายใต้แรงกดดันตามมาตรฐานทีมใหญ่ แต่นอร์เวย์ไม่ใช่คู่แข่งที่มองข้ามได้ เพราะพวกเขาเอาชนะ ไอวอรีโคสต์ 2-1 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย และมีแกนสำคัญอย่าง Erling Haaland กับ Martin Odegaard ที่ทำให้เกมรุกมีน้ำหนักมากขึ้น อีกประเด็นที่เพิ่มความน่าสนใจคือบราซิลยังไม่เคยชนะนอร์เวย์จากการพบกัน 4 ครั้งก่อนหน้า ทำให้แมตช์นี้ไม่ได้เป็นแค่เกมของชื่อชั้น แต่ยังมีบริบททางสถิติเข้ามาเพิ่มแรงกดดันด้วย 

เม็กซิโก พบ อังกฤษ

วันที่แข่งขัน : 6 กรกฎาคม 2026
เวลาแข่งขัน : 07.00 น.

เม็กซิโกผ่าน เอกวาดอร์ มาได้ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย และยังได้เปรียบจากการเล่นในฐานะเจ้าภาพร่วม โดยเฉพาะบรรยากาศที่สนามเอสตาดิโอ อัซเตกา (Estadio Azteca) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คู่แข่งต้องรับมือทั้งเสียงเชียร์และสภาพแวดล้อมของเม็กซิโกซิตี ส่วนอังกฤษผ่าน ดีอาร์ คองโก มาแบบต้องออกแรงหนักจากชัยชนะ 2-1 และต้องเจอกับโจทย์เพิ่มเติมเรื่องสภาพอากาศกับระดับความสูงของเมืองที่มากกว่า 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้เกมนี้ไม่ได้วัดแค่คุณภาพผู้เล่น แต่รวมถึงการปรับตัวของอังกฤษต่อเงื่อนไขรอบสนามด้วย 

โปรตุเกส พบ สเปน

วันที่แข่งขัน : 7 กรกฎาคม 2026
เวลาแข่งขัน : 02.00 น.

โปรตุเกสผ่าน โครเอเชีย มาได้ด้วยชัยชนะ 2-1 โดย Cristiano Ronaldo ยิงประตูจากจุดโทษ ก่อนที่ Gonçalo Ramos จะโหม่งประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้พวกเขาเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายพร้อมโมเมนตัมสำคัญ ส่วนสเปนผ่าน ออสเตรีย มาได้ตามเป้าหมาย และทำให้คู่นี้กลายเป็นหนึ่งในบิ๊กแมตช์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดของรอบนี้ เพราะเป็นการเจอกันของสองทีมที่มีคุณภาพแดนกลางสูง และต่างมีผู้เล่นที่เปลี่ยนจังหวะเกมได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ 

เบลเยียม พบ สหรัฐอเมริกา

วันที่แข่งขัน : 7 กรกฎาคม 2026
เวลาแข่งขัน : 07.00 น.
ถ่ายทอดสด : Monomax Sports

เบลเยียมเข้ารอบมาด้วยหนึ่งในเกมที่ดราม่าที่สุด หลังพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ เซเนกัล 3-2 ส่วนสหรัฐอเมริกาผ่าน บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0 ซึ่งถูกบันทึกว่าเป็นชัยชนะในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบ 24 ปีของทีมชาติสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เกมนี้สหรัฐฯ ต้องเจอกับโจทย์สำคัญจากการขาด Folarin Balogun ที่โดนใบแดงในรอบก่อนหน้า ทำให้การรับมือเบลเยียมซึ่งมีประสบการณ์ในเกมใหญ่ยังเป็นบททดสอบหนักของเจ้าภาพร่วมรายนี้

อาร์เจนตินา พบ อียิปต์

วันที่แข่งขัน : 7 กรกฎาคม 2026
เวลาแข่งขัน : 23.00 น.
ถ่ายทอดสด : ไทยรัฐ TV 32

อาร์เจนตินาผ่าน กาบูเวร์ดี มาแบบหืดจับด้วยชัยชนะ 3-2 หลังต่อเวลาพิเศษ โดย Lionel Messi มีทั้งประตูและแอสซิสต์ในเกมที่แชมป์เก่าต้องออกแรงมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ ขณะที่อียิปต์สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเอาชนะ ออสเตรเลีย 4-2 ในการดวลจุดโทษ หลังเสมอกัน 1-1 ตลอด 120 นาที นับเป็นชัยชนะในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกครั้งแรกของอียิปต์ ทำให้คู่นี้มีน้ำหนักทั้งในแง่ชื่อชั้นของอาร์เจนตินาและแรงผลักดันของอียิปต์ที่กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสูง

สวิตเซอร์แลนด์ พบ โคลอมเบีย

วันที่แข่งขัน : 8 กรกฎาคม 2026
เวลาแข่งขัน : 03.00 น.
ถ่ายทอดสด : Monomax Sports

สวิตเซอร์แลนด์ผ่าน แอลจีเรีย มาได้ด้วยชัยชนะ 2-0 และเป็นการชนะเกมน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกครั้งแรกของพวกเขานับตั้งแต่ปี 1938 ซึ่งเพิ่มความหมายให้กับเส้นทางครั้งนี้อย่างชัดเจน ส่วนโคลอมเบียเบียดชนะ กานา 1-0 จากประตูของ Jhon Arias ในนาทีที่ 14 และยังรักษาภาพของทีมที่เล่นด้วยความเป็นระบบ มีวินัย และไม่แพ้ใครในทัวร์นาเมนต์นี้ คู่นี้จึงเป็นการวัดกันระหว่างโครงสร้างเกมที่แน่นของสวิตเซอร์แลนด์กับความจัดจ้านและความมั่นใจของโคลอมเบียที่กำลังไหลลื่นขึ้นเรื่อย ๆ

รายชื่อคู่แข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026

วันที่ 5 กรกฎาคม 2026

  • เวลา 00.00 น. – แคนาดา พบ โมร็อกโก
  • เวลา 04.00 น. – ปารากวัย พบ ฝรั่งเศส

วันที่ 6 กรกฎาคม 2026

  • เวลา 03.00 น. – บราซิล พบ นอร์เวย์
  • เวลา 07.00 น. – เม็กซิโก พบ อังกฤษ

วันที่ 7 กรกฎาคม 2026

  • เวลา 02.00 น. – โปรตุเกส พบ สเปน
  • เวลา 07.00 น. – เบลเยียม พบ สหรัฐอเมริกา

คืนวันที่ 7 และ เช้าวันที่ 8 กรกฎาคม 2026

  • เวลา 23.00 น. – อาร์เจนตินา พบ อียิปต์
  • เวลา 03.00 น. – สวิตเซอร์แลนด์ พบ โคลอมเบีย

ภาพรวมรอบ 16 ทีมสุดท้าย

รอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2026 ได้ภาพการแข่งขันที่หลากหลายกว่ารอบน็อกเอาต์หลายครั้งที่ผ่านมา เพราะมีทั้งทีมใหญ่ที่ยังอยู่ครบในเส้นทางลุ้นแชมป์ ทีมเจ้าภาพร่วมที่ผ่านเข้ามาสร้างแรงหนุนในทัวร์นาเมนต์ และทีมที่เพิ่งสร้างผลงานสำคัญจากรอบ 32 ทีมสุดท้าย โดยเฉพาะ ปารากวัย ที่เขี่ย เยอรมนี ตกรอบด้วยการดวลจุดโทษ, โมร็อกโก ที่ผ่าน เนเธอร์แลนด์ จากเกมยืดเยื้อถึงจุดโทษ, รวมถึง อียิปต์ ที่คว้าชัยชนะรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกจากการเอาชนะ ออสเตรเลีย ด้วยการดวลจุดโทษ

บิ๊กแมตช์ของรอบนี้อยู่ที่ โปรตุเกส พบ สเปน ซึ่งเป็นการเจอกันของสองทีมยุโรปที่ผ่านรอบ 32 ทีมสุดท้ายด้วยโมเมนตัมต่างกัน แต่มีคุณภาพผู้เล่นระดับสูงทั้งคู่ ขณะที่ บราซิล พบ นอร์เวย์ ก็เป็นอีกคู่ที่มีบริบทน่าสนใจ เพราะบราซิลยังไม่เคยเอาชนะนอร์เวย์ได้จากการพบกัน 4 ครั้งก่อนหน้า และต้องรับมือเกมรุกที่มี Erling Haaland กับ Martin Odegaard เป็นแกนหลัก ส่วน เม็กซิโก พบ อังกฤษ เพิ่มน้ำหนักจากปัจจัยเจ้าภาพร่วมและการเล่นที่เอสตาดิโอ อัซเตกา ซึ่งทำให้เกมนี้ไม่ได้วัดกันแค่คุณภาพทีม แต่รวมถึงการรับมือสภาพแวดล้อมของอังกฤษด้วย

อีกด้านหนึ่ง รอบนี้ยังมีเรื่องของ “แรงส่ง” จากทีมที่เพิ่งผ่านเกมยากมาได้ เบลเยียมพลิกชนะเซเนกัล 3-2 ก่อนเจอสหรัฐอเมริกาที่ผ่านบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0, อาร์เจนตินาต้องออกแรงหนักกว่าจะชนะกาบูเวร์ดี 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนพบอียิปต์ที่กำลังมั่นใจ และสวิตเซอร์แลนด์ที่ชนะ แอลจีเรีย 2-0 ต้องเจอกับโคลอมเบียซึ่งเฉือนกานา 1-0 จากประตูของ Jhon Arias ภาพรวมจึงทำให้รอบ 16 ทีมสุดท้ายชุดนี้ไม่ได้มีแค่เกมของทีมเต็ง แต่ยังเต็มไปด้วยคู่ที่มีเงื่อนไขเฉพาะของตัวเอง ทั้งประวัติศาสตร์ ผลงานรอบก่อนหน้า และความสามารถในการจัดการเกมกดดัน 

บทสรุป

ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นช่วงที่ภาพของทัวร์นาเมนต์เริ่มชัดขึ้น ทั้งในแง่ทีมเต็งที่ยังเดินหน้าต่อ และทีมที่สร้างแรงกระเพื่อมจากรอบ 32 ทีมสุดท้าย หลายคู่มีบริบทเฉพาะที่ทำให้เกมเปิดกว้างกว่าการดูจากชื่อชั้นเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็น โปรตุเกส พบ สเปน ที่เป็นบิ๊กแมตช์ของรอบ, เม็กซิโก พบ อังกฤษ ที่มีปัจจัยเจ้าภาพร่วมเข้ามาเพิ่มน้ำหนัก หรือ อาร์เจนตินา พบ อียิปต์ ที่เป็นการเจอกันระหว่างทีมแชมป์เก่ากับทีมที่กำลังมีแรงส่งจากผลงานรอบก่อนหน้า

เมื่อเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ลึกขึ้น ทุกทีมต้องจัดการรายละเอียดให้แม่นยำกว่าเดิม ทั้งการเริ่มเกม การรับมือแรงกดดัน การเปลี่ยนตัว และความเฉียบคมในจังหวะสำคัญ โดยเฉพาะทีมที่มีเป้าหมายไปถึงแชมป์ ซึ่งต้องคิดไกลกว่าเกมตรงหน้า เพราะภาระจากโปรแกรมที่ยาวขึ้นทำให้ การบริหารทีมตลอดเส้นทางน็อกเอาต์ กลายเป็นประเด็นสำคัญของฟุตบอลโลก 2026 รอบนี้อย่างชัดเจน