16/06/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

บราซิล เสมอ โมร็อกโก 1-1 แซมบ้าสะดุดเปิดหัว ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม C

บราซิลสะดุดในเกมเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม C หลังเสมอกับโมร็อกโก 1-1 โดยอิสมาเอล ไซบารี ยิงให้โมร็อกโกขึ้นนำ ก่อนวินิซิอุส จูเนียร์ จะซัดตีเสมอ ขณะที่ยาสซีน โบโน โชว์ฟอร์มเซฟหลายครั้งช่วยให้ทีมจากแอฟริกาเก็บแต้มสำคัญได้สำเร็จ
บราซิล เสมอ โมร็อกโก 1-1 แซมบ้าสะดุดเปิดหัว ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม C

การแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม C นัดแรก ระหว่างทีมชาติบราซิล พบกับทีมชาติโมร็อกโก ที่สนามฮาร์ดร็อก สเตเดียม (Hard Rock Stadium) ประเทศสหรัฐอเมริกา จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 หลังทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างสนุกตลอด 90 นาที โดยโมร็อกโกเป็นฝ่ายออกนำก่อน ขณะที่บราซิลตามตีเสมอได้ตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนนในนัดเปิดสนามของกลุ่ม C

แม้บราซิลจะถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งของทัวร์นาเมนต์ แต่โมร็อกโกยังคงแสดงให้เห็นถึงคุณภาพและความแข็งแกร่งจากชุดที่สร้างผลงานโดดเด่นในเวทีโลกช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเกมรับที่มีวินัยและการเล่นสวนกลับที่สร้างปัญหาให้แนวรับบราซิลอยู่ตลอดทั้งเกม

ก่อนการแข่งขัน หลายฝ่ายมองว่าบราซิลมีความได้เปรียบจากคุณภาพผู้เล่นและประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงใน วิเคราะห์ก่อนเกม : บราซิล พบ โมร็อกโก ฟุตบอลโลก 2026 แต่รูปเกมที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าโมร็อกโกยังคงเป็นคู่แข่งที่ประมาทไม่ได้ และมีศักยภาพมากพอที่จะแย่งแต้มจากทีมเต็งของกลุ่มได้สำเร็จ

โมร็อกโกช็อกบราซิลก่อน แต่วินิซิอุสช่วยตีเสมอ

ช่วงต้นเกม โมร็อกโกเป็นฝ่ายเล่นได้อย่างมั่นใจและสร้างโอกาสกดดันแนวรับบราซิลหลายครั้งผ่านการประสานงานของ บราฮิม ดิอาซ, อัชราฟ ฮาคิมี และ อิสมาเอล ไซบารี ก่อนที่นาที 21′ จะได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ บราฮิม ดิอาซ จ่ายบอลให้ ไซบารี หลุดเข้าไปชิพบอลข้ามตัว อลิสซอน เบ็คเกอร์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น

หลังเสียประตู บราซิลเริ่มครองเกมได้มากขึ้นและพยายามเร่งจังหวะเกมรุก ก่อนจะตามตีเสมอได้ในนาที 32′ จากความสามารถเฉพาะตัวของ วินิซิอุส จูเนียร์ ที่ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนยิงเสียบมุมบนอย่างสวยงาม ส่งให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 และจบครึ่งแรกด้วยผลเสมอ

โบโนโชว์ฟอร์มเซฟ ช่วยโมร็อกโกรักษาหนึ่งแต้ม

ครึ่งหลัง บราซิลเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกมากขึ้นและพยายามหาโอกาสขึ้นนำ โดย คาร์โล อันเชล็อตติ ปรับทีมหลายตำแหน่ง ส่ง ฟาบินโญ, มาเธอุส คุนญา และ ลุยซ์ เอ็นริเก ลงมาเพิ่มความสดในเกมรุก ขณะที่โมร็อกโกถอยลงไปรับลึกและรอจังหวะสวนกลับ

โอกาสสำคัญของบราซิลเกิดขึ้นในนาที 52′ เมื่อ อิกอร์ ติอาโก ได้โหม่งเต็มศีรษะ แต่ ยาสซีน โบโน พุ่งปัดเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนที่ ราฟินญา จะมีโอกาสยิงในกรอบเขตโทษช่วงนาที 78′ แต่ยังไม่สามารถส่งบอลผ่านนายด่านโมร็อกโกได้ ทำให้สกอร์ยังคงอยู่ที่ 1-1

อลิสซอนและโบโนต่างเป็นฮีโร่ของทีม

แม้บราซิลจะครองบอลและสร้างแรงกดดันได้มากกว่าในช่วงครึ่งหลัง แต่โมร็อกโกยังคงมีจังหวะสวนกลับที่อันตราย โดยเฉพาะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่ นีล เอล อายนาอุย และ อายูบ อามาอิโมนี ได้โอกาสลุ้นทำประตู แต่ อลิสซอน ยังช่วยเซฟเอาไว้ได้

ฝั่งโมร็อกโก ยาสซีน โบโน เป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของเกม หลังเซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง ช่วยให้ทีมรักษาสกอร์เอาไว้ได้จนจบการแข่งขัน ขณะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ เป็นผู้เล่นแนวรุกที่สร้างอันตรายมากที่สุดของบราซิล และเป็นคนยิงประตูตีเสมอให้ทีมแซมบ้า

สรุปผลการแข่งขัน

ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม C

บราซิล 1-1 โมร็อกโก

ผู้ทำประตู

  • 21′ อิสมาเอล ไซบารี (โมร็อกโก) 0-1
  • 32′ วินิซิอุส จูเนียร์ (บราซิล) 1-1

ใบเหลือง

บราซิล

  • 37′ คาเซมิโร
  • 43′ อิบานเญซ

ข้อมูลการแข่งขัน

  • สนาม : ฮาร์ดร็อก สเตเดียม (Hard Rock Stadium), ไมอามี, สหรัฐอเมริกา
  • ผู้ตัดสิน : สลาฟโก วินชิช (Slavko Vincic)
  • ผู้ชมในสนาม : 80,663 คน

สถิติสำคัญ

  • การครองบอล : บราซิล 48% – 44% โมร็อกโก
  • โอกาสยิง : บราซิล 12 – 14 โมร็อกโก
  • ยิงตรงกรอบ : บราซิล 5 – 4 โมร็อกโก
  • เตะมุม : บราซิล 6 – 0 โมร็อกโก
  • ฟาวล์ : บราซิล 16 – 14 โมร็อกโก
  • ผ่านบอลสำเร็จ : บราซิล 457 – 424 โมร็อกโก

บทสรุป

ผลเสมอ 1-1 ทำให้ทั้งบราซิลและโมร็อกโกแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนนในเกมเปิดสนามกลุ่ม C โดยทีมแซมบ้าอาจรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่สามารถเปลี่ยนความเหนือกว่าในช่วงครึ่งหลังให้กลายเป็นชัยชนะได้ ขณะที่โมร็อกโกแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและวินัยในเกมรับที่ยังคงเป็นจุดเด่นของทีม

สำหรับโมร็อกโก หนึ่งคะแนนจากการพบกับทีมเต็งของกลุ่มอาจกลายเป็นแต้มสำคัญต่อการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ส่วนบราซิลยังต้องเร่งเก็บชัยชนะในเกมถัดไป หากต้องการรักษาเส้นทางสู่การเป็นแชมป์กลุ่มในฟุตบอลโลก 2026