22/06/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

ยามาลเปิดทาง โอยาร์ซาบาลเบิ้ล! สเปนไล่ถล่มซาอุดีอาระเบีย 4-0 ฟุตบอลโลก 2026

สเปนโชว์ฟอร์มแข็งแกร่งเอาชนะซาอุดีอาระเบีย 4-0 จากประตูของลามีน ยามาล มิเกล โอยาร์ซาบาล และการทำเข้าประตูตัวเองของแนวรับคู่แข่ง พร้อมสถิติครองบอล 67% และโอกาสยิง 22 ครั้ง
ยามาลเปิดทาง โอยาร์ซาบาลเบิ้ล! สเปนไล่ถล่มซาอุดีอาระเบีย 4-0 ฟุตบอลโลก 2026

สเปนโชว์ฟอร์มสมราคาเต็งแชมป์ เดินหน้าเก็บสามแต้มสำคัญด้วยการเอาชนะซาอุดีอาระเบีย 4-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม หลังครองเกมเหนือกว่าตลอด 90 นาที ทั้งการครองบอล การสร้างโอกาสยิง และความแม่นยำในการผ่านบอล ส่งผลให้ทัพกระทิงดุขยับเข้าใกล้การผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์มากขึ้น

ก่อนเกมทั้งสองทีมต่างต้องการผลการแข่งขันเพื่อเพิ่มโอกาสลุ้นเข้ารอบ แต่เมื่อเกมเริ่มต้นขึ้น สเปนสามารถคุมจังหวะได้ทั้งหมด และภาพของ วิเคราะห์ก่อนเกม : สเปน พบ ซาอุดีอาระเบีย ฟุตบอลโลก 2026 ก็สะท้อนออกมาอย่างชัดเจน เมื่อเกมรุกที่หลากหลายและการเพรสซิ่งสูงสร้างปัญหาให้แนวรับของซาอุดีอาระเบียตั้งแต่นาทีแรก

สเปนครองเกมตั้งแต่ต้น สร้างความแตกต่างตั้งแต่ครึ่งแรก

สเปนเปิดเกมรุกอย่างดุดันและได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 10 จาก ลามีน ยามาล ก่อนเดินหน้ากดดันต่อเนื่องจน มิเกล โอยาร์ซาบาล ยิงเพิ่มอีกสองประตูในนาทีที่ 21 และ 24 ส่งให้จบครึ่งแรกด้วยความได้เปรียบ 3-0

ตลอด 45 นาทีแรก ซาอุดีอาระเบียแทบไม่มีโอกาสสร้างเกมรุก ขณะที่สเปนต่อบอลได้อย่างแม่นยำและใช้พื้นที่ริมเส้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถควบคุมรูปเกมไว้ได้ทั้งหมด

ยามาลและโอยาร์ซาบาลพาทีมคว้าชัย

ลามีน ยามาล เป็นคนปลดล็อกเกมด้วยการจบสกอร์อย่างเฉียบขาด ขณะที่ มิเกล โอยาร์ซาบาล แสดงให้เห็นถึงการยืนตำแหน่งและการเข้าทำที่ยอดเยี่ยมด้วยการยิงคนเดียวสองประตู กลายเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของการแข่งขัน

ทั้งคู่สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับซาอุดีอาระเบียตลอดทั้งเกม และเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้สเปนสามารถเปลี่ยนการครองเกมให้กลายเป็นสกอร์ที่ขาดลอย

ครึ่งหลังยังเป็นเกมของกระทิงดุ

เริ่มครึ่งหลัง สเปนยังเดินหน้าบุกต่อเนื่อง ก่อนมาได้ประตู 4-0 ในนาทีที่ 49 จากจังหวะที่ ฮัสซัน อัลตัมบัคตี สกัดบอลเข้าประตูตัวเอง ส่งให้เกมแทบหมดความกดดันตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง

ช่วงท้ายเกม เฟร์ราน ตอร์เรส เคยส่งบอลเข้าประตูได้ในนาที 90+2 แต่หลังจาก VAR ตรวจสอบ ผู้ตัดสินตัดสินให้เป็นจังหวะล้ำหน้าและยกเลิกประตูดังกล่าว ทำให้สกอร์สุดท้ายจบลงที่ 4-0

ชัยชนะที่ตอกย้ำความเป็นทีมเต็ง

สเปนคุมเกมได้เหนือกว่าทุกด้าน ทั้งการครองบอล การต่อบอล และการสร้างโอกาสยิง ขณะที่ซาอุดีอาระเบียมีโอกาสยิงเพียงไม่กี่ครั้งและแทบไม่สามารถสร้างความกดดันให้แนวรับคู่แข่งได้

สามคะแนนในเกมนี้ช่วยให้สเปนอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบสำหรับการลุ้นแชมป์กลุ่ม และเพิ่มความมั่นใจก่อนเข้าสู่โปรแกรมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2026

สรุปผลการแข่งขัน

ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม H

สเปน 4-0 ซาอุดีอาระเบีย

ผู้ทำประตู

  • 10′ ลามีน ยามาล
  • 21′ มิเกล โอยาร์ซาบาล
  • 24′ มิเกล โอยาร์ซาบาล
  • 49′ ฮัสซัน อัลตัมบัคตี (ทำเข้าประตูตัวเอง)

ใบเหลือง

  • 30′ ซาเลม อัลดาวซารี
  • 60′ โมฮัมเหม็ด คันโน

ใบแดง

  • ไม่มี

สถิติสำคัญ

  • การครองบอล : 67% – 33%
  • โอกาสยิง : 22 – 3
  • ยิงตรงกรอบ : 8 – 1
  • ใบเหลือง : 0 – 2
  • ใบแดง : 0 – 0
  • เตะมุม : 6 – 1

บทสรุป

สเปนแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการเล่นที่เหนือกว่าตลอดทั้งเกม ด้วยการครองบอลถึง 67% สร้างโอกาสยิง 22 ครั้ง และปล่อยให้ซาอุดีอาระเบียยิงเพียง 3 ครั้งเท่านั้น ความเฉียบคมของ ลามีน ยามาล และ มิเกล โอยาร์ซาบาล กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่พาทีมเก็บชัยชนะอย่างขาดลอย

ผลการแข่งขันนัดนี้ส่งให้สเปนเพิ่มความได้เปรียบในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียต้องเร่งเก็บแต้มในเกมสุดท้าย หากยังต้องการรักษาความหวังในการไปต่อบนเวทีฟุตบอลโลก 2026