21/06/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

เนเธอร์แลนด์ ถล่มสวีเดน 5-1 บร็อบบีย์-กัคโป เหมาคนละสอง พาทีมคว้าชัย ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม F

สรุปผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม F เนเธอร์แลนด์เอาชนะสวีเดน 5-1 จากฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ ไบรอัน บร็อบบีย์ และ โคดี กัคโป เก็บสามคะแนนสำคัญในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
เนเธอร์แลนด์ ถล่มสวีเดน 5-1 บร็อบบีย์-กัคโป เหมาคนละสอง พาทีมคว้าชัยฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม F

ทีมชาติเนเธอร์แลนด์โชว์ฟอร์มดุดันไล่ถล่มสวีเดนขาดลอย 5-1 ในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม F เก็บสามคะแนนสำคัญได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมส่งสัญญาณความพร้อมในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ หลังเป็นฝ่ายคุมเกมได้เหนือกว่าตลอดทั้ง 90 นาที

ก่อนเกมคู่นี้ได้รับการจับตามองว่าอาจเป็นหนึ่งในแมตช์สำคัญของกลุ่ม โดยแฟนบอลจำนวนมากให้ความสนใจกับบทวิเคราะห์ความพร้อมของทั้งสองทีมในบทความ วิเคราะห์ก่อนเกม : เนเธอร์แลนด์ พบ สวีเดน ฟุตบอลโลก 2026 ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น เนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีเป้าหมายเก็บแต้มเพื่อรักษาโอกาสเข้ารอบ แต่เมื่อเกมดำเนินไป เนเธอร์แลนด์แสดงให้เห็นถึงคุณภาพเกมรุกที่เฉียบคมและความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้าย จนสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน

เนเธอร์แลนด์คุมเกมตั้งแต่ต้นและสร้างความได้เปรียบอย่างรวดเร็ว

รูปเกมช่วงต้นเป็นฝั่งเนเธอร์แลนด์ที่เดินเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง ก่อนออกนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 5 จาก ไบรอัน บร็อบบีย์ ที่เข้าชาร์จจ่อ ๆ หลังได้รับบอลจาก โคดี กัคโป จากนั้นทีมอัศวินสีส้มยังคงครองเกมและสร้างโอกาสได้มากกว่า

ความได้เปรียบของเนเธอร์แลนด์เพิ่มขึ้นในนาทีที่ 17 เมื่อ เดนเซล ดุมฟรีส์ ผ่านบอลให้ บร็อบบีย์ หลุดเข้าไปยิงประตูที่สอง ส่งให้สวีเดนต้องเปลี่ยนแผนมาเปิดเกมรุกมากขึ้น ขณะที่ทีมของ โรนัลด์ คูมัน ยังคงเล่นอย่างเป็นระบบและควบคุมจังหวะการแข่งขันได้ทั้งหมด

บร็อบบีย์ และ กัคโป คือหัวใจสำคัญของชัยชนะ

ไบรอัน บร็อบบีย์ เป็นผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนในครึ่งแรก หลังทำคนเดียวสองประตูและสร้างปัญหาให้แนวรับสวีเดนตลอดเวลา ขณะที่ โคดี กัคโป มีส่วนร่วมกับเกมรุกแทบทุกจังหวะสำคัญ ทั้งการแอสซิสต์และการจบสกอร์

กัคโปยิ่งโดดเด่นมากขึ้นในครึ่งหลัง เมื่อยิงเพิ่มอีกสองประตูในนาทีที่ 47 และ 54 ส่งให้สกอร์ขยับเป็น 4-0 ก่อนที่ คราย์เซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ จะมาปิดท้ายด้วยประตูสุดสวยในช่วงท้ายเกม ยืนยันความเหนือชั้นของเนเธอร์แลนด์ในค่ำคืนนี้

ครึ่งหลังสวีเดนพยายามแก้เกมแต่ต้านไม่อยู่

สวีเดนปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นหลายตำแหน่งหลังพักครึ่ง โดยส่ง ลูคัส เบิร์กวัลล์, เบสฟอร์ต เซเนลี และ แอนโธนี เอลังกา ลงมาเพิ่มความสดในเกมรุก หวังกลับมาสู่การแข่งขันให้ได้

แม้จะได้ประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 59 จาก แอนโธนี เอลังกา หลังรับบอลจาก อเล็กซานเดอร์ อิซัค แต่ภาพรวมยังเป็นเนเธอร์แลนด์ที่สร้างโอกาสได้มากกว่า และสามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้สวีเดนกลับเข้าสู่เกมได้สำเร็จ

ช่วงท้ายเกมตอกย้ำความเหนือชั้นของอัศวินสีส้ม

หลังเสียประตูแรก เนเธอร์แลนด์ไม่ได้ลดความเข้มข้นลง กลับเดินหน้าบุกต่อเนื่อง และยังสร้างโอกาสลุ้นประตูได้หลายครั้ง ขณะที่ บาร์ต แฟร์บรุกเกน ก็มีบทบาทสำคัญกับการเซฟลูกยิงของ อเล็กซานเดอร์ อิซัค และผู้เล่นสวีเดนหลายครั้ง

นาทีที่ 89 คราย์เซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ซัดประตูปิดท้ายเป็น 5-1 จากการแอสซิสต์ของ เมมฟิส เดอปาย ส่งให้เนเธอร์แลนด์เก็บชัยชนะอย่างสวยงาม พร้อมสร้างความมั่นใจก่อนโปรแกรมนัดต่อไปในรอบแบ่งกลุ่ม

สรุปผลการแข่งขัน

ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม F

เนเธอร์แลนด์ 5-1 สวีเดน

ผู้ทำประตู

  • 5′ ไบรอัน บร็อบบีย์ 1-0
  • 17′ ไบรอัน บร็อบบีย์ 2-0
  • 47′ โคดี กัคโป 3-0
  • 54′ โคดี กัคโป 4-0
  • 59′ แอนโธนี เอลังกา 4-1
  • 89′ คราย์เซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ 5-1

ใบเหลือง

  • 53′ กาเบรียล กุดมุนด์สสัน (สวีเดน)
  • 75′ ยาซิน อายารี (สวีเดน)
  • 80′ ลูคัส เบิร์กวัลล์ (สวีเดน)

ข้อมูลการแข่งขัน

  • ผู้ตัดสิน : ไมเคิล โอลิเวอร์
  • จำนวนผู้ชม : 68,777 คน

สถิติสำคัญ

  • การครองบอล : เนเธอร์แลนด์ 51% – 49% สวีเดน
  • โอกาสยิง : เนเธอร์แลนด์ 10 – 16 สวีเดน
  • ยิงตรงกรอบ : เนเธอร์แลนด์ 7 – 8 สวีเดน
  • ใบเหลือง : เนเธอร์แลนด์ 0 – 3 สวีเดน
  • ใบแดง : เนเธอร์แลนด์ 0 – 0 สวีเดน
  • เตะมุม : เนเธอร์แลนด์ 2 – 5 สวีเดน

บทสรุป

ผลการแข่งขันนัดนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพเกมรุกของเนเธอร์แลนด์ที่มีความหลากหลายและเด็ดขาดกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการประสานงานของ บร็อบบีย์, กัคโป และ ดุมฟรีส์ ที่สร้างปัญหาให้แนวรับสวีเดนตลอดทั้งเกม

สามคะแนนจากชัยชนะ 5-1 ทำให้เนเธอร์แลนด์อยู่ในสถานการณ์ที่ดีต่อการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ขณะที่สวีเดนจำเป็นต้องเร่งแก้ไขเกมรับและเก็บแต้มในโปรแกรมที่เหลือ หากยังต้องการรักษาความหวังบนเส้นทางฟุตบอลโลก 2026 ต่อไป