11/09/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

เซสโก้โหม่งนำไม่พอ เอฟเวอร์ตันยิงทดเจ็บแบ่งแต้มแมนยู 2-2

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำสองครั้งจาก Bryan Mbeumo และ Benjamin Sesko แต่ เอฟเวอร์ตัน ตามตีเสมอ 2-2 จาก Tyrique George และลูกยิงสุดสวยของ Ainsley Maitland-Niles ในนาที 90+6 ที่ Hill Dickinson Stadium
เซสโก้โหม่งนำไม่พอ เอฟเวอร์ตันยิงทดเจ็บแบ่งแต้มแมนยู 2-2

เอฟเวอร์ตัน เปิดสนาม Hill Dickinson Stadium เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก 2026/27 Matchweek 3 หลังเกมพลิกสถานการณ์หลายครั้งในครึ่งหลัง โดยทีมเยือนขึ้นนำก่อนจาก Bryan Mbeumo ก่อนเจ้าบ้านตีเสมอจาก Tyrique George จากนั้น Benjamin Sesko โหม่งให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมานำอีกครั้ง แต่ Ainsley Maitland-Niles ยิงไกลสุดสวยในนาที 90+6 ช่วย เอฟเวอร์ตัน รอดพ้นความพ่ายแพ้

ภาพก่อนการแข่งขันชี้ว่าเกมนี้อาจตัดสินกันที่การควบคุมแดนกลางและพื้นที่ริมเส้น โดย เอฟเวอร์ตัน จำเป็นต้องลดอิทธิพลของ Bruno Fernandes ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความเร็วของ Bryan Mbeumo และ Marcus Rashford เป็นอาวุธสำคัญ ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก วิเคราะห์ก่อนเกม : เอฟเวอร์ตัน พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่เกมจริงจะพัฒนาไปสู่การแข่งขันที่สูสีและมีจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงท้าย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชนคานเร็ว ก่อนเอฟเวอร์ตันค่อย ๆ คุมเกมมากขึ้น

เกมเริ่มต้นด้วยปัญหาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อ Harry Maguire ต้องได้รับการปฐมพยาบาลตั้งแต่นาทีแรก แต่ยังสามารถกลับมาเล่นต่อได้ในนาที 4

นาที 7 ทีมเยือนเกือบได้ประตูขึ้นนำจาก Bruno Fernandes ที่ได้ยิงจังหวะแรกบริเวณกรอบเขตโทษ บอลพุ่งชนคานอย่างจัง ก่อนที่ เอฟเวอร์ตัน จะเริ่มครองบอลและต่อเกมได้มากขึ้นในช่วงกลางครึ่งแรก

นาที 18 Youri Tielemans ทดลองยิงจากระยะไกลแต่ไม่สามารถเอาชนะผู้รักษาประตูได้ ขณะที่ Bruno Fernandes มีลูกยิงถูกบล็อกในนาที 21 และ Matheus Cunha ได้โอกาสยิงจากหน้าเขตโทษในนาทีถัดมา แต่บอลข้ามคาน

ฝั่งเจ้าบ้านพยายามใช้ Tyrique George, Brennan Johnson และ Thierno Barry สร้างปัญหาให้แนวรับทีมเยือน แต่ Johnson ถูกจับล้ำหน้าหลายครั้งในช่วงต้นเกม

เอฟเวอร์ตันเร่งเครื่องท้ายครึ่งแรก แต่ยังไม่ได้ประตู

นาที 34 Brennan Johnson รับใบเหลืองจากการทำฟาวล์ ก่อน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะได้เล่นลูกฟรีคิก

ช่วงท้ายครึ่งแรก เอฟเวอร์ตัน สร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง James Garner เปิดฟรีคิกในนาที 40 ให้ Thierno Barry ขึ้นโหม่ง แต่บอลหลุดออกไป จากนั้น Barry ยิงติดบล็อกในนาที 42 และได้โหม่งอีกครั้งในนาที 43 แต่บอลข้ามคาน

โอกาสดีที่สุดของเจ้าบ้านในครึ่งแรกเกิดขึ้นนาที 45+2 เมื่อ Jarrad Branthwaite เก็บบอลจังหวะสองแล้วส่งบอลไปทางมุมล่างซ้าย แต่ผู้รักษาประตูของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เซฟเอาไว้ได้

Bruno Fernandes มีโอกาสยิงอีกครั้งในนาที 45+4 แต่ติดแนวรับ ส่งผลให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0

Mbeumo ยิงทันทีหลังพักครึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขึ้นนำ

ครึ่งหลังเริ่มต้นในนาที 46 และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้เวลาไม่นานในการเปลี่ยนสกอร์

Bryan Mbeumo รับบอลก่อนตัดสินใจยิงจากระยะไกล บอลพุ่งเสียบมุมล่างซ้ายอย่างเฉียบขาด ช่วยทีมเยือนขึ้นนำ 1-0

เอฟเวอร์ตัน ตอบสนองด้วยการเร่งเกมรุก Brennan Johnson มีจังหวะยิงติดแนวรับในนาที 55 และ 58 ขณะที่ Kiernan Dewsbury-Hall ได้ยิงจากบริเวณกรอบเขตโทษในนาที 59 แต่ Senne Lammens พุ่งเซฟเอาไว้

นาที 62 Matheus Cunha ได้โอกาสในเขตโทษของ เอฟเวอร์ตัน แต่ลูกยิงถูกแนวรับบล็อก ก่อนเกมจะเริ่มมีการปะทะมากขึ้น โดย Luke Shaw รับใบเหลืองในนาทีเดียวกัน และ Merlin Rohl ถูกเตือนในนาที 64

การเปลี่ยนตัวเริ่มเปลี่ยนทิศทางของเกม

David Moyes ส่ง Jack Grealish ลงแทน Brennan Johnson ในนาที 66 เพื่อเพิ่มทางเลือกในแนวรุก

Michael Carrick ปรับทีมในนาที 70 โดยส่ง Benjamin Sesko แทน Matheus Cunha และ Patrick Dorgu แทน Marcus Rashford

ฝั่ง เอฟเวอร์ตัน ส่ง Hayden Hackney ลงแทน Merlin Rohl ในนาที 75 ก่อนที่ James Garner จะได้รับบาดเจ็บและเล่นต่อไม่ไหว ส่งผลให้ Ainsley Maitland-Niles ลงสนามในนาที 77

การเปลี่ยนผู้เล่นของทั้งสองทีมกลายเป็นปัจจัยสำคัญในช่วงท้าย เพราะทั้ง Sesko, Hackney และ Maitland-Niles ต่างเข้ามามีส่วนกับประตูที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

George ตีเสมอ ก่อน Sesko โหม่งให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนำอีกครั้ง

นาที 79 Harry Maguire ได้รับใบเหลืองจากการประท้วงผู้ตัดสิน ขณะที่ Bruno Fernandes ต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ ก่อน Diogo Dalot จะถูกใบเหลืองเพิ่มในนาที 81

เอฟเวอร์ตัน ตีเสมอได้สำเร็จในนาที 83 เมื่อ Hayden Hackney จ่ายบอลให้ Tyrique George หาพื้นที่ในกรอบเขตโทษ ก่อนยิงเข้ามุมขวาบนอย่างเด็ดขาด เปลี่ยนสกอร์เป็น 1-1

หลังเสียประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนผู้เล่นอีกสองตำแหน่งในนาที 84 โดยส่ง Leny Yoro แทน Dalot และ Andrey Santos แทน Kobbie Mainoo

ทีมเยือนใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการกลับมานำอีกครั้ง นาที 88 Luke Shaw เปิดบอลโด่งเข้าเขตโทษให้ Benjamin Sesko ขึ้นโหม่งกดบอลผ่านผู้รักษาประตูเข้าไป ส่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำ 2-1

Maitland-Niles ยิงนาที 90+6 ปิดเกมสุดดราม่า

เมื่อเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เอฟเวอร์ตัน เดินหน้ากดดันเต็มกำลัง นาที 90+1 Jack Grealish ได้ยิงจากนอกกรอบแต่ถูกแนวรับบล็อก ขณะที่ Tyrique George ถูกจับล้ำหน้าในนาทีถัดมา

นาที 90+4 George จ่ายให้ Hayden Hackney ยิงจากระยะกลาง แต่บอลข้ามคาน ก่อน เอฟเวอร์ตัน จะได้เตะมุมในนาที 90+5

นาที 90+6 เจ้าบ้านได้ประตูที่ต้องการ Ainsley Maitland-Niles เก็บบอลจังหวะสองก่อนตัดสินใจยิงจากระยะไกล บอลพุ่งเสียบมุมบนซ้ายอย่างสวยงาม ตีเสมอเป็น 2-2

John Brooks เป่าจบการแข่งขันในนาที 90+7 ส่งผลให้ทั้งสองทีมแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน

สรุปผลการแข่งขัน

พรีเมียร์ลีก 2026/27 Matchweek 3

เอฟเวอร์ตัน 2-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผู้ทำประตู

  • นาที 46 Bryan Mbeumo (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
  • นาที 83 Tyrique George (เอฟเวอร์ตัน)
  • นาที 88 Benjamin Sesko (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
  • นาที 90+6 Ainsley Maitland-Niles (เอฟเวอร์ตัน)

ใบเหลือง

  • นาที 13 Harrison Armstrong (เอฟเวอร์ตัน)
  • นาที 34 Brennan Johnson (เอฟเวอร์ตัน)
  • นาที 62 Luke Shaw (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
  • นาที 64 Merlin Rohl (เอฟเวอร์ตัน)
  • นาที 79 Harry Maguire (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
  • นาที 81 Diogo Dalot (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ใบแดง

  • ไม่มี

ข้อมูลการแข่งขัน

  • ผู้ตัดสิน: John Brooks (อังกฤษ)
  • สนาม: Hill Dickinson Stadium, Liverpool
  • ความจุสนาม: 52,769 คน
  • จำนวนผู้ชม: 52,302 คน

สถิติสำคัญ

  • การครองบอล: เอฟเวอร์ตัน 45% – 55% แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  • โอกาสยิง: เอฟเวอร์ตัน 18 – 14 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  • ยิงตรงกรอบ: เอฟเวอร์ตัน 6 – 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  • ใบเหลือง: เอฟเวอร์ตัน 3 – 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  • ใบแดง: เอฟเวอร์ตัน 0 – 0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  • เตะมุม: เอฟเวอร์ตัน 4 – 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สถิติเพิ่มเติม เอฟเวอร์ตัน มีค่า Expected Goals (xG) 1.01 สูงกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ 0.69 และมีจำนวนยิงตรงกรอบมากกว่าสองเท่าที่ 6-3 แม้ทีมเยือนจะครองบอลมากกว่าที่ 55% ส่วนความแม่นยำในการจ่ายบอลใกล้เคียงกัน โดย เอฟเวอร์ตัน อยู่ที่ 86% (361/418) และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 87% (458/527)

บทสรุป

ผลเสมอ 2-2 สะท้อนรูปเกมที่ทั้งสองฝ่ายต่างมีช่วงเวลาของตัวเอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายสร้างโอกาสอันตรายตั้งแต่ต้นและขึ้นนำถึงสองครั้งในครึ่งหลัง แต่ เอฟเวอร์ตัน สร้างโอกาสยิงได้มากกว่า รวมถึงยิงตรงกรอบ 6 ครั้ง และยังคงกดดันจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนประตูของ Maitland-Niles จะเปลี่ยนผลการแข่งขันในนาที 90+6

หลังผ่านการแข่งขัน 3 นัด เอฟเวอร์ตัน มี 5 คะแนน จากผลงานชนะ 1 เสมอ 2 ยังไม่แพ้ใคร รั้งอันดับ 8 ของพรีเมียร์ลีก ยิงได้ 5 เสีย 3 ประตู ผลต่างประตูได้เสีย +2

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มี 4 คะแนน จากผลงานชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 อยู่ในอันดับ 11 ยิงได้ 7 เสีย 6 ประตู ผลต่างประตูได้เสีย +1 ขณะที่จ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มี 9 คะแนน ทำให้ เอฟเวอร์ตัน ตามหลังจ่าฝูง 4 คะแนน และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามอยู่ 5 คะแนน

โปรแกรมถัดไป เอฟเวอร์ตัน จะออกไปเยือน ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ วันที่ 12 กันยายน 2026 ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเปิดบ้านพบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันที่ 13 กันยายน 2026