
ศึกพรีเมียร์ลีก 2026/27 รอบ 3 คู่เปิดโปรแกรมคืนวันศุกร์ อิปสวิช ทาวน์ เตรียมเปิด พอร์ตแมน โรด รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล โดยทั้งสองทีมมีสถานการณ์ต่างกันพอสมควรหลังผ่านสองเกมแรก เจ้าบ้านเก็บได้ 3 คะแนนจากชัยชนะเหนือซันเดอร์แลนด์ ก่อนบุกแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-5 ขณะที่ลิเวอร์พูลเสมอมาสองเกมติดต่อกัน และยังรอชัยชนะนัดแรกของฤดูกาล
เกมนี้จึงมีความสำคัญกับทั้งสองฝั่ง อิปสวิชต้องการใช้ความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านตอบสนองหลังเกมรับเสียถึง 5 ประตูในนัดล่าสุด ส่วนลิเวอร์พูลภายใต้ อันโดนิ อิราโอลา ต้องแก้ปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอ หลังเกมรุกยิงได้สองประตูทั้งสองนัด แต่แนวรับก็เสียสองประตูทั้งสองเกมเช่นกัน
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการ : พรีเมียร์ลีก 2026/27
- รอบการแข่งขัน : รอบ 3
- คู่แข่งขัน : อิปสวิช ทาวน์ พบ ลิเวอร์พูล
- วันแข่งขัน : 5 กันยายน 2026
- เวลาแข่งขัน : 02:00 น. ตามเวลาไทย
- สนามแข่งขัน : Portman Road
- เมือง : อิปสวิช
- ประเทศ : อังกฤษ
- ถ่ายทอดสด : MONOMAX
สถานการณ์ก่อนเกม
ทีมเหย้า : อิปสวิช ทาวน์
อิปสวิชมี 3 คะแนนจากสองเกมแรก ชนะ 1 แพ้ 1 ยิงได้ 4 ประตูและเสีย 6 ประตู เกมเปิดฤดูกาลพวกเขาเอาชนะซันเดอร์แลนด์ 2-1 ที่พอร์ตแมน โรด ก่อนจะเจองานหนักที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดและแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-5
แม้ผลนัดล่าสุดจะหนัก แต่ฟอร์มโดยรวมยังมีด้านบวก โดยเฉพาะเกมรุกที่ยิงประตูได้ต่อเนื่อง และเมื่อรวมฟุตบอลถ้วยกับเกมอุ่นเครื่อง อิปสวิชชนะถึง 4 จาก 5 นัดล่าสุด
ทีมเยือน : ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูลมี 2 คะแนนจากสองนัด ยังไม่แพ้แต่ก็ยังไม่ชนะ โดยเสมอนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 และเสมอน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 2-2
จุดที่น่าสนใจคือทีมของ อันโดนิ อิราโอลา ยิงได้ถึง 4 ประตูจากสองเกม แต่ก็เสีย 4 ประตูเช่นกัน ขณะที่รูปเกมในสองนัดแรกมีช่วงที่ต้องเป็นฝ่ายไล่ตามสกอร์ ทำให้ประเด็นเรื่องการเริ่มเกมและความแน่นอนของเกมรับยังเป็นสิ่งที่ต้องปรับ
ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด
อิปสวิช ทาวน์
- ชนะ : 4
- เสมอ : 0
- แพ้ : 1
- ยิงได้ : 14
- เสีย : 9
ผลงานล่าสุด 5 นัด
- 30 สิงหาคม 2026 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5-2 อิปสวิช ทาวน์ – พรีเมียร์ลีก
- 26 สิงหาคม 2026 อิปสวิช ทาวน์ 3-1 เลสเตอร์ ซิตี้ – อีเอฟแอล คัพ
- 22 สิงหาคม 2026 อิปสวิช ทาวน์ 2-1 ซันเดอร์แลนด์ – พรีเมียร์ลีก
- 15 สิงหาคม 2026 อูนิโอน เบอร์ลิน 2-4 อิปสวิช ทาวน์ – กระชับมิตร
- 8 สิงหาคม 2026 อิปสวิช ทาวน์ 3-0 ราโย บาเยกาโน – กระชับมิตร
จุดเด่นชัดเจนคืออิปสวิชยิงประตูได้ครบทั้ง 5 นัด และทำอย่างน้อย 2 ประตูทุกเกม แต่เกมล่าสุดแสดงให้เห็นปัญหาในเกมรับ เมื่อเสียถึง 5 ประตูให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ลิเวอร์พูล
- ชนะ : 1
- เสมอ : 3
- แพ้ : 1
- ยิงได้ : 8
- เสีย : 7
ผลงานล่าสุด 5 นัด
- 29 สิงหาคม 2026 ลิเวอร์พูล 2-2 น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ – พรีเมียร์ลีก
- 23 สิงหาคม 2026 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 ลิเวอร์พูล – พรีเมียร์ลีก
- 17 สิงหาคม 2026 ลิเวอร์พูล 2-0 โคโม – กระชับมิตร
- 16 สิงหาคม 2026 ลิเวอร์พูล 0-0 โคโม – กระชับมิตร
- 9 สิงหาคม 2026 ลิเวอร์พูล 2-3 โมนาโก – กระชับมิตร
ลิเวอร์พูลไม่แพ้มา 4 นัดติดต่อกัน แต่เสมอถึง 3 เกมในช่วงดังกล่าว ขณะที่สองนัดพรีเมียร์ลีกแรกมีรูปแบบคล้ายกันคือ เกมรุกยิงได้ 2 ประตู แต่แนวรับก็เสีย 2 ประตูเช่นกัน
สถิติการพบกัน H2H
ผลการพบกัน 5 นัดล่าสุด
- 25 มกราคม 2025 ลิเวอร์พูล 4-1 อิปสวิช ทาวน์ – พรีเมียร์ลีก
- 17 สิงหาคม 2024 อิปสวิช ทาวน์ 0-2 ลิเวอร์พูล – พรีเมียร์ลีก
- 5 ธันวาคม 2002 ลิเวอร์พูล 1-1 อิปสวิช ทาวน์ – อีเอฟแอล คัพ, ลิเวอร์พูลชนะจุดโทษ 5-4
- 11 พฤษภาคม 2002 ลิเวอร์พูล 5-0 อิปสวิช ทาวน์ – พรีเมียร์ลีก
- 9 กุมภาพันธ์ 2002 อิปสวิช ทาวน์ 0-6 ลิเวอร์พูล – พรีเมียร์ลีก
สรุป
ลิเวอร์พูลไม่แพ้อิปสวิชใน 5 นัดล่าสุด โดยหากนับผลในเวลาปกติ ลิเวอร์พูลชนะ 3 นัดและเสมอ 2 นัด ส่วนเกมอีเอฟแอล คัพ ปี 2002 จบเสมอ 1-1 ก่อนลิเวอร์พูลชนะการดวลจุดโทษ 5-4
ตลอดห้านัดนี้ ลิเวอร์พูลยิงรวม 18 ประตู ขณะที่อิปสวิชทำได้ 2 ประตู หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยประตูรวม 4 ลูกต่อเกม อย่างไรก็ตาม สถิติชุดนี้ควรให้น้ำหนักในระดับปานกลาง เพราะสามเกมเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2002 ขณะที่สองนัดซึ่งสะท้อนบริบทใกล้เคียงปัจจุบันมากกว่าคือการพบกันในฤดูกาล 2024/25
ความพร้อมของทีมเหย้า อิปสวิช ทาวน์
ข่าวทีม
อิปสวิชมีผู้เล่นที่ไม่พร้อมใช้งานหลายราย โดยเฉพาะในแดนกลางและพื้นที่เกมรุก
- ตัวเจ็บ : อาซอร์ มาตูซิวา, เจเดน ฟิโลจีน, แจ็ค เทย์เลอร์
- ตัวแบน : ไม่มีข้อมูลผู้เล่นติดโทษแบน
- ผู้เล่นเช็กฟิต : ฟลอเรนติโน ลุยส์ ยังมีสถานะไม่แน่นอน
เอเมอร์ซอนน์ถูกคาดว่าจะกลับมายืนหน้าเป้า ขณะที่ทีมมี ซิอัน เฟลมมิง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในแนวรุก ส่วนการขาด มาตูซิวา และ เทย์เลอร์ ทำให้ตัวเลือกในแดนกลางลดลง
คาดการณ์ 11 ตัวจริง
ระบบที่คาด : 4-2-3-1
GK
- 37 คเยลล์ แชร์เพน
DEF
- 26 ดารา โอเช
- 6 อิสซา ดิย็อป
- 24 เจค็อบ กรีฟส์
- 3 ลีฟ เดวิส
MID
- 25 เอเซเกล ปาลาซิออส
- 32 มาร์เซลิโน นูนเญซ
- 7 อับดุล ฟาตาวู อิสซาฮากู
- 10 ฮูลิโอ เอนซิโซ
- 38 ไดเซ็น มาเอดะ
ATT
- 19 เอเมอร์ซอนน์
ผู้จัดการทีม : แกรี โอนีล
นักเตะที่น่าจับตา
ลีฟ เดวิส มีบทบาทสำคัญในการเติมเกมจากแบ็กซ้าย และเพิ่งทำประตูในเกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การขึ้นสูงของเขาสามารถเพิ่มทางเลือกในพื้นที่สุดท้าย แต่ขณะเดียวกันพื้นที่ด้านหลังก็อาจกลายเป็นจุดที่ลิเวอร์พูลเลือกโจมตี
ฮูลิโอ เอนซิโซ เป็นตัวรุกที่สามารถรับบอลระหว่างไลน์ เล่นหมายเลข 10 หรือขยับเข้าใกล้กองหน้า จุดเด่นอยู่ที่การพลิกบอลและพาบอลเข้าหาแนวรับคู่แข่ง
เอเมอร์ซอนน์ ถูกคาดว่าจะรับบทหน้าเป้า โดยมีหน้าที่ทั้งพักบอล เชื่อมเกม และโจมตีพื้นที่ด้านหลังคู่เซ็นเตอร์ของลิเวอร์พูล
จุดแข็ง
- ยิงประตูได้ครบทั้ง 5 นัดล่าสุด
- ชนะ 4 จาก 5 เกมล่าสุด
- เกมรุกทำอย่างน้อย 2 ประตูครบทั้ง 5 นัด
- เกมลีกในบ้านนัดแรกเอาชนะซันเดอร์แลนด์
- มีตัวเลือกแนวรุกหลายรูปแบบทั้ง เอนซิโซ, มาเอดะ, ฟาตาวู และ เอเมอร์ซอนน์
จุดอ่อน
- เพิ่งเสีย 5 ประตูให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
- เสียรวม 6 ประตูจากพรีเมียร์ลีกสองเกมแรก
- พื้นที่หลังฟูลแบ็กอาจเปิดเมื่อดันเกมสูง
- ตัวเลือกแดนกลางลดลงจากอาการบาดเจ็บ
- แนวรับต้องรับมือผู้เล่นที่เคลื่อนที่ระหว่างไลน์ได้ดีหลายคนของลิเวอร์พูล
ความพร้อมของทีมเยือน ลิเวอร์พูล
ข่าวทีม
ลิเวอร์พูลมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะแนวรับ
- ตัวเจ็บ : คอเนอร์ แบรดลีย์, เฟเดริโก เคียซา, อูโก เอกิติเก, โจ โกเมซ, โจวานนี เลโอนี
- ตัวแบน : ไม่มีข้อมูลผู้เล่นติดโทษแบน
ตำแหน่งแบ็กขวามีตัวเลือกจำกัด ทำให้ โดมินิค โซบอสซ์ไล ถูกคาดว่าจะถอยลงมาเล่นในแนวรับ หากเป็นไปตามนี้ คู่กลางมีแนวโน้มเป็น ไรอัน กราเฟนแบร์ค กับ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ขณะที่พื้นที่เกมรุกยังมีตัวเลือกคุณภาพหลายราย
คาดการณ์ 11 ตัวจริง
ระบบที่คาด : 4-2-3-1
GK
- 1 อลิสซอน เบ็คเกอร์
DEF
- 8 โดมินิค โซบอสซ์ไล
- 5 เฌเรมี ฌักเกต์
- 4 เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค
- 6 มิลอส เคอร์เคซ
MID
- 38 ไรอัน กราเฟนแบร์ค
- 10 อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์
- 23 วิกเตอร์ มูนญอซ
- 7 โฟลเรียน เวียร์ตซ์
- 18 โคดี กัคโป
ATT
- 9 อเล็กซานเดอร์ อิซัค
ผู้จัดการทีม : อันโดนิ อิราโอลา
นักเตะที่น่าจับตา
อเล็กซานเดอร์ อิซัค เป็นศูนย์กลางในการจบสกอร์และการโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับ หากอิปสวิชดันแนวรับขึ้นสูง ความเร็วและการเคลื่อนที่ของเขาจะเป็นหนึ่งในจุดที่เจ้าบ้านต้องรับมือ
โฟลเรียน เวียร์ตซ์ มีบทบาทสำคัญในการรับบอลระหว่างแดนกลางกับแนวรับคู่แข่ง หากสามารถหาพื้นที่ด้านหลังคู่มิดฟิลด์อิปสวิชได้ ลิเวอร์พูลจะมีช่องทางเจาะตรงกลางเพิ่มขึ้น
วิกเตอร์ มูนญอซ มีทั้งความเร็วและความสามารถในการเล่นแบบตัวต่อตัว จึงเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับการโจมตีพื้นที่ริมเส้น
จุดแข็ง
- ยังไม่แพ้ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
- ยิงได้ 2 ประตูทั้งสองเกมลีก
- มีตัวเลือกเกมรุกหลายตำแหน่ง
- อิซัคและเวียร์ตซ์สามารถโจมตีพื้นที่ระหว่างแนวรับได้ดี
- มีมิดฟิลด์ที่ช่วยควบคุมจังหวะและพาบอลผ่านแดนกลางได้หลายคน
จุดอ่อน
- ยังไม่ชนะในพรีเมียร์ลีกสองเกมแรก
- เสีย 2 ประตูทั้งสองนัด
- มีช่วงที่เริ่มเกมได้ช้าและต้องไล่ตามสกอร์
- ตัวเลือกในแนวรับลดลงจากอาการบาดเจ็บ
- การใช้ โซบอสซ์ไล ที่แบ็กขวาอาจทำให้สมดุลระหว่างการเติมเกมกับการป้องกันเปลี่ยนไป
จุดชี้ขาดของเกม
- เกมรับของอิปสวิชหลังเสีย 5 ประตู
เจ้าบ้านต้องลดช่องว่างระหว่างเซ็นเตอร์กับฟูลแบ็ก หากยังเปิดพื้นที่มาก แนวรุกลิเวอร์พูลมีคุณภาพเพียงพอที่จะสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง - การเริ่มเกมของลิเวอร์พูล
สองเกมแรกทีมของอิราโอลามีช่วงที่เสียการควบคุมและต้องเป็นฝ่ายตามหลัง หากเข้าสู่เกมได้เร็วขึ้นจะลดแรงกดดันในช่วงท้าย - พื้นที่หลังฟูลแบ็กอิปสวิช
การเติมเกมของเจ้าบ้านช่วยเพิ่มมิติในเกมรุก แต่ขณะเดียวกันอาจเปิดช่องให้ มูนญอซ, เวียร์ตซ์ หรือ อิซัค โจมตีพื้นที่ว่างด้านหลัง - ประสิทธิภาพการจบสกอร์
ทั้งสองทีมยิงประตูได้ครบสองเกมพรีเมียร์ลีกแรก เกมนี้จึงมีโอกาสตัดสินกันที่คุณภาพในจังหวะสุดท้าย
วิเคราะห์รูปเกม
อิปสวิชน่าจะยังยึด 4-2-3-1 เป็นโครงสร้างหลัก โดยใช้ เอนซิโซ เชื่อมเกมตรงกลางและอาศัยความเร็วของ ฟาตาวู กับ มาเอดะ ในพื้นที่ริมเส้น จุดที่เจ้าบ้านสามารถสร้างปัญหาให้ลิเวอร์พูลได้คือการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อแย่งบอลได้ในช่วงที่แนวรับทีมเยือนดันขึ้นสูง
อีกด้าน ลิเวอร์พูลมีแนวโน้มเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า คู่กลาง กราเฟนแบร์ค กับ แม็ค อัลลิสเตอร์ จะมีบทบาทในการหมุนบอลและพาทีมขึ้นเกม ขณะที่ เวียร์ตซ์ จะพยายามหาพื้นที่ระหว่างไลน์ก่อนเชื่อมต่อกับ อิซัค และตัวรุกริมเส้น
พื้นที่ด้านข้างของคู่เซ็นเตอร์อิปสวิชอาจเป็นหนึ่งในจุดสำคัญ หากฟูลแบ็กเจ้าบ้านดันขึ้นสูง ลิเวอร์พูลจะมีพื้นที่โจมตีด้านหลังมากขึ้น ในทางกลับกัน หาก โซบอสซ์ไล ถูกใช้เป็นแบ็กขวา อิปสวิชก็มีโอกาสใช้ความเร็วของ มาเอดะ ทดสอบเกมรับในฝั่งดังกล่าว
การคาดการณ์และทิศทางของเกม
ความได้เปรียบก่อนเกม
ลิเวอร์พูลมีความได้เปรียบด้านคุณภาพรายบุคคล โดยเฉพาะเกมรุกที่มีทั้ง อิซัค, เวียร์ตซ์, กัคโป และ มูนญอซ ขณะที่สถิติการพบกันในช่วงหลังก็อยู่ฝั่งทีมเยือน
อย่างไรก็ตาม อิปสวิชได้เล่นในบ้านและฟอร์มเกมรุกยังถือว่าดี หลังยิงได้อย่างน้อย 2 ประตูครบ 5 นัดล่าสุด ทำให้ลิเวอร์พูลยังต้องระวังจังหวะสวนกลับของเจ้าบ้าน
การคาดการณ์จำนวนประตู
อิปสวิชยิงได้ทุกนัดใน 5 เกมล่าสุด ส่วนลิเวอร์พูลทำได้ 4 ประตูจากสองนัดแรกในพรีเมียร์ลีก ขณะที่เกมรับของทั้งสองทีมยังไม่สามารถรักษาคลีนชีตในลีกฤดูกาลนี้ได้
หากมีประตูเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้น เกมมีโอกาสเปิดมากขึ้น เพราะทั้งสองทีมมีผู้เล่นแนวรุกที่สามารถโจมตีพื้นที่ในจังหวะเปลี่ยนเกมได้ดี
มุมมองภาพรวม
- ลิเวอร์พูลมีคุณภาพเกมรุกและตัวเลือกมากกว่า
- อิปสวิชสร้างประตูได้ต่อเนื่องและมีความได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน
- เกมรับของทั้งสองทีมยังมีพื้นที่ให้คู่แข่งโจมตี
- การควบคุมแดนกลางและพื้นที่ระหว่างไลน์มีโอกาสเป็นตัวกำหนดทิศทางของเกม
ตลาด 1X2 ล่าสุดให้น้ำหนักลิเวอร์พูลมากกว่า โดยราคาชนะของทีมเยือนอยู่ประมาณ 1.50-1.56 ขณะที่อิปสวิชอยู่ในช่วง 5.25-5.94 และผลเสมอประมาณ 4.60-5.00 นอกจากนี้ ราคาฝั่งลิเวอร์พูลยังปรับลดลงในหลายผู้ให้บริการ สะท้อนว่าทิศทางตลาดก่อนเกมเอนมาทางทีมเยือนมากขึ้น
คาดการณ์ผลการแข่งขัน
ความน่าจะเป็น
- อิปสวิช ทาวน์ ชนะ 18%
- เสมอ 21%
- ลิเวอร์พูล ชนะ 61%
สกอร์ที่คาด
- อิปสวิช ทาวน์ 1-2 ลิเวอร์พูล
- อิปสวิช ทาวน์ 1-3 ลิเวอร์พูล
- อิปสวิช ทาวน์ 2-2 ลิเวอร์พูล
บทสรุป
อิปสวิชเข้าสู่เกมนี้พร้อมฟอร์มเกมรุกที่ค่อนข้างดี ยิงประตูได้ครบ 5 นัดล่าสุดและชนะถึง 4 เกม แต่สิ่งที่ต้องแก้คือเกมรับหลังเสีย 5 ประตูให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขณะที่ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บในแดนกลางทำให้ตัวเลือกของ แกรี โอนีล ลดลง
ลิเวอร์พูลเองยังไม่ได้อยู่ในจุดที่สมบูรณ์ หลังเสมอสองเกมแรกและเสียประตูครบทุกนัด แต่เมื่อพิจารณาคุณภาพแนวรุก ตัวเลือกในแดนกลาง และความสามารถในการโจมตีพื้นที่หลังแนวรับ ทีมของ อันโดนิ อิราโอลา ยังมีความได้เปรียบมากกว่า หากลดข้อผิดพลาดในเกมรับและเข้าสู่เกมได้ดีกว่าสองนัดที่ผ่านมา
More Stories
อาร์เซนอลคืนเกมสำเร็จ แซงเชลซี 2-1 เก็บ 9 แต้มเต็ม
เซสโก้โหม่งนำไม่พอ เอฟเวอร์ตันยิงทดเจ็บแบ่งแต้มแมนยู 2-2
วิเคราะห์ก่อนเกม : อาร์เซนอล พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก 2026/27