21/06/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

ตุรกียังไม่ตกรอบ! เปิดเงื่อนไขลุ้นเข้ารอบหลังพ่ายปารากวัยใน ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม D

สรุปผลฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม D ปารากวัยเอาชนะตุรกี 1-0 จากประตูเร็วของมาติอัส กาลาร์ซา ตั้งแต่นาทีที่ 2 ก่อนต้านเกมรุกของตุรกีตลอด 90 นาที แม้ต้องเหลือผู้เล่น 10 คนในช่วงท้ายครึ่งแรก
ตุรกียังไม่ตกรอบ! เปิดเงื่อนไขลุ้นเข้ารอบหลังพ่ายปารากวัยในฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม D

ปารากวัยสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการบุกเฉือนชนะตุรกี 1-0 ในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D จากประตูชัยตั้งแต่นาทีที่ 2 ของ มาติอัส กาลาร์ซา แม้หลังจากนั้นตุรกีจะเป็นฝ่ายครองเกมและเดินหน้าบุกอย่างหนักตลอดทั้งเกม แต่ไม่สามารถเจาะแนวรับของคู่แข่งและผู้รักษาประตูอย่าง ออร์ลันโด กิลล์ ได้สำเร็จ

ก่อนเกมหลายฝ่ายมองว่าตุรกีมีภาษีเหนือกว่า ทั้งคุณภาพนักเตะและรูปแบบการเล่นที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามแตกต่างจากความคาดหมาย โดยเฉพาะประตูเร็วของปารากวัยที่เปลี่ยนทิศทางของเกมตั้งแต่ต้น และกลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญจากสิ่งที่ถูกพูดถึงในบทความ วิเคราะห์ก่อนเกม : ตุรกี พบ ปารากวัย ว่าความเฉียบคมในจังหวะสำคัญอาจเป็นตัวตัดสินผลการแข่งขันได้

ตุรกีครองเกม แต่ปารากวัยเล่นตามแผนได้สมบูรณ์แบบ

หลังเสียประตูตั้งแต่นาทีที่ 2 ตุรกีเป็นฝ่ายครองบอลและเดินหน้าบุกแทบตลอดการแข่งขัน ฮาคาน ชาลาโนลู, อาร์ดา กือแลร์ และ เคนาน ยิลดิซ พยายามสร้างสรรค์เกมรุกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แนวรับปารากวัยถอยลงมาตั้งรับลึกและรอโอกาสสวนกลับเป็นระยะ

ตลอดทั้งเกม ตุรกีสร้างโอกาสยิงได้หลายครั้ง ทั้งลูกโหม่งของ เมิร์ต มุลดูร์ ที่ชนคานในครึ่งแรก รวมถึงโอกาสของ เมริห์ เดมิราล, เดนิซ กูล และ คาน อูซุน ในช่วงครึ่งหลัง แต่แนวรับของปารากวัยยังคงรับมือได้อย่างมีวินัย ทำให้สกอร์ไม่เปลี่ยนแปลง

มาติอัส กาลาร์ซา และ ออร์ลันโด กิลล์ คือฮีโร่ของปารากวัย

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นตั้งแต่นาทีที่ 2 เมื่อ ฮูลิโอ เอ็นซิโซ จ่ายบอลให้ มาติอัส กาลาร์ซา ซัดไกลเสียบมุมอย่างสวยงาม ส่งปารากวัยขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ต้นเกม และทำให้ทีมสามารถเล่นตามแผนที่วางเอาไว้ได้ทันที

อีกคนที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ ออร์ลันโด กิลล์ ผู้รักษาประตูปารากวัย ที่เซฟสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะป้องกันลูกยิงของ เคนาน ยิลดิซ, เมริห์ เดมิราล, อับดุลเคริม บาร์ดัคชี และ คาน อูซุน ในช่วงท้ายเกม ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสกอร์นำจนจบการแข่งขัน

ครึ่งหลังตุรกีเร่งเครื่องเต็มกำลัง

เข้าสู่ครึ่งหลัง วินเชนโซ มอนเตลลา พยายามแก้เกมด้วยการส่ง บาริช ยิลมาซ, คาน อูซุน และ เดนิซ กูล ลงสนามเพื่อเพิ่มความหลากหลายในแนวรุก ขณะที่ปารากวัยเลือกเน้นเกมรับและบริหารจังหวะการแข่งขันมากขึ้น

แม้ตุรกีจะสร้างแรงกดดันได้ต่อเนื่อง แต่การจบสกอร์ยังขาดความเฉียบคม หลายจังหวะถูกบล็อกก่อนถึงกรอบประตู ขณะที่บางโอกาสก็หลุดออกไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้ความพยายามตลอด 90 นาทีไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูตีเสมอได้

ใบแดงของมิเกล อัลมิรอน และช่วงท้ายเกมสุดกดดัน

ช่วงท้ายครึ่งแรก ปารากวัยต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน หลัง มิเกล อัลมิรอน ถูกไล่ออกจากสนามจากการตรวจสอบ VAR ในนาที 45+3 ส่งผลให้ทีมต้องเล่นแบบตั้งรับเต็มรูปแบบตลอดครึ่งหลัง

แม้จะได้เปรียบตัวผู้เล่นนานกว่า 45 นาที แต่ตุรกีกลับไม่สามารถใช้โอกาสดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ปารากวัยแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้านเกมรับและสภาพจิตใจ โดยเฉพาะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักก่อนรักษาชัยชนะเอาไว้ได้สำเร็จ

สรุปผลการแข่งขัน

ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D

ตุรกี 0-1 ปารากวัย

ผู้ทำประตู

  • มาติอัส กาลาร์ซา นาที 2

ใบเหลือง

  • มาติอัส กาลาร์ซา (ปารากวัย) นาที 4
  • เอเรน เอลมาลี (ตุรกี) นาที 71

ใบแดง

  • มิเกล อัลมิรอน (ปารากวัย) นาที 45+3

ข้อมูลการแข่งขัน

  • ผู้ตัดสิน : อีวาน บาร์ตัน

สถิติสำคัญ

  • การครองบอล : ตุรกี 79% – 21% ปารากวัย
  • โอกาสยิง : ตุรกี 32 – 7 ปารากวัย
  • ยิงเข้ากรอบ : ตุรกี 5 – 2 ปารากวัย
  • เตะมุม : ตุรกี 12 – 0 ปารากวัย
  • ใบเหลือง : ตุรกี 1 – 1 ปารากวัย
  • ใบแดง : ตุรกี 0 – 1 ปารากวัย

บทสรุป

แม้ตุรกีจะเป็นฝ่ายครองเกม สร้างโอกาสยิงได้มากกว่า และเล่นด้วยจำนวนผู้เล่นที่มากกว่าตลอดครึ่งหลัง แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนความได้เปรียบเหล่านั้นเป็นประตูได้ ขณะที่ปารากวัยใช้โอกาสสำคัญเพียงครั้งเดียวในช่วงต้นเกมเปลี่ยนเป็นประตูชัยและรักษาสกอร์เอาไว้ได้จนจบการแข่งขัน

ชัยชนะนัดนี้ส่งผลอย่างมากต่อสถานการณ์ในกลุ่ม D ของปารากวัย ขณะที่ตุรกีต้องกลับไปแก้ไขปัญหาเรื่องการจบสกอร์ก่อนลงสนามในนัดต่อไป เพราะทุกคะแนนมีความหมายต่อการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลก 2026