
ฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ปิดฉากหนึ่งในเรื่องราวสำคัญที่สุดของทีมชาติ Brazil ยุคใหม่ หลังเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ ฮาลันด์ ดับฝันบราซิล นอร์เวย์เฉือน 2-1 เข้ารอบ 8 ทีมฟุตบอลโลก 2026 ผลการแข่งขันนี้ไม่ได้ทำให้ทัพแซมบ้าหยุดเส้นทางเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นคืนสุดท้ายของ Neymar ในนามทีมชาติบราซิล หลังจากแบกความหวังของประเทศมาตลอดช่วงเวลา 16 ปี
Neymar ยิงประตูเดียวของ Brazil จากจุดโทษช่วงท้ายเกม แต่ไม่เพียงพอให้ทีมกลับเข้าสู่การแข่งขัน หลังสิ้นเสียงนกหวีด ภาพของเขาที่หลั่งน้ำตาและคำพูดหลังเกมในลักษณะอำลาทีมชาติ ทำให้เกมนี้ถูกจดจำมากกว่าผลสกอร์ เพราะมันคือการปิดฉากเส้นทางที่เริ่มต้นจากความหวังของเด็กหนุ่มพรสวรรค์สูง สู่การเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ Brazil และหนึ่งในนักฟุตบอลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของยุคฟุตบอลสมัยใหม่
Brazil แพ้ Norway 1-2 เกมที่กลายเป็นฉากอำลาของ Neymar
เกมระหว่าง Brazil กับ Norway ในฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย กลายเป็นหนึ่งในผลการแข่งขันที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดของทัวร์นาเมนต์ Brazil ซึ่งถูกคาดหวังให้ไปได้ลึกกว่านี้ ต้องเจอกับความเด็ดขาดของ Norway โดยเฉพาะ Erling Haaland ที่ทำ 2 ประตูสำคัญพาทีมผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ขณะที่ Brazil ได้คืนเพียงประตูเดียวจาก Neymar ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
ประตูจากจุดโทษของ Neymar จึงมีความหมายมากกว่าการเป็นประตูปลอบใจ เพราะมันกลายเป็นประตูสุดท้ายของเขาในสีเสื้อทีมชาติ Brazil หากมองในบริบทของ สรุปผลการแข่งขัน Brazil พบ Norway เกมนี้ไม่ได้จบลงแค่การตกรอบของทีมใหญ่ แต่ยังเป็นจุดสิ้นสุดของยุคที่ Neymar เป็นศูนย์กลางทางอารมณ์ของทีมชาติ ทั้งในวันที่แฟนบอลฝากความหวังไว้กับเขา และในวันที่เขาต้องเดินออกจากสนามพร้อมความผิดหวังครั้งสุดท้าย
คำพูดหลังเกม: “ผมพยายามแล้ว… ตอนนี้มันจบลงแล้ว”
หลังจบเกม Neymar อยู่ในอาการสะเทือนใจอย่างชัดเจน คำพูดหลังเกมของเขาถูกตีความว่าเป็นการปิดฉากเส้นทางทีมชาติ โดยใจความสำคัญคือเขาพยายามแล้ว และตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว ประโยคที่ว่าเขาเริ่มต้นที่นี่ และขอจบที่นี่ ทำให้การอำลาครั้งนี้มีน้ำหนักมากขึ้น เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงการประกาศเลิกเล่นทีมชาติแบบทั่วไป แต่เป็นการยอมรับว่าบทหนึ่งของชีวิตนักฟุตบอลได้เดินมาถึงปลายทาง
จุดสำคัญที่ต้องแยกให้ชัดคือ Neymar ไม่ได้แขวนสตั๊ดหรือเลิกเล่นฟุตบอลทั้งหมด การอำลาครั้งนี้หมายถึงการยุติบทบาทกับทีมชาติ Brazil เท่านั้น เพราะในระดับสโมสร เขายังมีสถานะกับ Santos หลังกลับสู่สโมสรเก่า และมีสัญญาถึงสิ้นปี 2026 ดังนั้นคำที่เหมาะกับข่าวนี้คือ “อำลาทีมชาติบราซิล” หรือ “ปิดฉากเส้นทางทีมชาติ” มากกว่า “แขวนสตั๊ด”
MetLife Stadium จากจุดเริ่มต้นสู่จุดสิ้นสุดกับทีมชาติ
สิ่งที่ทำให้การอำลาของ Neymar มีมิติทางอารมณ์มากขึ้นคือสถานที่ของเกมสุดท้าย เขาเริ่มต้นเส้นทางกับทีมชาติ Brazil ชุดใหญ่ในปี 2010 ที่สนามใน New Jersey และกลับมาปิดฉากเส้นทางทีมชาติในพื้นที่เดียวกันอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2026 รายละเอียดนี้ทำให้เรื่องราวของเขามีลักษณะเหมือนวงจรที่กลับมาบรรจบกันระหว่างวันแรกกับวันสุดท้าย
ตลอดช่วงเวลา 16 ปี Neymar เติบโตจากดาวรุ่งที่ถูกคาดหมายว่าจะเป็นทายาทของฟุตบอลบราซิล ไปสู่ผู้เล่นที่ต้องแบกความคาดหวังระดับประเทศแทบทุกทัวร์นาเมนต์ใหญ่ สนามเดียวกันจึงไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของเกมฟุตบอล แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเส้นทางที่มีทั้งความสำเร็จ ความเจ็บปวด อาการบาดเจ็บ เสียงวิจารณ์ และความพยายามที่จะพา Brazil กลับไปสู่จุดสูงสุดของฟุตบอลโลก
สถิติทีมชาติ Neymar: 130 นัด 80 ประตู ปิดฉากในฐานะดาวยิงสูงสุด Brazil
Neymar อำลาทีมชาติ Brazil ด้วยตัวเลขที่ทำให้ชื่อของเขาอยู่ในประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน แม้เส้นทางของเขาจะไม่มีแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นบทสรุป แต่สถิติในนามทีมชาติยืนยันได้ว่าเขาเป็นมากกว่านักเตะพรสวรรค์สูงที่สร้างความบันเทิงในสนาม เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่มีผลผลิตสูงที่สุดเท่าที่ Brazil เคยมีมา
สถิติทีมชาติของ Neymar:
- ลงสนามให้ Brazil: 130 นัด
- ทำประตูให้ Brazil: 80 ประตู
- สถานะสำคัญ: ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติ Brazil
- สถิติเดิมของ Pelé: 77 ประตู
- ระยะเวลารับใช้ทีมชาติ: 2010–2026
การแซง Pelé ในฐานะดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ Brazil ทำให้ชื่อ Neymar ถูกวางอยู่ในบทสนทนาระดับตำนานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่เรื่องราวของเขาซับซ้อนกว่านั้น เพราะฟุตบอลบราซิลไม่ได้วัดผู้เล่นระดับตำนานจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว ฟุตบอลโลกยังเป็นมาตรวัดสำคัญ และการไม่มีถ้วยแชมป์โลกทำให้มรดกของ Neymar มีทั้งความยิ่งใหญ่และช่องว่างที่ถูกพูดถึงควบคู่กันเสมอ
สถิติฟุตบอลโลกของ Neymar: 15 นัด 9 ประตู 4 แอสซิสต์
ฟุตบอลโลกคือพื้นที่ที่ทำให้เรื่องราวของ Neymar มีทั้งแสงสว่างและบาดแผล เขามีผลงานส่วนตัวที่แข็งแรงพอจะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในผู้เล่น Brazil ที่สร้างอิทธิพลต่อทัวร์นาเมนต์ แต่ในเวลาเดียวกัน ทุกครั้งที่เขาลงเล่นฟุตบอลโลก เส้นทางของทีมกลับจบลงก่อนรอบชิงชนะเลิศเสมอ
สถิติฟุตบอลโลกของ Neymar:
- ลงเล่นฟุตบอลโลก: 4 สมัย
- จำนวนนัดรวม: 15 นัด
- ทำประตู: 9 ประตู
- แอสซิสต์: 4 ครั้ง
- ฟุตบอลโลกที่ลงเล่น: 2014, 2018, 2022 และ 2026
ตัวเลข 9 ประตูในฟุตบอลโลกยืนยันว่า Neymar ไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นที่มีภาพจำจากลีลาการเลี้ยงบอลหรือทักษะเฉพาะตัวเท่านั้น เขายังสร้างผลลัพธ์ในเวทีใหญ่ได้ต่อเนื่อง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับความคาดหวังของแฟนบอล Brazil ซึ่งต้องการเห็นทีมกลับไปคว้าแชมป์โลกอีกครั้ง ผลงานส่วนตัวเหล่านี้จึงกลายเป็นหลักฐานของความยอดเยี่ยมที่มาพร้อมความค้างคา
เส้นทางฟุตบอลโลกของ Neymar กับ Brazil
เส้นทางฟุตบอลโลกของ Neymar เริ่มต้นอย่างร้อนแรงในปี 2014 เมื่อ Brazil เป็นเจ้าภาพ และเขากลายเป็นศูนย์กลางเกมรุกของทีมตั้งแต่อายุยังไม่มาก ทัวร์นาเมนต์นั้นเขายิงประตูสำคัญหลายครั้ง ก่อนบาดเจ็บหนักในเกมกับ Colombia และพลาดรอบรองชนะเลิศที่ Brazil แพ้ Germany อย่างยับเยิน เหตุการณ์นั้นเป็นหนึ่งในบาดแผลสำคัญของทั้ง Neymar และทีมชาติ Brazil ยุคใหม่
ภาพรวมฟุตบอลโลกแต่ละสมัยของ Neymar:
- ฟุตบอลโลก 2014 ที่ Brazil: แจ้งเกิดในฐานะความหวังเบอร์หนึ่งของทีม แต่บาดเจ็บก่อนรอบรองชนะเลิศ
- ฟุตบอลโลก 2018 ที่ Russia: Brazil ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ และ Neymar ต้องเจอกับกระแสวิจารณ์หนักทั้งเรื่องฟอร์มและภาพลักษณ์
- ฟุตบอลโลก 2022 ที่ Qatar: ยิงประตูสำคัญใส่ Croatia ในรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่ Brazil แพ้จุดโทษ
- ฟุตบอลโลก 2026 ที่ Canada, Mexico และ United States: ยิงประตูสุดท้ายจากจุดโทษ ก่อน Brazil แพ้ Norway 1-2 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
เมื่อต่อภาพทั้งหมดเข้าด้วยกัน ฟุตบอลโลกของ Neymar จึงไม่ได้มีแค่ตัวเลขประตูและแอสซิสต์ แต่เป็นเส้นทางของนักเตะที่อยู่ตรงกลางระหว่างความคาดหวังกับความเจ็บปวด เขาเคยเกือบพา Brazil ไปไกลกว่าเดิมหลายครั้ง แต่ทุกเส้นทางกลับจบลงก่อนฉากที่แฟนบอลต้องการมากที่สุด นั่นคือการชูถ้วยแชมป์โลก
ความสำเร็จกับทีมชาติที่ไม่ควรถูกลืม
แม้ Neymar จะไม่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกกับ Brazil แต่การสรุปเส้นทางทีมชาติของเขาด้วยคำว่า “ไปไม่ถึงแชมป์โลก” เพียงอย่างเดียวจะไม่ยุติธรรมต่อภาพรวมทั้งหมด เพราะเขามีความสำเร็จสำคัญกับทีมชาติหลายรายการ โดยเฉพาะรายการที่มีความหมายต่อประวัติศาสตร์ฟุตบอลบราซิล
ความสำเร็จสำคัญกับทีมชาติ Brazil:
- แชมป์ FIFA Confederations Cup 2013
- รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ FIFA Confederations Cup 2013
- เหรียญเงินฟุตบอลชาย Olympic Games 2012
- เหรียญทองฟุตบอลชาย Olympic Games 2016
- เป็นส่วนสำคัญในการพา Brazil คว้าเหรียญทองฟุตบอลชายโอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์
เหรียญทองโอลิมปิก 2016 มีน้ำหนักพิเศษ เพราะเกิดขึ้นที่ Rio de Janeiro ต่อหน้าแฟนบอลบราซิล และเป็นความสำเร็จที่ทีมชาติ Brazil รอคอยมานาน Neymar ไม่ได้จากทีมชาติไปแบบไร้ถ้วยหรือไร้ผลงาน เพียงแต่ฟุตบอลโลกยังเป็นถ้วยที่ใหญ่ที่สุด และช่องว่างตรงนั้นทำให้เรื่องราวของเขามีความซับซ้อนมากกว่านักเตะบางคนที่ปิดฉากอาชีพทีมชาติด้วยแชมป์โลก
เส้นทางสโมสร: จาก Santos สู่ Barcelona, PSG, Al Hilal และกลับบ้านที่ Santos
เส้นทางระดับสโมสรของ Neymar ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดของยุค ตั้งแต่การแจ้งเกิดกับ Santos การขึ้นสู่จุดสูงสุดกับ Barcelona การย้ายสู่ PSG ด้วยค่าตัวสถิติโลก ไปจนถึงช่วงท้ายอาชีพที่เกี่ยวพันกับ Al Hilal และการกลับสู่ Santos สโมสรแรกของตัวเอง
สรุปเส้นทางสโมสรของ Neymar:
- Santos 2009–2013: จุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์
- Barcelona 2013–2017: ยุคทองของสามประสาน MSN
- PSG 2017–2023: ค่าตัวสถิติโลกและบทบาทผู้นำโปรเจกต์ใหญ่
- Al Hilal 2023–2025: ช่วงสั้นที่ถูกจำกัดด้วยอาการบาดเจ็บ
- Santos 2025–ปัจจุบัน: การกลับสู่สโมสรแรก พร้อมสัญญาถึงสิ้นปี 2026
ที่ Santos เขาเติบโตจากดาวรุ่งพรสวรรค์สูงสู่ผู้เล่นที่ทั้งยุโรปจับตามอง ด้วยสไตล์การเล่นที่เต็มไปด้วยทักษะ ความกล้า และอิสระแบบฟุตบอลบราซิล การคว้า Copa Libertadores 2011 ทำให้เขาไม่ได้เป็นเพียงดาวรุ่งที่มีคลิปไฮไลต์สวยงาม แต่เป็นผู้เล่นที่พาทีมประสบความสำเร็จจริงในระดับทวีปอเมริกาใต้
ช่วง Barcelona คือจุดสูงสุดในฟุตบอลยุโรปของ Neymar การประสานงานกับ Lionel Messi และ Luis Suárez ในสามประสาน MSN กลายเป็นหนึ่งในแนวรุกที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสโมสร โดยเฉพาะฤดูกาล 2014–15 ที่ Barcelona คว้า UEFA Champions League และ Neymar มีบทบาทสำคัญในเกมใหญ่ตลอดเส้นทาง
การย้ายไป PSG ในปี 2017 ด้วยค่าตัว 222 ล้านยูโรเปลี่ยนโครงสร้างตลาดนักเตะโลก และทำให้ Neymar ถูกคาดหวังว่าจะก้าวออกจากเงาของ Messi เพื่อเป็นศูนย์กลางทีมของตัวเอง เขาคว้าแชมป์ลีกและสร้างตัวเลขส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมในฝรั่งเศส แต่เป้าหมายใหญ่ที่สุดอย่าง UEFA Champions League ยังไปถึงเพียงตำแหน่งรองแชมป์ในฤดูกาล 2019–20
ช่วง Al Hilal ระหว่างปี 2023–2025 ถูกจำกัดด้วยอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะปัญหา ACL ที่ทำให้โอกาสลงสนามของเขาน้อยกว่าที่คาดไว้ ก่อนที่ Neymar จะกลับสู่ Santos ในปี 2025 การกลับบ้านครั้งนี้ทำให้ปลายทางอาชีพของเขามีน้ำหนักทางอารมณ์มากขึ้น เพราะหลังปิดฉากทีมชาติ เขายังไม่ได้จากวงการฟุตบอลไปทั้งหมด แต่ยังมีเส้นทางสโมสรให้เดินต่ออย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2026
รางวัลส่วนตัวและสถานะในยุค Messi-Ronaldo
การประเมิน Neymar ต้องไม่ลืมว่าเขาเล่นอยู่ในยุคเดียวกับ Lionel Messi และ Cristiano Ronaldo สองนักเตะที่ครองพื้นที่รางวัลส่วนตัวระดับสูงอย่างยาวนาน การขึ้นไปแย่ง Ballon d’Or ในยุคนั้นจึงยากกว่ายุคปกติ แต่ Neymar ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ในวงสนทนาเดียวกับสองคนนั้นได้อย่างจริงจัง
รางวัลและเกียรติยศส่วนตัวสำคัญของ Neymar:
- FIFA Puskás Award 2011
- อันดับ 3 Ballon d’Or ปี 2015
- อันดับ 3 Ballon d’Or ปี 2017
- ดาวซัลโว UEFA Champions League 2014–15
- นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปอเมริกาใต้ 2011
- นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปอเมริกาใต้ 2012
รางวัลเหล่านี้ยืนยันว่า Neymar ไม่ใช่เพียงนักเตะที่เล่นสนุกหรือมีภาพจำจากทักษะเฉพาะตัว แต่เป็นผู้เล่นที่เคยยืนอยู่ใกล้จุดสูงสุดของฟุตบอลโลกในเชิงคุณภาพ เพียงแต่เส้นทางของเขาเกิดขึ้นในยุคที่มาตรฐานของ Messi และ Ronaldo สูงผิดปกติ ทำให้ภาพจำของ Neymar มักถูกวางอยู่ในพื้นที่ระหว่าง “นักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของยุค” กับ “นักเตะที่หลายคนเชื่อว่าน่าจะไปได้ไกลกว่านี้”
มรดกลูกหนังของ Neymar: มากกว่าตัวเลขและถ้วยแชมป์
มรดกของ Neymar ไม่ได้วัดจากจำนวนประตู ถ้วยแชมป์ หรือสถิติทีมชาติเพียงอย่างเดียว เขาเป็นตัวแทนของฟุตบอลที่ยังให้ความสำคัญกับจินตนาการ การเลี้ยงบอล การดวลหนึ่งต่อหนึ่ง และความกล้าที่จะเล่นในแบบที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้น Neymar ทำให้ฟุตบอลบราซิลยุคใหม่ยังมีร่องรอยของความเป็น jogo bonito แม้เกมสมัยใหม่จะเน้นระบบ ความเร็ว และประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในเวลาเดียวกัน มรดกของเขาไม่ได้เรียบง่าย เขาถูกวิจารณ์เรื่องอาการบาดเจ็บ ความต่อเนื่อง การตัดสินใจย้ายออกจาก Barcelona ไป PSG และภาพลักษณ์บางช่วงของอาชีพ แต่ความซับซ้อนเหล่านี้กลับทำให้เรื่องราวของ Neymar มีน้ำหนักมากขึ้น เขาไม่ใช่ตำนานแบบสมบูรณ์ไร้รอยตำหนิ แต่เป็นนักฟุตบอลที่มีทั้งพรสวรรค์สูงสุด ความสำเร็จจริง ความผิดหวังจริง และผลกระทบจริงต่อแฟนบอลทั่วโลก
สิ่งที่ Neymar ขาดหายไป: ฟุตบอลโลกที่ไม่เคยได้สัมผัส
สำหรับนักเตะ Brazil ฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่หนึ่งในรายการใหญ่ แต่เป็นมาตรวัดทางประวัติศาสตร์ ทุกยุคของทีมชาติถูกเปรียบเทียบกับมาตรฐานของแชมป์โลก และทุกซูเปอร์สตาร์บราซิลมักถูกถามเสมอว่าสามารถพาทีมกลับไปยืนบนจุดสูงสุดได้หรือไม่ Neymar จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงคำถามนี้ แม้เขาจะเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติก็ตาม
การไม่มีแชมป์ฟุตบอลโลกไม่ได้ทำให้เส้นทางของ Neymar กลายเป็นความล้มเหลว แต่มันทำให้มรดกของเขามีช่องว่างที่ชัดเจน เขามี 130 นัด 80 ประตูในนามทีมชาติ มี 15 นัด 9 ประตู 4 แอสซิสต์ในฟุตบอลโลก มีเหรียญทองโอลิมปิก และมีแชมป์ระดับสโมสรใหญ่ แต่ถ้วยฟุตบอลโลกยังเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เรื่องราวของเขาไม่ถูกปิดด้วยความสมบูรณ์แบบแบบตำนานบางคน
บทสรุป
การอำลาทีมชาติ Brazil ของ Neymar หลังฟุตบอลโลก 2026 ไม่ใช่เพียงข่าวนักเตะเลิกเล่นให้ทีมชาติ แต่เป็นการปิดฉากยุคหนึ่งของฟุตบอลบราซิล ยุคที่มีเขาเป็นศูนย์กลางของความหวัง ความกดดัน เสียงชื่นชม และเสียงวิจารณ์ ตลอด 16 ปี Neymar เป็นทั้งผู้แบกความฝันของแฟนบอล และเป็นภาพสะท้อนของทีมชาติ Brazil ที่พยายามกลับไปสู่ความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลโลก แต่ยังไปไม่ถึงปลายทาง
เขาไม่ได้จากทีมชาติไปพร้อมถ้วยแชมป์โลก แต่จากไปพร้อมสถานะดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ Brazil ด้วยสถิติ 130 นัด 80 ประตู และผลงานฟุตบอลโลก 15 นัด 9 ประตู 4 แอสซิสต์ มรดกของ Neymar จึงไม่ได้อยู่แค่ในตัวเลขหรือถ้วยรางวัล แต่อยู่ในความรู้สึกที่เขาทิ้งไว้ให้กับคนดูฟุตบอลจำนวนมาก ความรู้สึกว่าฟุตบอลยังมีพื้นที่สำหรับพรสวรรค์ จินตนาการ ความกล้า และความงดงามที่บางครั้งผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด
More Stories
หลังสิ้นเสียงนกหวีด สเปนฉลองแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 พร้อมกวาดสามรางวัลใหญ่
โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ เช็กวันแข่ง 4 ทีมลุ้นเข้าชิง
อัปเดต โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ครบทุกคู่ พร้อมวันเวลาแข่งขัน