
วิเคราะห์ก่อนเกม ลีดส์ ยูไนเต็ด พบกับ ลิเวอร์พูล
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เอกคืนวันเสาร์ที่สนามเอลแลนด์ โรด “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แข่งขันเวลา 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 00.30 น. ของเช้าวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคมตามเวลาไทย ลีดส์ภายใต้การคุมทีมของ ดาเนียล ฟาร์เคอ เพิ่งขยับตัวเองหนีจากโซนตกชั้น แต่ยังอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ส่วนลิเวอร์พูลของ อาร์เน่ สลอต แชมป์เก่าฤดูกาลก่อน ฟอร์มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด และหล่นมาอยู่อันดับ 9 ของตาราง เกมนี้จึงมีความหมายทั้งต่อการหนีตกชั้นของเจ้าถิ่น และการลุ้นทำคะแนนไล่หัวตารางของทีมเยือนอย่างยิ่ง
ฟอร์มทีมล่าสุด
ลีดส์ ยูไนเต็ด
ลีดส์ลงเล่นพรีเมียร์ลีกไป 14 นัด เก็บได้ 14 คะแนน รั้งอันดับ 17 ของตาราง มีสถิติชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 8 ทำได้ 16 ประตู เสีย 26 ประตู ผลต่าง -10 ถือว่าอยู่ในโซนสุ่มเสี่ยงตกชั้นเต็มตัว แม้ผลงานในบ้านจะเก็บแต้มได้มากถึง 11 คะแนนจากทั้งหมด 14 แต้ม แสดงให้เห็นว่า “เอลแลนด์ โรด” ยังเป็นจุดแข็งสำคัญของทีมชุดนี้ ฟอร์ม 6 นัดหลังสุดทุกรายการ ลีดส์เก็บชัยได้เพียงนัดเดียว แพ้ถึง 4 นัด ยิงได้เฉลี่ย 1.50 ประตูต่อนัด แต่เสียประตูมากถึงทุกเกม และมีเกมที่เสียมากกว่า 2 ประตูต่อเนื่องหลายแมตช์ สะท้อนปัญหาใหญ่ในเกมรับที่ ฟาร์เคอ ยังแก้ไม่ตก แม้เกมรุกจะมีจังหวะตอบโต้ที่ดุดันมากขึ้นก็ตาม
ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูลลงเล่นรวมทุกรายการฤดูกาลนี้ไปแล้ว 27 นัด ชนะ 15 เสมอ 2 แพ้ 10 นัด ยิงได้ถึง 50 ประตู เฉลี่ย 1.85 ประตูต่อนัด แต่ก็เสียถึง 10 นัดในลีกจนหลุดจากกลุ่มหัวตารางมารั้งอันดับ 9 มี 22 คะแนนจาก 14 นัดแรกของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ผลงานถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานเมื่อเทียบกับการเป็นแชมป์เก่าอย่างชัดเจนในลีก 6 นัดหลังสุด “หงส์แดง” ชนะเพียง 2 นัด เสมอ 1 และแพ้ถึง 3 นัด โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ต่อ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบเสียถึง 3 ประตูทั้งสองเกม ตอกย้ำปัญหาเกมรับและความเปราะบางเมื่อต้องเจอเกมเพรสซิ่งบีบพื้นที่สูงจากคู่แข่ง ขณะเดียวกันเกมรุกก็ไม่ได้ดุดันคมกริบเหมือนในช่วงพีกของยุค เจอร์เก้น คล็อปป์
นักเตะเด่นของทั้งสองทีม
ลีดส์ ยูไนเต็ด
- ลูคัส เนเมช่า (Lukas Nmecha) – ศูนย์หน้าตัวเป้า ทำไป 4 ประตู เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีม มีจุดเด่นเรื่องการหาพื้นที่ในเขตโทษและเล่นลูกกลางอากาศ
- โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน (Dominic Calvert-Lewin) – กองหน้าระดับพรีเมียร์ลีกที่คุ้นชื่อแฟนบอล ทำไปแล้ว 3 ประตูในฤดูกาลนี้ แข็งแกร่งในจังหวะดวลตัวต่อตัว และเล่นเป็น Target man ได้ดี
- อันตอน ชตัค (Anton Stach) และ โจ โรดอน (Joe Rodon) – ชตัคช่วยเชื่อมเกมแดนกลางและมีสกอร์จากลูกยิงไกล ส่วนโรดอนเป็นเซนเตอร์แบ็กที่มีอันตรายจากลูกตั้งเตะ ทำไปแล้วคนละ 2 ประตู
ลิเวอร์พูล
- โคดี้ กัคโป (Cody Gakpo) – ยิงไปแล้ว 11 ประตูในทุกรายการ มีบทบาททั้งในตำแหน่งกองหน้าตัวกลางและตัวรุกริมเส้น จุดเด่นคือการหาพื้นที่ระหว่างไลน์กองหลังกับกองกลาง และการจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ
- โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) – ทำไป 7 ประตูในซีซันนี้ และมีสถิติสุดโหดเมื่อเจอลีดส์ ยิงในพรีเมียร์ลีกใส่ “ยูงทอง” ถึง 9 ประตูจาก 6 นัดที่ผ่านมา ถล่มตาข่ายได้แทบทุกครั้งที่เจอกัน
- ฮูโก้ เอคิติเก้ (Hugo Ekitike) – กองหน้าดาวรุ่งที่ยิงไปแล้ว 6 ประตู ช่วยเพิ่มมิติการโจมตีในเขตโทษ
- โดมินิก โซบอสซ์ไล (Dominik Szoboszlai) และ ไรอัน กราเวนแบร์ค (Ryan Gravenberch) – สองมิดฟิลด์เชิงรุกที่มีทั้งการยิงไกลและการสร้างโอกาส ปล่อยบอลไปยังแนวรุกได้อันตราย
แท็คติกและจุดสำคัญของเกม
ลีดส์ ยูไนเต็ด
ลีดส์ ยูไนเต็ด ภายใต้การทำทีมของ ดาเนียล ฟาร์เคอ คาดว่าจะยึดระบบ 4-2-3-1 เป็นแกนหลัก โดยเน้นการเพรสซิ่งในแดนกลางเพื่อปิดช่องจ่ายของคู่แข่งและเร่งจังหวะให้ลิเวอร์พูลต้องเล่นบอลเร็วผิดธรรมชาติ จุดสำคัญของทีมคือการใช้ความเร็วของตัวริมเส้นและฟูลแบ็กในการขึ้นเกมสวนกลับ ซึ่งเป็นอาวุธที่ทำได้ดีในหลายเกมที่ผ่านมา โดยเฉพาะการโจมตีด้วยบอลยาวออกพื้นที่ว่างหลังแนวรับของคู่แข่งในแดนกลาง อันตอน ชตัค จะทำหน้าที่เชื่อมเกมและตัดจังหวะ ขณะที่การประสานงานกับมิดฟิลด์ตัวรุกต้องมีความแม่นยำมากขึ้น หากต้องรับมือแนวเพรสซิ่งของลิเวอร์พูล ส่วนในเกมรับ โจ โรดอน จะเป็นหัวใจสำคัญในการสกัดบอลกลางอากาศและคุมแนวหลังไม่ให้เสียจังหวะง่ายเหมือนในช่วงที่ผ่านมาลีดส์จะต้องลดความผิดพลาดในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้ทีมเสียประตูมากในหลายเกม หากรับมือแรงกดดันของลิเวอร์พูลในช่วง 20 นาทีแรกได้ อยู่ในโอกาสลุ้นแต้มทันที
ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูลของ อาร์เน่ สลอต มีแนวโน้มใช้ระบบ 4-3-3 ในการควบคุมจังหวะเกม โดยเน้นการครองบอลในแดนกลางและการเคลื่อนที่ระหว่างไลน์ของผู้เล่นตัวรุก จุดเด่นอยู่ที่ความหลากหลายในการเข้าทำ ทั้งการเจาะริมเส้นและการเล่นบอลทะลุช่องให้กองหน้าอย่าง โคดี้ กัคโป หรือโมฮาเหม็ด ซาลาห์ สอดขึ้นไปทำประตูแดนกลางจะเป็นพื้นที่สำคัญของทีมเยือน โดยโดมินิก โซบอสซ์ไล และไรอัน กราเวนแบร์ค ทำหน้าที่คุมจังหวะและสร้างโอกาส ขณะที่เกมเพรสซิ่งคืออาวุธที่ลิเวอร์พูลยังคงใช้กดดันคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง หากบีบให้ลีดส์เสียบอลสูงได้ จะเป็นโอกาสทองของแนวรุกสามประสานในการจบสกอร์ทันที อย่างไรก็ตาม จุดที่ลิเวอร์พูลต้องระวังคือแนวรับที่เสียประตูค่อนข้างมากในช่วงหลัง โดยเฉพาะจังหวะตอบโต้เร็ว หากฟูลแบ็กเติมเกมสูงแล้วโดนลีดส์ฉีกพื้นที่ด้านข้าง มีโอกาสถูกลงโทษได้ทันที จึงต้องรักษาวินัยเกมรับและลดช่องว่างระหว่างเซนเตอร์แบ็กให้มากที่สุด
ผลการแข่ง 10 นัดล่าสุดที่เคยพบกัน
- 17 เม.ย. 2023 – ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-6 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
- 29 ต.ค. 2022 – ลิเวอร์พูล 1-2 ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
- 23 ก.พ. 2022 – ลิเวอร์พูล 6-0 ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
- 12 ก.ย. 2021 – ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-3 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
- 19 เม.ย. 2021 – ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
- 12 ก.ย. 2020 – ลิเวอร์พูล 4-3 ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
- 29 ก.พ. 2004 – ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-2 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
- 25 ต.ค. 2003 – ลิเวอร์พูล 3-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
- 23 มี.ค. 2003 – ลิเวอร์พูล 3-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
- 19 ต.ค. 2002 – ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุดของทั้งสองทีม
ลีดส์ ยูไนเต็ด
- ชนะ เชลซี 3-1 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)
- แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-3 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)
- แพ้ แอสตัน วิลล่า 1-2 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)
- แพ้ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-3 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)
- แพ้ ไบรท์ตัน 0-3 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)
ลิเวอร์พูล
- เสมอ ซันเดอร์แลนด์ 1-1 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)
- ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)
- แพ้ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 1-4 (เหย้า, แชมเปียนส์ลีก)
- แพ้ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 0-3 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)
- แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)
คาดการณ์ผลการแข่งขัน
คาดการณ์สกอร์แบบภาษาข่าว: ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-2 ลิเวอร์พูล
มองว่าลิเวอร์พูลยังมีคุณภาพแนวรุกที่เฉียบคมกว่า โดยเฉพาะ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่มักยิงได้เสมอเมื่อเจอลีดส์ ผนวกกับประสบการณ์ในเกมใหญ่ของผู้เล่นกลุ่มนี้ น่าจะเพียงพอให้บุกมาเบียดเก็บสามแต้มได้ แม้จะไม่ง่ายและอาจต้องลุ้นกันจนถึงช่วงท้ายเกม
บทสรุป
ศึกที่เอลแลนด์ โรด คืนวันเสาร์นี้คือการดวลกันระหว่างทีมหนีตกชั้นกับทีมลุ้นกลับสู่หัวตาราง แต่ด้วยรูปเกมและแนวโน้มผลงานล่าสุด เชื่อได้ว่าคอบอลจะได้ชมเกมที่จังหวะเปลี่ยนเร็ว มีโอกาสลุ้นประตูตลอด 90 นาทีลีดส์ต้องการแต้มเพื่อขยับหนีโซนอันตราย ขณะที่ลิเวอร์พูลไม่มีทางเลือกนอกจากคว้าชัยเพื่อรักษาโอกาสเกาะกลุ่มลุ้นพื้นที่ยุโรปและไล่จี้ทีมหัวตาราง ทุกจังหวะเพรส ทุกลูกตั้งเตะ และทุกการจบสกอร์ล้วนมีผลต่อรูปเกมและอนาคตของทั้งสองสโมสรในฤดูกาลนี้ฝากผู้อ่านติดตามผลการแข่งขันจริง รวมถึงบทวิเคราะห์ก่อน–หลังเกมพรีเมียร์ลีกคู่สำคัญอื่นๆ ได้อย่างต่อเนื่องจากสำนักข่าว/เพจฟุตบอลที่ท่านติดตามอยู่ เพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหวบนเวทีลูกหนังอังกฤษตลอดซีซันนี้
More Stories
วิเคราะห์ก่อนเกม: โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พบกับ แวร์เดอร์ เบรเมน บุนเดสลีกา
วิเคราะห์ก่อนเกม: นิวคาสเซิ่ล พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาราบาว คัพ อังกฤษ
วิเคราะห์ก่อนเกม: เซบีย่า พบกับ เซลต้า บีโก้ ลา ลีกา สเปน