27/06/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

วิเคราะห์ก่อนเกม : ญี่ปุ่น พบ สวีเดน ฟุตบอลโลก 2026

ศึกตัดสินการเข้ารอบของกลุ่ม F ระหว่างญี่ปุ่นและสวีเดน ทั้งสองทีมยังมีเป้าหมายต่างกัน ญี่ปุ่นต้องการอย่างน้อยหนึ่งแต้มเพื่อการันตีรอบน็อกเอาต์ ส่วนสวีเดนต้องลุ้นชัยชนะ บทความนี้รวบรวมฟอร์มล่าสุด ความพร้อมของทั้งสองทีม นักเตะเด่น จุดแข็ง จุดอ่อน แท็กติก และบทวิเคราะห์ก่อนเกมแบบครบถ้วน
วิเคราะห์ก่อนเกม : ญี่ปุ่น พบ สวีเดน ฟุตบอลโลก 2026

ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม F เดินทางมาถึงเกมสุดท้ายของรอบแรก โดยคู่ระหว่าง ญี่ปุ่น พบ สวีเดน นับเป็นอีกหนึ่งเกมที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะผลการแข่งขันอาจเป็นตัวตัดสินชะตาของทั้งสองทีมในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ญี่ปุ่นออกสตาร์ทได้อย่างแข็งแกร่งด้วยการเสมอเนเธอร์แลนด์ 2-2 ก่อนถล่มตูนิเซีย 4-0 เก็บได้ 4 คะแนน รั้งอันดับ 2 ของกลุ่ม ส่วนสวีเดนมี 3 คะแนน หลังเปิดหัวด้วยชัยชนะเหนือ ตูนิเซีย 5-1 แต่กลับพ่ายเนเธอร์แลนด์ถึง 1-5 ทำให้เกมนี้กลายเป็นนัดชี้ชะตาที่ไม่มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาด

แม้ญี่ปุ่นจะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบจากคะแนนในตาราง แต่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย เพราะการเจอกับสวีเดนที่ต้องการชัยชนะเพื่อลุ้นเข้ารอบ ย่อมทำให้รูปเกมมีความเข้มข้นตั้งแต่นาทีแรก ขณะเดียวกันทั้งสองทีมต่างมีผู้เล่นเกมรุกที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดี ไม่ว่าจะเป็น Daichi Kamada, Ayase Ueda, Alexander Isak หรือ Viktor Gyökeres ทำให้เกมนี้ถูกมองว่าจะเป็นอีกหนึ่งคู่สำคัญของกลุ่ม F ซึ่งอาจส่งผลต่ออันดับสุดท้ายของกลุ่ม โดยสามารถติดตามภาพรวมของสายนี้ได้จากบทความ วิเคราะห์กลุ่ม F ฟุตบอลโลก 2026

ข้อมูลการแข่งขัน

รายการ : ฟุตบอลโลก 2026

รอบการแข่งขัน : รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 3

กลุ่ม : F

วันแข่งขัน : 26 มิถุนายน 2026

เวลาแข่งขัน : 06.00 น. (ประเทศไทย)

สนามแข่งขัน : AT&T Stadium, Arlington, Texas

ถ่ายทอดสด : MONOMAX, MONOMAX SPORTS

สถานการณ์ก่อนเกม

ทีมเหย้า : ญี่ปุ่น

คะแนน : 4 คะแนน

ผลงานในรายการ

  • เสมอ เนเธอร์แลนด์ 2-2
  • ชนะ ตูนิเซีย 4-0

ญี่ปุ่นอยู่ในสถานการณ์ที่ดีที่สุดรองจากเนเธอร์แลนด์ โดยต้องการเพียงผลเสมอเพื่อการันตีโอกาสผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ อย่างไรก็ตาม หากสามารถคว้าชัยชนะได้ และผลอีกคู่เป็นใจ ก็ยังมีโอกาสขยับขึ้นจบอันดับ 1 ของกลุ่มได้เช่นกัน ด้วยฟอร์มการเล่นที่สมดุลทั้งเกมรุกและเกมรับ ทำให้ทีมของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ ยังคงถูกมองว่าเป็นทีมที่พร้อมต่อกรกับทุกชาติในกลุ่ม

ทีมเยือน : สวีเดน

คะแนน : 3 คะแนน

ผลงานในรายการ

  • ชนะ ตูนิเซีย 5-1
  • แพ้ เนเธอร์แลนด์ 1-5

สวีเดนไม่มีทางเลือกมากนัก เพราะการเก็บสามคะแนนคือเป้าหมายสำคัญที่สุด หากต้องการเพิ่มโอกาสผ่านเข้าสู่รอบต่อไป แม้แนวรุกจะยังทำผลงานได้ดี แต่ปัญหาเกมรับที่เสียถึง 5 ประตูในนัดล่าสุดกลายเป็นเรื่องที่ Graham Potter ต้องเร่งแก้ไขก่อนลงสนาม

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด

ญี่ปุ่น

สถิติ

  • ชนะ : 4 นัด
  • เสมอ : 1 นัด
  • แพ้ : 0 นัด
  • ยิงได้ : 9 ประตู
  • เสีย : 2 ประตู

ผลงานล่าสุด

  • ชนะ ตูนิเซีย 4-0 (ฟุตบอลโลก)
  • เสมอ เนเธอร์แลนด์ 2-2 (ฟุตบอลโลก)
  • ชนะ ไอซ์แลนด์ 1-0 (อุ่นเครื่อง)
  • ชนะ อังกฤษ 1-0 (อุ่นเครื่อง)
  • ชนะ สกอตแลนด์ 1-0 (อุ่นเครื่อง)

ญี่ปุ่นกำลังอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของปี หลังไม่แพ้ใครตลอด 5 นัดล่าสุด เกมรับเสียเพียง 2 ประตู ขณะที่เกมรุกยิงได้ถึง 9 ประตู แสดงให้เห็นถึงความสมดุลของทีมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเล่นเป็นระบบและการเปลี่ยนผ่านจากรับเป็นรุกที่รวดเร็ว

สวีเดน

สถิติ

  • ชนะ : 2 นัด
  • เสมอ : 1 นัด
  • แพ้ : 2 นัด
  • ยิงได้ : 12 ประตู
  • เสีย : 13 ประตู

ผลงานล่าสุด

  • แพ้ เนเธอร์แลนด์ 1-5 (ฟุตบอลโลก)
  • ชนะ ตูนิเซีย 5-1 (ฟุตบอลโลก)
  • เสมอ กรีซ 2-2 (อุ่นเครื่อง)
  • แพ้ นอร์เวย์ 1-3 (อุ่นเครื่อง)
  • ชนะ โปแลนด์ 3-2 (ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก)

แม้สวีเดนจะยิงได้ถึง 12 ประตูจาก 5 นัดหลังสุด แต่การเสีย 13 ประตูสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในเกมรับอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเจอกับทีมที่มีความเร็วและการต่อบอลที่แม่นยำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ญี่ปุ่นทำได้ดีอยู่แล้ว

สถิติการพบกัน (H2H)

ผลการพบกัน 5 นัดล่าสุด

  • 25/05/2002 : ญี่ปุ่น 1-1 สวีเดน
  • 13/02/1997 : ญี่ปุ่น 0-1 สวีเดน
  • 22/02/1996 : ญี่ปุ่น 1-1 สวีเดน
  • 10/06/1995 : ญี่ปุ่น 2-2 สวีเดน

สรุป

  • พบกันทั้งหมด 4 นัด
  • ญี่ปุ่น ชนะ 0 นัด
  • เสมอ 3 นัด
  • สวีเดน ชนะ 1 นัด
  • ญี่ปุ่นยิงได้ 4 ประตู
  • สวีเดนยิงได้ 5 ประตู
  • ค่าเฉลี่ย 2.25 ประตูต่อเกม

แม้สถิติจะชี้ว่าสวีเดนยังไม่เคยแพ้ญี่ปุ่น แต่การพบกันครั้งล่าสุดเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2002 ทำให้ข้อมูลดังกล่าวมีน้ำหนักเชิงประวัติศาสตร์มากกว่าการใช้ประเมินศักยภาพของทีมในปัจจุบัน ทั้งสองชาติเปลี่ยนแปลงทั้งนักเตะ ระบบการเล่น และแนวทางการทำทีมไปอย่างสิ้นเชิง

ความพร้อมของทีมเหย้า ญี่ปุ่น

ข่าวทีม

ตัวเจ็บ

  • Wataru Endo
  • Takefusa Kubo
  • Kaoru Mitoma
  • Takumi Minamino

ตัวแบน

  • ไม่มี

ผู้เล่นเช็กฟิต

  • ไม่มี

ข่าวสำคัญ

แม้จะขาดผู้เล่นตัวหลักหลายราย แต่ ฮาจิเมะ โมริยาสุ ยังแสดงความมั่นใจต่อศักยภาพของทีม หลังหมุนเวียนนักเตะใช้งานแล้วมากกว่า 20 คนในสองนัดแรก และทุกคนสามารถรักษามาตรฐานของทีมเอาไว้ได้ เกมรุกยังคงมีความหลากหลาย ขณะที่เกมรับยังเสียเพียง 2 ประตูในทัวร์นาเมนต์

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

GK

1 Zion Suzuki

DEF

2 Yukinari Sugawara

4 Ko Itakura

21 Hiroki Ito

22 Takehiro Tomiyasu

MID

24 Kaishu Sano

15 Daichi Kamada

10 Ritsu Doan

ATT

14 Junya Ito

18 Ayase Ueda

13 Keito Nakamura

นักเตะที่น่าจับตา

Daichi Kamada

กองกลางวัย 29 ปี กำลังเป็นหัวใจของเกมรุกญี่ปุ่น หลังยิงไปแล้ว 2 ประตูจาก 2 นัดแรก ความสามารถในการเชื่อมเกมและสอดขึ้นมายิงจากแถวสองทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่สวีเดนต้องจับตาเป็นพิเศษ

Ayase Ueda

กองหน้าตัวเป้าของทีมมีผลงาน 2 ประตู 1 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 2 นัด มีการเคลื่อนที่ในกรอบเขตโทษที่ยอดเยี่ยม และสามารถจบสกอร์ได้จากทั้งลูกเท้าและลูกกลางอากาศ

Keito Nakamura

แนวรุกริมเส้นที่ทำไปแล้ว 1 ประตู 1 แอสซิสต์ มีจุดเด่นเรื่องความเร็ว การดวลตัวต่อตัว และการตัดเข้าในเพื่อสร้างโอกาสยิงประตู ถือเป็นอีกหนึ่งอาวุธสำคัญของญี่ปุ่นในเกมนี้

จุดแข็ง

  • เกมรับมีวินัยสูง
  • ต่อบอลแม่นยำและเล่นเป็นระบบ
  • เกมสวนกลับรวดเร็ว
  • เกมรุกกระจายหลายตำแหน่ง
  • ยังไม่มีผู้เล่นได้รับใบเหลืองหรือใบแดงในรอบแบ่งกลุ่ม

ความพร้อมของทีมเยือน สวีเดน

ข่าวทีม

ตัวเจ็บ

  • ไม่มีรายงานผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติมก่อนการแข่งขัน

ตัวแบน

  • ไม่มี

ผู้เล่นเช็กฟิต

  • ไม่มี

ข่าวสำคัญ

แม้สวีเดนจะเสียความมั่นใจจากความพ่ายแพ้ต่อเนเธอร์แลนด์ 1-5 ในนัดล่าสุด แต่ Graham Potter ยังคงยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนแนวทางการเล่นมากนัก โดยมุ่งเน้นการแก้ไขรายละเอียดในเกมรับ พร้อมฝากความหวังไว้กับแนวรุกอย่าง Alexander Isak และ Viktor Gyökeres ที่ยังสร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่องตลอดสองนัดแรก หากสวีเดนต้องการผ่านเข้าสู่รอบต่อไป เกมนี้มีเพียงชัยชนะเท่านั้นที่ตอบโจทย์มากที่สุด

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

GK

23 Kristoffer Nordfeldt

DEF

2 Gustaf Lagerbielke

4 Isak Hien

3 Victor Lindelöf

5 Gabriel Gudmundsson

MID

16 Jesper Karlström

18 Yasin Ayari

7 Lucas Bergvall

ATT

11 Anthony Elanga

9 Alexander Isak

17 Viktor Gyökeres

นักเตะที่น่าจับตา

Alexander Isak

กองหน้าวัย 26 ปี คือผู้เล่นที่มีส่วนร่วมกับเกมรุกมากที่สุดของสวีเดนในฟุตบอลโลกครั้งนี้ หลังทำได้ 1 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 2 นัด ความสามารถในการเลี้ยงบอล พาบอลขึ้นหน้า และสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม ทำให้เขาเป็นนักเตะที่ญี่ปุ่นต้องจำกัดพื้นที่ให้ได้

Yasin Ayari

กองกลางจาก Brighton กลายเป็นดาวซัลโวร่วมของทีมด้วยผลงาน 2 ประตู แม้จะเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ แต่จังหวะเติมขึ้นมายิงจากแถวสองสร้างปัญหาให้คู่แข่งอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม เขามีใบเหลืองติดตัวแล้ว 1 ใบ จึงต้องระมัดระวังการเข้าสกัด

Viktor Gyökeres

ศูนย์หน้าตัวเป้าที่ทำได้ 1 ประตู 1 แอสซิสต์ เป็นผู้เล่นที่โดดเด่นเรื่องการพักบอล ความแข็งแกร่ง และการเล่นในกรอบเขตโทษ หากได้รับการสนับสนุนจาก Isak และ Elanga มากพอ เขามีโอกาสสร้างความแตกต่างได้ตลอดทั้งเกม

จุดแข็ง

  • เกมรุกมีคุณภาพจาก Isak และ Gyökeres
  • ลูกกลางอากาศและลูกตั้งเตะอันตราย
  • ผู้เล่นรูปร่างสูงใหญ่ ได้เปรียบในการปะทะ
  • เกมสวนกลับใช้ความเร็วได้ดี
  • มีตัวจบสกอร์หลายตำแหน่ง

จุดอ่อน

  • เกมรับเสียประตูง่าย
  • เสียถึง 6 ประตูจาก 2 นัดในฟุตบอลโลก
  • มีผู้เล่นสะสมใบเหลืองแล้ว 3 คน
  • รับมือทีมที่ต่อบอลเร็วได้ไม่ดี
  • พื้นที่ด้านหลังแนวรับมักเปิดช่องให้คู่แข่งโจมตี

จุดชี้ขาดของเกม

  1. การดวลกันระหว่าง Daichi Kamada กับ Jesper Karlström ในพื้นที่แดนกลาง เพราะหากญี่ปุ่นครองบอลได้ต่อเนื่อง จะลดโอกาสสวนกลับของสวีเดนอย่างมาก
  2. ความสามารถของแนวรับญี่ปุ่นในการรับมือ Alexander Isak และ Viktor Gyökeres ซึ่งเป็นคู่กองหน้าที่มีทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง และการเล่นร่วมกันอย่างเข้าใจ
  3. ลูกตั้งเตะของสวีเดน ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญเมื่อเจอกับทีมที่รูปร่างเสียเปรียบอย่างญี่ปุ่น
  4. ประสิทธิภาพในการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูของญี่ปุ่น เพราะจากสองนัดที่ผ่านมา ทีมของโมริยาสุใช้โอกาสได้ค่อนข้างคุ้มค่า ต่างจากสวีเดนที่ยังมีจังหวะจบสกอร์ไม่เฉียบขาดในบางช่วง

วิเคราะห์รูปเกม

ญี่ปุ่นน่าจะเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า โดยอาศัยการต่อบอลสั้น การเคลื่อนที่สลับตำแหน่ง และการขึ้นเกมจากริมเส้นผ่าน Junya Ito และ Keito Nakamura ก่อนเปิดพื้นที่ให้ Daichi Kamada สอดขึ้นมายิงจากแถวสอง ขณะที่ Ayase Ueda จะรับหน้าที่เป็นตัวจบสกอร์หลักในกรอบเขตโทษ การเพรสซิ่งตั้งแต่แดนบนก็ยังเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้คู่แข่งเสียบอลในพื้นที่อันตรายบ่อยครั้ง

ด้านสวีเดนมีแนวโน้มเลือกเล่นแบบรัดกุมมากขึ้นในช่วงต้นเกม ก่อนรอจังหวะสวนกลับผ่าน Alexander Isak และ Anthony Elanga ที่มีความเร็วสูง ส่วน Viktor Gyökeres จะทำหน้าที่พักบอลและดึงตัวประกบเพื่อเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมเติมขึ้นมา โดยเฉพาะ Yasin Ayari ที่มักสอดเข้ากรอบเขตโทษได้อย่างแม่นยำ

พื้นที่บริเวณแดนกลางจะเป็นจุดตัดสินผลการแข่งขัน หากญี่ปุ่นสามารถควบคุมจังหวะเกมและตัดบอลได้เร็ว จะลดโอกาสที่สวีเดนจะใช้เกมสวนกลับได้เต็มประสิทธิภาพ แต่หากสวีเดนสร้างโอกาสจากลูกตั้งเตะและการเปิดบอลจากด้านข้างได้บ่อย เกมก็อาจพลิกไปอีกทางเช่นกัน

การคาดการณ์และทิศทางของเกม

ความได้เปรียบก่อนเกม

  • ญี่ปุ่นกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีกว่า ไม่แพ้ใครตลอด 5 นัดหลังสุด
  • เกมรับของญี่ปุ่นเสียเพียง 2 ประตู ขณะที่สวีเดนเสียถึง 6 ประตูในฟุตบอลโลก 2 นัดแรก

การคาดการณ์จำนวนประตู

  • ทั้งสองทีมมีแนวรุกที่กำลังทำผลงานได้ดี จึงมีโอกาสเห็นประตูจากทั้งสองฝั่ง
  • สวีเดนจำเป็นต้องเปิดเกมรุก ทำให้พื้นที่ด้านหลังอาจเปิดโอกาสให้ญี่ปุ่นเล่นเกมสวนกลับได้มากขึ้น

มุมมองภาพรวม

  • ญี่ปุ่นได้เปรียบเรื่องระบบทีมและความต่อเนื่องของผลงาน
  • สวีเดนเหนือกว่าเรื่องรูปร่างและลูกกลางอากาศ
  • เกมมีแนวโน้มเปิดแลกกันมากกว่าปกติ
  • ความเด็ดขาดในจังหวะสุดท้ายจะเป็นตัวตัดสินผู้ชนะ

คาดการณ์ผลการแข่งขัน

ความน่าจะเป็น

  • ญี่ปุ่น ชนะ 47%
  • เสมอ 28%
  • สวีเดน ชนะ 25%

สกอร์ที่คาด

  • ญี่ปุ่น 2-1 สวีเดน
  • ญี่ปุ่น 1-1 สวีเดน
  • ญี่ปุ่น 2-0 สวีเดน

บทสรุป

ญี่ปุ่นเข้าสู่เกมนี้ด้วยความมั่นใจจากผลงานที่แข็งแกร่งตลอดช่วงที่ผ่านมา ทั้งเกมรับที่เสียประตูน้อยและเกมรุกที่มีผู้เล่นหลายคนกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์ ขณะที่สวีเดนแม้จะมีเกมรุกที่อันตรายจาก Alexander Isak และ Viktor Gyökeres แต่ยังต้องแก้ไขปัญหาเกมรับให้ได้ หากหวังสร้างเซอร์ไพรส์ในเกมสำคัญนัดนี้

จากภาพรวมทั้งหมด ญี่ปุ่นดูมีความพร้อมมากกว่าเล็กน้อย ทั้งเรื่องความสมดุลของทีม ความต่อเนื่องของฟอร์ม และการเล่นเป็นระบบ แม้สวีเดนจะมีศักยภาพสร้างความกดดันได้ตลอด 90 นาที แต่หากเกมดำเนินไปตามจังหวะที่ญี่ปุ่นต้องการ โอกาสเก็บสามคะแนนและผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ยังคงมีสูงกว่า