19/06/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

ออสเตรีย 3-1 จอร์แดน : VAR เปลี่ยนเกม อาร์เนาโตวิชยิงปิดท้ายพาทีมคว้าชัย ฟุตบอลโลก 2026

ออสเตรียเก็บชัยชนะเหนือจอร์แดน 3-1 ในเกมที่เต็มไปด้วยดราม่าช่วงท้ายการแข่งขัน โรมาโน ชมิด ยิงเปิดหัว อาลี โอลวาน ตีเสมอให้จอร์แดน ก่อนที่ลูกทำเข้าประตูตัวเองและจุดโทษของ มาร์โก อาร์เนาโตวิช จะส่งทีมจากยุโรปคว้าสามแต้มสำคัญในฟุตบอลโลก 2026
ออสเตรีย 3-1 จอร์แดน : VAR เปลี่ยนเกม อาร์เนาโตวิชยิงปิดท้ายพาทีมคว้าชัย ฟุตบอลโลก 2026

ออสเตรียเก็บสามคะแนนสำคัญในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม หลังเอาชนะจอร์แดนไปได้ 3-1 ในเกมที่ต้องลุ้นกันจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โดยแมตช์นี้เต็มไปด้วยจังหวะสำคัญทั้งการทำเข้าประตูตัวเอง การแทรกแซงของ VAR และจุดโทษช่วงท้ายเกมที่เป็นตัวตัดสินผลการแข่งขันอย่างแท้จริง

ก่อนเริ่มเกม ออสเตรียถูกมองว่าเหนือกว่าทั้งในแง่ประสบการณ์และคุณภาพทีม แต่จอร์แดนแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาไม่ใช่คู่แข่งที่เอาชนะได้ง่าย หลังสู้ได้อย่างสูสีตลอด 90 นาที และมีโอกาสสร้างปัญหาให้แนวรับคู่แข่งหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังที่สามารถตามตีเสมอได้สำเร็จ ซึ่งหลายประเด็นสำคัญถูกคาดการณ์เอาไว้แล้วในบทวิเคราะห์ก่อนเกมของคู่นี้ระหว่าง ออสเตรีย พบ จอร์แดน ฟุตบอลโลก 2026

ออสเตรียครองเกมได้มากกว่า แต่จอร์แดนสู้ได้อย่างสูสี

รูปเกมในช่วงครึ่งแรกเป็นออสเตรียที่ครองบอลและพยายามสร้างจังหวะเข้าทำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จอร์แดนอาศัยเกมสวนกลับและความเร็วของแนวรุก โดยเฉพาะ มูซา อัล ทามารี ที่สร้างปัญหาให้แนวรับออสเตรียหลายครั้ง เกมเปิดแลกกันค่อนข้างสนุกและมีโอกาสลุ้นประตูทั้งสองฝั่ง

จุดเปลี่ยนแรกของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 21 เมื่อ โรมาโน ชมิด รับบอลบริเวณกรอบเขตโทษก่อนปั่นด้วยขวาส่งบอลเสียบมุมอย่างสวยงาม ช่วยให้ออสเตรียออกนำ 1-0 แม้หลังจากนั้นจอร์แดนจะมีโอกาสตอบโต้หลายครั้ง รวมถึงลูกโหม่งของ อาลี โอลวาน ที่ชนคาน แต่ครึ่งแรกจบลงด้วยความได้เปรียบของทีมจากยุโรป

อาลี โอลวาน และ มาร์โก อาร์เนาโตวิช ผู้สร้างความแตกต่าง

นักเตะที่โดดเด่นที่สุดฝั่งจอร์แดนคือ อาลี โอลวาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในเกมรุกตลอดทั้งเกม เขาสร้างโอกาสอันตรายหลายครั้งตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนจะเป็นคนตามซ้ำจ่อ ๆ ให้ทีมตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 50 ทำให้จอร์แดนกลับมามีความหวังในการแบ่งแต้ม

ฝั่งออสเตรีย การส่ง มาร์โก อาร์เนาโตวิช ลงสนามในช่วงเริ่มครึ่งหลังกลายเป็นการเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง แม้จะมีประตูหนึ่งถูก VAR ริบคืนจากจังหวะแฮนด์บอลในนาทีที่ 72 แต่กองหน้าจอมเก๋ายังมีส่วนสำคัญกับเกมรุกอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะมายิงจุดโทษปิดท้ายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยการันตีชัยชนะให้ทีม

ครึ่งหลังเดือด VAR มีบทบาทสำคัญ

หลังเริ่มครึ่งหลังได้เพียง 5 นาที จอร์แดนตามตีเสมอจาก อาลี โอลวาน ทำให้เกมกลับมาสูสีอีกครั้ง และสร้างแรงกดดันให้ออสเตรียต้องเร่งเกมบุกหนักกว่าเดิม ราล์ฟ รังนิค ตัดสินใจเปลี่ยนตัวหลายตำแหน่งเพื่อเพิ่มความสดในแดนกลางและแนวรุก

ผลของการปรับแท็กติกเริ่มเห็นชัดในช่วง 20 นาทีสุดท้าย ออสเตรียกดดันคู่แข่งต่อเนื่องจนได้ประตูนำ 2-1 ในนาทีที่ 76 จากลูกเตะมุมที่ ยาซาน อัล อาหรับ กองหลังจอร์แดนสกัดพลาดเข้าประตูตัวเอง กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทีมจากยุโรปกลับมาคุมสถานการณ์ได้อีกครั้ง

จุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บปิดเกม

ช่วงท้ายเกมจอร์แดนยังพยายามเดินหน้าหาประตูตีเสมอ และเกือบได้เฮจากจังหวะยิงของ อาลี อาไซเซห์ ที่เฉียดเสาออกไปเพียงเล็กน้อย ขณะที่ออสเตรียเองก็มีโอกาสหลายครั้ง แต่ยังติดการเซฟของ ยาซีด อาบูไลลา ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม

อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 90+10 VAR เข้ามามีบทบาทอีกครั้ง หลังผู้ตัดสินกลับไปตรวจสอบจังหวะแฮนด์บอลของ ซาลีม โอบาอิด ในกรอบเขตโทษ ก่อนชี้เป็นจุดโทษให้ออสเตรีย และเป็น มาร์โก อาร์เนาโตวิช ที่รับหน้าที่ยิงไม่พลาดในนาทีที่ 90+12 ส่งทีมหนีเป็น 3-1 และปิดเกมไปในที่สุด

สรุปผลการแข่งขัน

ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม

ออสเตรีย 3-1 จอร์แดน

ผู้ทำประตู

  • 1-0 โรมาโน ชมิด นาที 21
  • 1-1 อาลี โอลวาน นาที 50
  • 2-1 ยาซาน อัล อาหรับ (เข้าประตูตัวเอง) นาที 76
  • 3-1 มาร์โก อาร์เนาโตวิช (จุดโทษ) นาที 90+12

ใบเหลือง

  • มาร์เซล ซาบิตเซอร์ (ออสเตรีย) นาที 77

ข้อมูลการแข่งขัน

  • ผู้ตัดสิน : ดาฮาเน เบย์ดา
  • จำนวนผู้ชม : 68,527 คน
  • สนามแข่งขัน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันในชุดข้อมูลการแข่งขัน

สถิติสำคัญ

  • ครองบอล : ออสเตรีย 53% – 33% จอร์แดน
  • โอกาสยิง : ออสเตรีย 10 ครั้ง / จอร์แดน 11 ครั้ง
  • ยิงตรงกรอบ : ออสเตรีย 4 ครั้ง / จอร์แดน 3 ครั้ง
  • ยิงในกรอบเขตโทษ : ออสเตรีย 5 ครั้ง / จอร์แดน 7 ครั้ง
  • เตะมุม : ออสเตรีย 4 ครั้ง / จอร์แดน 3 ครั้ง
  • ผ่านบอล : ออสเตรีย 587 ครั้ง / จอร์แดน 344 ครั้ง
  • ผ่านบอลสำเร็จ : ออสเตรีย 499 ครั้ง / จอร์แดน 254 ครั้ง
  • ฟาวล์ : ออสเตรีย 12 ครั้ง / จอร์แดน 7 ครั้ง
  • ล้ำหน้า : ออสเตรีย 3 ครั้ง / จอร์แดน 1 ครั้ง
  • ใบเหลือง : ออสเตรีย 1 ใบ / จอร์แดน 0 ใบ
  • ครอสบอลสำเร็จ : ออสเตรีย 4 ครั้ง / จอร์แดน 4 ครั้ง
  • บังคับเสียบอล (Forced Turnovers) : ออสเตรีย 54 ครั้ง / จอร์แดน 55 ครั้ง
  • เพรสซิ่ง (Pressing Applied) : ออสเตรีย 206 ครั้ง / จอร์แดน 322 ครั้ง

บทวิเคราะห์จากสถิติ

จากตัวเลขทั้งหมด ออสเตรียเป็นฝ่ายคุมเกมได้ชัดเจนกว่า ทั้งการครองบอล การผ่านบอล และการสร้างเกมในพื้นที่สุดท้าย โดยมีการผ่านบอลสำเร็จมากกว่าจอร์แดนเกือบสองเท่า ขณะที่จอร์แดนแม้จะครองบอลน้อยกว่า แต่ยังสร้างโอกาสยิงได้มากกว่าเล็กน้อย และใช้การเพรสซิ่งหนักถึง 322 ครั้ง สะท้อนถึงความพยายามไล่บีบพื้นที่และเล่นเกมสวนกลับตลอดทั้งแมตช์

ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่คุณภาพของโอกาสและการตัดสินใจในช่วงสำคัญ ออสเตรียเปลี่ยนความได้เปรียบในการครองเกมเป็นสามประตูได้สำเร็จ ขณะที่จอร์แดนแม้จะมีจังหวะลุ้นหลายครั้ง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้มากพอ ก่อนพ่ายไป 1-3 ในท้ายที่สุด

บทสรุป

ออสเตรียแสดงให้เห็นถึงคุณภาพและความลึกของขุมกำลังที่เหนือกว่า โดยเฉพาะการแก้เกมจากม้านั่งสำรองที่ช่วยเปลี่ยนโมเมนตัมของการแข่งขัน ขณะที่จอร์แดนต่อสู้ได้อย่างยอดเยี่ยมและสร้างปัญหาให้คู่แข่งตลอด 90 นาที แต่ความผิดพลาดเล็ก ๆ ในช่วงสำคัญกลายเป็นจุดที่สร้างความแตกต่างของผลการแข่งขัน

ชัยชนะนัดนี้ช่วยเพิ่มโอกาสของออสเตรียในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ขณะที่จอร์แดนยังต้องเร่งเก็บคะแนนในโปรแกรมที่เหลือ โดยฟอร์มการเล่นในเกมนี้แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังมีศักยภาพมากพอที่จะสร้างความลำบากให้ทุกทีมในกลุ่มได้เช่นกัน