13/06/2026

MongGame.com

เกาะติดทุกเกมฟุตบอล พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก กับมุมมองที่เหนือกว่า

สหรัฐฯ ถล่ม ปารากวัย 4-1 ประเดิมชัย ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม D

ทีมชาติสหรัฐอเมริกาโชว์ฟอร์มร้อนแรงในนัดเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D หลังเอาชนะปารากวัย 4-1 โดยฟอลาริน บาโลกุน เหมาคนเดียวสองประตู ขณะที่โจวานนี เรย์นา ลงมายิงปิดท้ายช่วงทดเจ็บ ช่วยให้เจ้าภาพร่วมเก็บสามแต้มสำคัญและสร้างความได้เปรียบในการลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์
สหรัฐอเมริกาถล่มปารากวัย 4-1 ประเดิมชัยฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม D

การแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D นัดแรก ระหว่างทีมชาติสหรัฐอเมริกา เจ้าภาพร่วมของทัวร์นาเมนต์ พบกับทีมชาติปารากวัย ที่สนามโซไฟ สเตเดียม (SoFi Stadium) จบลงด้วยชัยชนะของเจ้าถิ่นต่อหน้าแฟนบอล 70,492 คน โดยสหรัฐอเมริกาโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ต้นเกม ก่อนเอาชนะไปด้วยสกอร์ 4-1 เก็บสามคะแนนสำคัญในการเริ่มต้นเส้นทางลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์

เกมนี้มีทั้งจังหวะสำคัญจาก VAR ประตูที่เกิดจากการประสานงานอันยอดเยี่ยม และการตอบโต้ที่น่าสนใจจากทั้งสองทีม แต่สุดท้ายคุณภาพเกมรุกของสหรัฐอเมริกาสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเล่นของ คริสเตียน พูลิซิช, มาลิก ทิลล์แมน และ ฟอลาริน บาโลกุน ที่สร้างปัญหาให้แนวรับปารากวัยตลอดการแข่งขัน

ก่อนการแข่งขัน หลายฝ่ายจับตาว่าเกมนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งสองชาติ หลังจาก วิเคราะห์ก่อนเกม : สหรัฐอเมริกา พบ ปารากวัย ฟุตบอลโลก 2026 ชี้ให้เห็นถึงความได้เปรียบของเจ้าภาพร่วมในเรื่องคุณภาพขุมกำลังและการเล่นเกมรุก ซึ่งภาพดังกล่าวสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนตลอด 90 นาทีในสนาม

สหรัฐอเมริกาออกตัวแรง นำห่างตั้งแต่ครึ่งแรก

เจ้าภาพร่วมได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 7 จากจังหวะโชคร้ายของ ดาเมียน โบบาดิยา กองกลางปารากวัยที่สกัดบอลเข้าประตูตัวเอง ส่งให้สหรัฐอเมริกานำ 1-0 และเป็นจุดเริ่มต้นของเกมที่เจ้าถิ่นควบคุมสถานการณ์ได้เหนือกว่า

หลังจากนั้นสหรัฐอเมริกายังคงเดินหน้ากดดันต่อเนื่อง ก่อนที่ ฟอลาริน บาโลกุน จะยิงประตูที่สองในนาทีที่ 31 จากการผ่านบอลของ คริสเตียน พูลิซิช เพิ่มความได้เปรียบเป็น 2-0 ขณะที่ก่อนหมดครึ่งแรกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาที 45+5 บาโลกุนคนเดิมยิงประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้จากการทำเกมของ มาลิก ทิลล์แมน ส่งให้สหรัฐอเมริกานำห่าง 3-0 ก่อนเข้าสู่ช่วงพักครึ่ง

ก่อนหน้านั้นในนาทีที่ 28 บาโลกุนเคยส่งบอลเข้าประตูได้แล้ว แต่ VAR ตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นจังหวะล้ำหน้า ทำให้สกอร์ยังคงอยู่ที่ 1-0 ในเวลานั้น

ปารากวัยพยายามกลับสู่เกม แต่ไล่ไม่ทัน

ครึ่งหลังปารากวัยพยายามยกระดับเกมรุกมากขึ้น โดยมี ฮูลิโอ เอ็นซิโซ และ มิเกล อัลมิรอน เป็นแกนหลักในการสร้างสรรค์เกม ขณะที่ ดีเอโก โกเมซ ก็มีบทบาทในการขับเคลื่อนเกมแดนกลางและสร้างโอกาสให้ทีม

ความพยายามของทีมจากอเมริกาใต้สัมฤทธิ์ผลในนาทีที่ 72 เมื่อ ฮูลิโอ เอ็นซิโซ เปิดบอลให้ เมาริซิโอ จบสกอร์ด้วยการวอลเลย์อย่างเฉียบขาด ส่งบอลเสียบมุมล่างขวา ไล่ตามมาเป็น 3-1 และสร้างความหวังให้กับปารากวัยในช่วงท้ายเกม

อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกายังคงรักษามาตรฐานการเล่นเอาไว้ได้ดี และยังสร้างโอกาสลุ้นประตูเพิ่มอย่างต่อเนื่องจาก มาลิก ทิลล์แมน, ทิโมธี เวอาห์ และ ริคาร์โด เปปี ที่ลงมาเติมความสดในแนวรุก

เรย์นาปิดกล่องช่วงทดเจ็บ

ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+7 สหรัฐอเมริกามาได้ประตูปิดท้ายจาก โจวานนี เรย์นา ที่รับบอลจาก อเล็กซ์ ฟรีแมน ก่อนพาบอลตัดเข้าในและยิงเสียบเสาอย่างสวยงาม ส่งให้สกอร์ขยับเป็น 4-1

ประตูดังกล่าวตอกย้ำความเหนือกว่าของเจ้าภาพร่วมในเกมนี้ ทั้งในเรื่องคุณภาพเกมรุก ความเฉียบคมในการจบสกอร์ และความหลากหลายของตัวเลือกจากม้านั่งสำรอง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในทัวร์นาเมนต์ระยะยาวอย่างฟุตบอลโลก

ฟอลาริน บาโลกุน และ มาลิก ทิลล์แมน เด่นที่สุดในสนาม

แม้สหรัฐอเมริกาจะมีผู้เล่นหลายคนทำผลงานได้ดี แต่สองนักเตะที่โดดเด่นที่สุดคือ ฟอลาริน บาโลกุน และ มาลิก ทิลล์แมน โดยบาโลกุนยิงได้ 2 ประตู และเกือบทำแฮตทริกได้ตั้งแต่ครึ่งแรก หากไม่ถูก VAR ริบประตูจากจังหวะล้ำหน้า

ส่วนทิลล์แมนแม้ไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด แต่มีส่วนร่วมกับเกมรุกอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสหลายครั้ง และเป็นผู้แอสซิสต์ให้บาโลกุนทำประตูที่สามของทีม นอกจากนี้ยังเชื่อมเกมระหว่างแดนกลางและแนวรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม

สำหรับปารากวัย แม้จะพ่ายแพ้ แต่ ฮูลิโอ เอ็นซิโซ ยังคงเป็นผู้เล่นที่สร้างอันตรายได้มากที่สุด และมีส่วนร่วมโดยตรงกับประตูเดียวของทีมจากการจ่ายบอลให้เมาริซิโอทำประตู

สรุปผลการแข่งขัน

ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D

สหรัฐอเมริกา 4-1 ปารากวัย

ผู้ทำประตู

  • 07′ ดาเมียน โบบาดิยา (ปารากวัย) ทำเข้าประตูตัวเอง 1-0
  • 31′ ฟอลาริน บาโลกุน (สหรัฐอเมริกา) 2-0
  • 45+5′ ฟอลาริน บาโลกุน (สหรัฐอเมริกา) 3-0
  • 73′ เมาริซิโอ (ปารากวัย) 3-1
  • 90+8′ โจวานนี เรย์นา (สหรัฐอเมริกา) 4-1

ใบเหลือง

สหรัฐอเมริกา

  • 50′ ทิม รีม
  • 59′ ไทเลอร์ อดัมส์

ปารากวัย

  • 10′ ฮวน กาเซเรส
  • 53′ มิเกล อัลมิรอน
  • 79′ ดีเอโก โกเมซ
  • 88′ อเล็กซ์ อาร์เซ
  • 90+3′ จูเนียร์ อลอนโซ

การเปลี่ยนตัว

สหรัฐอเมริกา

  • 46′ เซบาสเตียน เบอร์ฮัลเตอร์ แทน คริสเตียน พูลิซิช
  • 72′ ทิโมธี เวอาห์ แทน เซอร์จินโญ เดสต์
  • 72′ ริคาร์โด เปปี แทน ฟอลาริน บาโลกุน
  • 82′ โจวานนี เรย์นา แทน มาลิก ทิลล์แมน

ปารากวัย

  • 46′ เมาริซิโอ แทน ดาเมียน โบบาดิยา
  • 62′ อเล็กซ์ อาร์เซ แทน อันโตนิโอ ซานาเบรีย
  • 79′ รามอน โซซา แทน มิเกล อัลมิรอน
  • 79′ กุสตาโว เบลาซเกซ แทน ฮวน กาเซเรส
  • 80′ คาคู แทน ดีเอโก โกเมซ

ข้อมูลการแข่งขัน

  • สนาม : โซไฟ สเตเดียม (SoFi Stadium), ลอสแอนเจลิส, สหรัฐอเมริกา
  • ผู้ตัดสิน : แดนนี มัคเคลี (เนเธอร์แลนด์)
  • ผู้ชมในสนาม : 70,492 คน

บทสรุป

ชัยชนะ 4-1 เหนือปารากวัยส่งให้สหรัฐอเมริกาประเดิมฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบของกลุ่ม D ตั้งแต่นัดแรก ขณะที่ผลงานของแนวรุกหลายรายช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทีมก่อนเข้าสู่เกมต่อไปในรอบแบ่งกลุ่ม

ในทัวร์นาเมนต์ที่มีการแข่งขันยาวนานและเข้มข้น การออกสตาร์ตด้วยชัยชนะพร้อมผลต่างประตูได้เสียที่ดีมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคฟุตบอลโลก 48 ทีมที่ทุกคะแนนและทุกประตูอาจส่งผลต่อเส้นทางสู่รอบน็อกเอาต์ในท้ายที่สุด