
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส พ่ายแพ้เลสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก
การพ่ายแพ้ของท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส (Tottenham Hotspur) ต่อเลสเตอร์ ซิตี้ (Leicester City) ในเกมพรีเมียร์ลีกล่าสุดนั้นไม่เพียงแค่เป็นความพ่ายแพ้ที่น่าผิดหวังเท่านั้น แต่ยังทำให้สเปอร์สต้องเผชิญกับสถิติที่น่าเศร้าเมื่อพวกเขาไม่สามารถเอาชนะทีมใดเลยใน 7 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับทิศทางการเล่นของทีมภายใต้การคุมทีมของอังโตนิโอ คอนเต้ (Antonio Conte) บทวิเคราะห์นี้จะเจาะลึกถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเกมนี้ รวมถึงแผนการเล่นของสเปอร์ส และจุดอ่อนที่ทำให้พวกเขาต้องเจอกับความพ่ายแพ้ในที่สุด
แผนการเล่นของท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส
ในการแข่งขันกับเลสเตอร์ ซิตี้, คอนเต้ยังคงยึดถือระบบ 3-4-3 ที่เคยสร้างความสำเร็จให้กับทีมในช่วงต้นฤดูกาล แต่ในเกมนี้ กลับเห็นได้ชัดว่าแผนการเล่นของท็อตแนมไม่สามารถตอบโจทย์ได้ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาพบกับทีมที่มีการโจมตีแบบโต้กลับที่รวดเร็วและมีความแม่นยำ
แม้ว่าสเปอร์สจะพยายามควบคุมเกมในช่วงครึ่งแรก แต่พวกเขากลับไม่สามารถเจาะแนวรับของเลสเตอร์ที่ตั้งรับอย่างเป็นระเบียบได้อย่างมีประสิทธิภาพ แฮร์รี่ เคน (Harry Kane) และซน ฮึง-มิน (Son Heung-min) ไม่สามารถเชื่อมเกมได้อย่างมีระเบียบ และการขาดการเคลื่อนที่อย่างคล่องตัวของตัวรุกทำให้การบุกของสเปอร์สขาดความหลากหลายและไม่สร้างความอันตรายให้กับเลสเตอร์
ปัญหาการป้องกันและการรับมือกับการโจมตีเร็วของเลสเตอร์
ปัญหาที่ชัดเจนที่สุดในเกมนี้คือการป้องกันของท็อตแนมที่ไม่สามารถรับมือกับการโจมตีแบบโต้กลับของเลสเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในหลายจังหวะ สเปอร์สถูกเลสเตอร์เจาะผ่านการตั้งรับที่มีช่องว่าง โดยเฉพาะในประตูที่สองที่ทีมเสียให้กับเลสเตอร์เมื่อพวกเขาโดนสวนกลับอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
การเคลื่อนที่ของกองหลังท็อตแนมดูไม่คล่องตัว พวกเขาติดอยู่ในระบบการตั้งรับที่ไม่สามารถปรับตัวตามการโจมตีที่เร็วและรวดเร็วของคู่แข่งได้ เอริค ดายเออร์ (Eric Dier) และคริสเตียน โรเมโร (Cristian Romero) ดูเหมือนจะประสานงานกันได้ไม่ดีในเกมนี้ ซึ่งทำให้ทีมเสียประตูในจังหวะที่ไม่น่าเกิดขึ้น
ปัญหาการจัดการเกมในแดนกลาง
หนึ่งในจุดอ่อนที่ทำให้สเปอร์สไม่สามารถควบคุมเกมได้คือการขาดการเชื่อมโยงระหว่างแดนกลางและแนวรุก ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก (Pierre-Emile Højbjerg) ไม่สามารถควบคุมเกมได้อย่างที่ควรจะเป็น ขณะที่การส่งบอลในแดนกลางยังคงมีความผิดพลาดหลายครั้ง ทำให้การครองบอลไม่ค่อยมั่นคง การขาดผู้เล่นที่สามารถสร้างจังหวะในแดนกลางและเชื่อมต่อกับตัวรุกอย่างซนและเคน ทำให้ทีมพยายามบุกไปข้างหน้าแต่กลับขาดทิศทางและความแน่นอน
จุดอ่อนในเกมรุก
แม้ว่าท็อตแนมจะมีผู้เล่นตัวรุกที่มีคุณภาพอย่างแฮร์รี่ เคน และซน ฮึง-มิน แต่ทั้งสองคนดูเหมือนจะโดดเดี่ยวและไม่สามารถหาจังหวะการโจมตีที่มีประสิทธิภาพได้ในเกมนี้ เคนที่มักจะเป็นผู้จบสกอร์และผู้เชื่อมเกมดูเหมือนจะถูกกดดันอย่างหนักจากการป้องกันของเลสเตอร์ และไม่สามารถหาพื้นที่ในการสร้างโอกาสได้
นอกจากนี้ การเคลื่อนที่ของผู้เล่นในแดนรุกยังขาดความรวดเร็วและความคล่องตัวในการสร้างการโจมตีที่ต่อเนื่อง การขาดความหลากหลายในการเข้าทำและการไม่สามารถใช้จุดแข็งของกองหน้าสร้างความอันตรายให้กับคู่แข่ง ทำให้เกมรุกของท็อตแนมดูไม่มีความน่ากลัวและขาดประสิทธิภาพ
ความต่อเนื่องของผลงานที่แย่
สิ่งที่ทำให้เกมนี้ยิ่งน่ากังวลยิ่งขึ้นคือความต่อเนื่องของผลงานที่แย่ของท็อตแนมในช่วงหลัง พวกเขาไม่สามารถชนะใน 7 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่คาดคิดสำหรับทีมที่เคยมีเป้าหมายที่จะคว้าแชมป์หรือการเข้าไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ามีปัญหาที่ลึกซึ้งมากกว่าการพ่ายแพ้ในนัดเดียว และอาจต้องมีการปรับปรุงทั้งในแผนการเล่นและการจัดการทีม
บทสรุป
การพ่ายแพ้ต่อเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนให้เห็นถึงปัญหาหลายด้านที่ท็อตแนมต้องรีบแก้ไขหากหวังที่จะกลับมาแข่งขันในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง ความขาดความสามารถในการสร้างโอกาสในเกมรุก, ปัญหาการป้องกันที่ไม่สามารถรับมือกับการโจมตีเร็วของคู่แข่ง, และการไม่สามารถควบคุมเกมในแดนกลางล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สเปอร์สต้องพบกับผลการแข่งขันที่ไม่น่าพอใจ คอนเต้จะต้องทำงานหนักเพื่อปรับปรุงในจุดเหล่านี้ หากเขาต้องการพาสเปอร์สกลับมาสู่ฟอร์มที่ดีและแก้ไขความผิดหวังที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
More Stories
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับโจทย์ตลาดหน้าหนาว: ฟอร์มเริ่มติด แต่ยังขาดอะไรถึงจะกลับไปลุ้นแชมป์
ธีรศักดิ์แฮตทริก ช้างศึกบุกถล่มไต้หวัน 6-1 คัดเอเชียนคัพ 2027
โค้ชวังยิ้ม ไทย U23 ไล่ถลุงมองโกเลีย 6-0 เปิดหัวคัดเอเชียอย่างเร้าใจ