
จากเปิดฤดูกาลสุดฝืด สู่ทีมที่เริ่ม เข้าที่ ภายใต้รูเบน อาโมริม
ฤดูกาล 2025/26 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของรูเบน อาโมริม เริ่มต้นแบบกดดันสุด ๆ เก็บได้เพียง 4 แต้มจาก 4 นัดแรก แถมแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0–3 ในศึกดาร์บี้แมตช์ พร้อมเสียงวิจารณ์เรื่อง “ยึดติด” กับระบบ 3-4-3 ที่ดูไม่เข้ากับขุมกำลังเดิมของทีมเลยสักนิด แต่เมื่อผ่านช่วงวิกฤตมา ยูไนเต็ดค่อย ๆ กลับเข้าร่องเข้ารอย ปัจจุบันรั้งกลุ่มหัวตารางบน (อันดับ 7) พร้อมฟอร์มระยะหลังที่ดีขึ้นชัดเจน ทั้งชัยชนะเหนือ ลิเวอร์พูล, เชลซี, ไบรท์ตัน และการบุกไปเสมอสเปอร์สแบบสุดดราม่า 2–2 จากประตูท้ายเกมของมัทไธส์ เดอ ลิกต์ คำถามคือ ในตลาดหน้าหนาว มกราคม 2026 ยูไนเต็ดควร “เสริมเขี้ยวเล็บ” ตรงไหน และควรได้ใครมาเติมเต็มระบบของอาโมริม เพื่อยกระดับจาก “เริ่มดี” ไปสู่ “ทีมลุ้นแชมป์” ในระยะยาว
ภาพรวมฟอร์มปัจจุบัน: จากโค้งแรกฝืด เป็นทีมฟอร์มแรงของลีกช่วงหลัง
เปิดซีซั่นสุดฝืด
- 4 นัดแรก เก็บได้เพียง 4 คะแนน
- แพ้แมนฯ ซิตี้ 0–3, เสมอฟูแล่ม, ชนะเบิร์นลีย์แบบหวุดหวิด, พ่ายในบอลถ้วยต่อทีมเล็ก สร้างความกดดันอย่างมหาศาลให้กับอาโมริม
เสียงวิจารณ์หลัก ๆ คือ
- ระบบ 3-4-3 ที่ใช้วิงแบ็กสูง แต่ขาดสมดุลในแดนกลาง
- คู่มิดฟิลด์รับ-รุกต้องวิ่งเยอะมาก ทำให้ “หลุมกลางสนาม” โดนคู่แข่งเล่นงานบ่อย
- เกมรุกสร้างโอกาสได้ แต่จบสกอร์ไม่คมพอ
ฟอร์มเริ่มเข้าที่ในช่วงเดือนกันยายน–พฤศจิกายน
แม้จะยังไม่ถึงขั้นโหดแบบยุคเฟอร์กี้ แต่สิ่งที่เห็นชัดคือ “ทีมเล่นเป็นรูปเป็นร่าง” มากขึ้น
ตัวอย่างผลงานเด่นในลีกช่วงหลัง
- ชนะ เชลซี 2–1
- ชนะ ลิเวอร์พูล 2–1 (เกมเยือน)
- ชนะ ไบรท์ตัน 4–2
- ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2–0
- เสมอ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 2–2
- เสมอ สเปอร์ส 2–2 (ตีเสมอทดเจ็บ)
ในตารางฟอร์มระยะหลัง (ประมาณช่วงนัดที่ 7–12) ยูไนเต็ดถูกจัดอยู่ในกลุ่มทีมฟอร์มดีที่สุดอันดับต้น ๆ ของลีก สะท้อนว่าทีมเริ่มเข้าใจระบบ 3-4-3 และผู้เล่นใหม่อย่าง มาตูส คุนญ่า, ไบรอัน เอ็มเบโม่, เบนยามิน เชชโก้ เริ่มปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้ดีขึ้นสรุปง่าย ๆ ตอนนี้ ยูไนเต็ดไม่ใช่ทีมวิกฤตเหมือนต้นฤดูกาลแล้ว แต่ยัง “ไม่ดีพอ” จะการันตีท็อปโฟร์หรือถ้วยใหญ่ยุโรปในระยะยาว นั่นคือจุดที่ตลาดหน้าหนาวสำคัญมาก
ระบบของอาโมริม: ทำไม “มิดฟิลด์และวิงแบ็ก” ถึงคือหัวใจของการเสริมทัพ
รูเบน อาโมริมเป็นโค้ชที่ยึดระบบ 3-4-3 / 3-4-2-1 มาตั้งแต่สมัยคุมสปอร์ติง ลิสบอน จุดเด่นคือเกมเพรสซิ่งสูง, วิงแบ็กวิ่งขึ้นลงเต็มพื้นที่ และคู่มิดฟิลด์ต้องครบเครื่องทั้งเกมรุก-รับในคนเดียวกัน โครงสร้างหลัก ๆ คือ
- กองหลังสามตัว: ต้องออกบอลได้, วิ่งกว้าง, ดันสูงได้
- คู่มิดฟิลด์ตัวกลาง: ต้องเป็นทั้งเบอร์ 6 & 8 ในเวลาเดียวกัน – ป้องกันหน้าแผงหลัง, ต่อบอลขึ้นหน้า, วิ่งซ้อนวิงแบ็ก
- วิงแบ็กสองฝั่ง: เติมสูงเป็นปีก สร้างความกว้างในเกมรุก
- สองตัวรุกด้านหลังหน้าเป้า + กองหน้าตัวหลัก: เคลื่อนที่สลับตำแหน่ง, ฉีกออกข้าง, ทำชิ่งเร็ว
เพราะระบบเป็นแบบนี้เอง การเสริมทัพของยูไนเต็ดจึงต้องตอบโจทย์ 3 จุดใหญ่ ๆ คือ
- เพิ่มพลังและมิติในแดนกลาง
- อัพเกรดคุณภาพวิงแบ็ก ให้เป็นระดับ “สร้างโอกาส” ได้จริง
- เสริมตัวเลือกในแผงหลังและแดนหน้าให้ลึกพอสำหรับการลุ้นพื้นที่ยุโรป
วิเคราะห์ขุมกำลังปัจจุบัน: ดีขึ้น แต่ยังมีรูรั่วสำคัญ
- แผงหลังสามคน: เดอ ลิกต์ – มาร์ติเนซ และพาร์ตเนอร์
การเข้ามาของ มัทไธส์ เดอ ลิกต์ ทำให้เกมรับดูมั่นคงขึ้นทั้งลูกกลางอากาศและการออกบอลจากแนวลึก ขณะที่ ลิซานโดร มาร์ติเนซ หากฟิตสมบูรณ์ก็ยังเป็นหัวใจสำคัญในระบบหลังสาม เพราะสามารถดันสูงและจ่ายบอลทะลุไลน์คู่แข่งได้ดี
อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือ
- ขาด “เซ็นเตอร์ตัวขวา” ที่ครบเครื่องทั้งรับ-รุกแบบยืนระยะได้ตลอดฤดูกาล
- เมื่อใครคนหนึ่งเจ็บหรือฟอร์มตก คุณภาพสำรองดร็อปลงชัดเจน
ข้อสรุป: ตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กที่เล่นฝั่งขวา (บอลดี วิ่งกว้างได้) ยังเป็นหนึ่งในจุดที่ควรเสริม
- แดนกลาง: จุดอ่อนที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
แม้ว่าทีมยังมี คาเซมิโร่, บรูโน แฟร์นันด์ส, ดาวรุ่งอย่าง ค็อบบี เมนู แต่ในระบบ 3-4-3 ของอาโมริม การใช้มิดฟิลด์คู่กลางเพียงสองคน ทำให้พวกเขาต้องรับภาระหนักมากทั้งเก็บบอล, ตัดเกม, ขึ้นเกม และเชื่อมกับวิงแบ็กสองฝั่งหลายเสียงวิจารณ์ชี้ชัดว่า “ยูไนเต็ดวิ่งแพ้คู่แข่งในแดนกลาง” และถ้าคู่กลางหลุดนิดเดียว แผงหลังสามคนจะโดนโจมตีตรงกลางทันทีรายงานจากสื่อต่างประเทศหลายเจ้าตรงกันว่า ยูไนเต็ดกำลังวางแผน “รีเฟรชแดนกลาง” ในปี 2026 โดยโฟกัสมิดฟิลด์พลังหนุ่มที่วิ่งไล่เพรสและพาบอลขึ้นหน้าได้ดี ตัวอย่างชื่อที่ถูกเชื่อมโยงบ่อย ๆ ได้แก่
- คาร์ลอส บาเลบา (ไบรท์ตัน) – มิดฟิลด์ตัวรับเชิงสูง วิ่งเก็บงานได้ทั้งสนาม
- เอลเลียต แอนเดอร์สัน (น็อตติงแฮม ฟอเรสต์) – มิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ที่มีความดุดันและมีแววพัฒนาได้อีก
- อันเจโล สติลเลอร์ (สตุ๊ตการ์ต) – จัดจ้านเรื่องการออกบอล, เชื่อมเกม และสามารถยืนเป็นเบอร์ 6 หรือ 8 ได้
- คอเนอร์ กัลลาเกอร์ (แอตเลติโก มาดริด) – สไตล์วิ่งไม่มีหมด เพรสหนัก, มีประสบการณ์พรีเมียร์ลีก
- มอร์เทน ยูลมันด์ (สปอร์ติง ลิสบอน) – มิดฟิลด์รับสไตล์ “กองกลางอาโมริม” ตัวจริง เสริมสมดุลให้แดนกลางได้ทันที
ข้อสรุป: มิดฟิลด์ตัวกลางอย่างน้อย 1–2 คน ที่วิ่งเป็นม้า, เล่นเกมรับดี และออกบอลฉลาด คือ “ดีลบังคับ” สำหรับตลาดหน้าหนาว ถ้าอยากให้ระบบ 3-4-3 ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
- วิงแบ็ก: ปีกเสริมของระบบ 3-4-3
ในระบบของอาโมริม วิงแบ็กไม่ใช่แค่แบ็กธรรมดา แต่ต้องเป็น “ตัวรุกริมเส้นแบบวิ่งทั้งเกม” สร้างโอกาสและเปิดบอลได้ต่อเนื่อง
ปัญหาคือ
- บางนัดยูไนเต็ดขาดความต่อเนื่องในการขึ้นเกมด้านข้าง
- วิงแบ็กเติมสูงแต่การครอสหรือการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายยังไม่นิ่งพอ
- ตัวเลือกบางคนมีประวัติบาดเจ็บ หรือไม่ใช่สายวิ่งขึ้นลง 90 นาทีตลอดฤดูกาล
สื่อต่างประเทศบางเจ้าคาดการณ์ว่า ยูไนเต็ดจะมองหา “วิงแบ็กสมัยใหม่” เข้ามาเสริมอย่างน้อยหนึ่งคนในเดือนมกราคม โดยชื่อที่ถูกโยงมีทั้งวิงแบ็กที่มีค่าฉีกสัญญาไม่สูงมากจากลีกยุโรปอื่น ๆ
ข้อสรุป: วิงแบ็กฝั่งใดฝั่งหนึ่ง (โดยเฉพาะฝั่งขวา) ควรมีตัวระดับ “ตัวจริงพร้อมลง” เข้ามาแย่งตำแหน่งทันที
- แนวรุก: ศูนย์หน้า & ตัวเข้าทำ
แนวรุกของยูไนเต็ดซีซั่นนี้มีการเสริมหนักมากอยู่แล้ว ทั้ง
- มาตูส คุนญ่า
- ไบรอัน เอ็มเบโม่ – ปัจจุบันเป็นทั้งดาวซัลโวลีกของทีมและซีซั่นนี้โดยรวม
- เบนยามิน เชชโก้
เกมรุกจึงมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งการเลี้ยงกินตัว, เล่นโต้กลับ, และการฉีกออกข้างของสามแนวรุก แต่ปัญหาที่ถูกพูดถึงคือ
- ยังขาด “เบอร์ 9 ที่เล่นในกรอบเขตโทษ” แบบคมจัดและสม่ำเสมอ
- เชชโก้มีพรสวรรค์สูง แต่ยังเจ็บ ๆ หาย ๆ และต้องใช้เวลาในการพัฒนา
ไม่แปลกที่มีข่าวโยงยูไนเต็ดกับกองหน้าอย่าง
- ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า (คริสตัล พาเลซ) – ฟอร์มแรงในพรีเมียร์ลีก, เล่นบอลกับพื้นได้ และแข็งแรงในกรอบเขตโทษ มีรายงานว่าค่าตัวราว 40 ล้านปอนด์อาจเพียงพอสำหรับดีลนี้
ข้อสรุป: หากทีมต้องการ “ประกันประตู” ในเกมใหญ่ ๆ การซื้อตัวจบสกอร์แบบเบอร์ 9 ธรรมชาติอีกคน จะช่วยลดภาระของเอ็มเบโม่และคุนญ่าได้มาก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดควรเสริมใครบ้างในตลาดหน้าหนาว?
สรุปเป็น 4 โปรไฟล์หลักที่ยูไนเต็ดควรโฟกัส
- มิดฟิลด์พลังหนุ่มแบบ Box-to-Box / เบอร์ 6 สมัยใหม่ (Priority #1)
สไตล์ที่ควรหา
- วิ่งไม่มีหมด, เพรสสูงได้, แย่งบอลกลางสนาม
- ออกบอลสั้น-ยาวได้ดี, ไม่กลัวโดนเพรส
- ช่วยทำให้บรูโนไม่ต้องยืนต่ำเกินไป
ตัวอย่างชื่อที่เหมาะกับระบบ
- คาร์ลอส บาเลบา (Brighton)
- เอลเลียต แอนเดอร์สัน (Nottingham Forest)
- อันเจโล สติลเลอร์ (Stuttgart)
- มอร์เทน ยูลมันด์ (Sporting)
- คอเนอร์ กัลลาเกอร์ (Atletico Madrid)
หากปิดดีลมิดฟิลด์ในกลุ่มนี้ได้ 1–2 คน เกมของยูไนเต็ดจะ “อัปเกรดทั้งระบบ” ทันที เพราะทำให้ทีมเพรสได้ดีกว่าเดิม และไม่โดนคู่แข่งใช้ช่องว่างระหว่างกลางสนามกับแนวรับเล่นงานง่าย ๆ
- วิงแบ็กคุณภาพระดับตัวจริง
สไตล์ที่ควรหา
- วิงแบ็กที่สปีดดี เปิดบอลคม, เข้ากรอบเขตโทษได้บ่อย
- เล่นเกมรับพอใช้ แต่จุดขายคือเกมรุก
- วิ่งขึ้นลง 90 นาทีในระบบ 3-4-3 ได้สบาย
จะเป็นดีลจากลีกโปรตุเกส, ลาลีกา หรือบุนเดสลีกาก็ได้ แต่เงื่อนไขสำคัญคือ “ต้องเก่งเกมรุก” เพราะระบบของอาโมริมต้องการให้วิงแบ็กช่วยสร้างความแตกต่างในพื้นที่สุดท้าย
- เซ็นเตอร์แบ็กขวาแบบออกบอลเก่ง
สไตล์ที่ควรหา
- เล่นฝั่งขวาของแผงหลังสามคน
- ออกบอลได้ดีทั้งสั้น-ยาว
- วิ่งกว้างไปช่วยวิงแบ็กได้ ไม่ใช่เซ็นเตอร์เชิงรับอย่างเดียว
การมีเซ็นเตอร์แบบนี้จะช่วยให้การขึ้นเกมจากข้างหลังลื่นไหล ไม่ต้องพึ่งแต่เดอ ลิกต์หรือมาร์ติเนซเพียงสองคน และช่วยทีมไม่โดนเพรสจนเสียบอลง่ายในแดนตัวเอง
- กองหน้าตัวจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ
แม้ยูไนเต็ดจะลงทุนกับแนวรุกไปเยอะแล้ว แต่ในเกมระดับท็อปของลีกและบอลถ้วย การมีเบอร์ 9 แบบ “ชนยับในเขตโทษ” จะช่วยปลดล็อกเกมอึดอัดได้ดี
ตัวอย่างโปรไฟล์
- กองหน้าร่างใหญ่ เล่นบอลกับพื้นพอใช้ได้, โหม่งดี, พักบอลเก่ง
- พร้อมหมุนเวียนกับเชชโก้ และสามารถลงพร้อมกันได้ในบางแผน
ชื่ออย่าง ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า จึงถูกพูดถึงในฐานะดีลที่ “เป็นไปได้” ทั้งเรื่องค่าตัวและสไตล์การเล่น
ฟอร์มดีแค่ไหนเมื่อเทียบกับตอนต้นซีซั่น
หากมองเชิงโครงสร้าง
- ต้นฤดูกาล
- 4 นัดแรก 4 แต้ม, แพ้ 2, เสมอ 1, ชนะ 1
- ยิงไดน้อย, เสียประตูง่าย, เกมรับกับแดนกลางไม่มีสมดุล
- ช่วงหลัง (ตั้งแต่ชนะซันเดอร์แลนด์ – เสมอสเปอร์ส):
- ชนะ 4, เสมอ 2, ไม่แพ้ใครในลีก
- ยิงได้หลายประตูในหลายเกม (เช่น 4–2 ไบรท์ตัน, 2–1 ลิเวอร์พูล)
- เกมเพรสดีขึ้น, แดนกลางเริ่มเข้าใจระบบ, ตัวใหม่เริ่มสร้างความแตกต่าง
ข้อสรุปสั้น ๆ
ยูไนเต็ดตอนนี้ “ดีขึ้นแบบชัดเจน” จากช่วงเผชิญวิกฤต แต่ยังห่างจากคำว่าทีมลุ้นแชมป์เต็มตัวอยู่หนึ่งสเต็ปใหญ่และสเต็ปนั้นคือตลาดหน้าหนาวนี่เอง
ตลาดหน้าหนาวครั้งนี้คือบททดสอบวิสัยทัศน์ใหม่ของสโมสร
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดภายใต้รูเบน อาโมริมเริ่มแสดงให้เห็นเค้าโครงของทีมที่มีระบบ มีเอกลักษณ์ชัดเจน ใช้ 3-4-3 เล่นฟุตบอลเชิงรุกที่แฟนบอลพอจะภูมิใจได้ แต่ความจริงคือ
- แดนกลางยังไม่แข็งแรงพอรับศึกทั้งฤดูกาล
- วิงแบ็กยังไม่ดุดันระดับแถวหน้าพรีเมียร์ลีก
- แนวรับและแนวรุกยังขาด “ตัวเลือกพรีเมียม” บางจุด
- ขุมกำลังสำรองยังห่างจากตัวจริงพอสมควร
ดังนั้น ตลาดหน้าหนาวนี้ ยูไนเต็ด “ควร” และ “จำเป็น” ต้องเสริมอย่างน้อย:
- มิดฟิลด์ตัวกลางสายวิ่ง/ตัดเกมระดับตัวจริง 1–2 คน
- วิงแบ็กคุณภาพสูง 1 คน
- เซ็นเตอร์ฝั่งขวา และ/หรือกองหน้าตัวจบสกอร์เพิ่มอีก 1 คน
ถ้าสโมสรปิดดีลได้ตรงจุด อาโมริมจะมีเครื่องมือครบมือมากขึ้น ระบบ 3-4-3 ที่หลายคนเคยสงสัยอาจกลายเป็นอาวุธหลักที่พายูไนเต็ดกลับไปยืนในระดับ “ทีมลุ้นแชมป์” อีกครั้งในไม่กี่ปีข้างหน้า
More Stories
ธีรศักดิ์แฮตทริก ช้างศึกบุกถล่มไต้หวัน 6-1 คัดเอเชียนคัพ 2027
โค้ชวังยิ้ม ไทย U23 ไล่ถลุงมองโกเลีย 6-0 เปิดหัวคัดเอเชียอย่างเร้าใจ
พรีเมียร์ลีกคึกคัก เปิดโพยดีลวันสุดท้าย ใครเสริมโหด ใครวืดน่าเศร้า